“แคนาดา” เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานทูตสหรัฐ-อิสราเอล
"แคนาดา" เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยรอบสถานทูตและสถานกงสุลของสหรัฐและอิสราเอล หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่อาคารสถานกงสุลสหรัฐในนครโตรอนโต แม้ไม่มีผู้บาดเจ็บ
วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 01.47 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตำรวจแคนาดาเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยรอบสถานทูตและสถานกงสุลของสหรัฐ และอิสราเอล หลังเกิดเหตุยิงปืนใส่อาคารสถานกงสุลสหรัฐในเมืองโตรอนโตเมื่อเช้าวันอังคาร โดยนายกรัฐมนตรี Mark Carney ระบุว่าเป็น “การกระทำที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง”
เจ้าหน้าที่ระบุว่าได้รับแจ้งเหตุที่ U.S. Consulate General in Toronto เวลาประมาณ 05.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยพบปลอกกระสุนจำนวนหนึ่งและความเสียหายบริเวณตัวอาคาร อย่างไรก็ตามไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ผู้บังคับการระดับสูงของ Royal Canadian Mounted Police เปิดเผยว่าจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณสถานกงสุลของสหรัฐและอิสราเอลในนครโตรอนโต ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ รวมถึงสถานทูตของทั้งสองประเทศในกรุงออตตาวา
ตำรวจโตรอนโตระบุว่า จากคำให้การของพยานพบว่ามีชายสองคนลงจากรถเอสยูวีสีขาวบริเวณด้านหน้าสถานกงสุลในช่วงเวลาประมาณ 04.30 น. ก่อนใช้อาวุธปืนพกยิงใส่ด้านหน้าของอาคาร แล้วหลบหนีไป
นายกรัฐมนตรีคาร์นีย์กล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการใช้ความรุนแรงและความพยายามข่มขู่ที่ไม่อาจยอมรับได้ พร้อมยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อตามหาผู้ก่อเหตุและนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
เหตุยิงปืนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุยิงปืนใส่โบสถ์ยิวหรือ Synagogue ในพื้นที่โตรอนโตถึงสามครั้ง แม้จะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เหล่านั้น อย่างไรก็ตาม ตำรวจระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าทั้งสองเหตุการณ์มีความเชื่อมโยงกัน
ด้าน U.S. Department of State แถลงว่ารับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของแคนาดา
ขณะเดียวกัน ในประเทศนอร์เวย์ได้เกิดเหตุวัตถุระเบิดแบบประกอบขึ้นเองระเบิดใกล้กับ U.S. Embassy Oslo เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยตำรวจยังอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องสงสัย และกำลังตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับสงครามอิหร่านหรือไม่
ส่วนในนครนิวยอร์ก เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาก่อการร้ายต่อชายสองคน หลังจากขว้างระเบิดทำเองใส่กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านอิสลามในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงความตึงเครียดด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ
อ้างอิง : reuters.com