โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตแรงงานในไทย เด็กเกิดไม่ถึง 5 หมื่นคน เพราะกลัว ‘ภาระค่าใช้จ่าย’ อนาคตเสี่ยงไม่มีคนทำงาน

TODAY

อัพเดต 25 ม.ค. เวลา 14.49 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. เวลา 14.47 น. • TODAY

ปัจจุบันคนไทยเดินทางไปทำงานต่างประเทศมากขึ้น โดย 11 เดือนปี 2568 คนไทยกว่า 60,000 คนเลือกหารายได้นอกประเทศไทย และอาจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่สถานการณ์ในประเทศด้านตลาดแรงงานกำลังวิกฤต ทั้งอัตราการเกิดต่ำ กลุ่มคนสูงอายุเยอะขึ้น ลามเป็นปัญหาโครงสร้างประชากรที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยรายงาน “สถานการณ์ประชากรไทย ปี 2569”โดยชี้ว่าไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างประชากรที่สำคัญมาก เพราะว่าประเทศจะเกิดปรากฎการณ์ ‘เกิดน้อย อายุยืน และแรงงานหดตัว’ อย่างรวดเร็ว (เปิดรายงาน 12 ม.ค. 2569)

[ คนสูงอายุจะเพิ่มเร็วขึ้น ภายในช่วงไม่ถึง 10 ปี ]

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ การรักษาโรคที่ทันสมัยทำให้คนมีสุขภาพดีและอายุยืนยาวขึ้น จนเกิดภาวะ Longer Life Expectancy (หรืออายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น) ซึ่งอาจจะเป็นข้อดีในแง่ของเทคโนโลยีที่ดีขึ้นในไทย

แต่สิ่งเหล่านี้มีส่วนทำให้ไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) คล้ายที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ คือมีผู้สูงอายุ 60 ปีมากกว่า 28% หรืออายุ 65 ปีเกิน 20% ของประชากรทั้งหมดในประเทศ

โดยรายงานดังกล่าวระบุว่า ไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า เพราะคนสูงอายุจะแตะ 28% อีกไม่กี่ปีข้างหน้า

[ เด็กไทยเกิดไม่ถึง 50,000 คน ]

ข้อมูลสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ปี 2568 จำนวนเด็กเกิดในไทยลดลงมากถึง 416,574 คน เทียบปี 2567 และปีหน้าอาจจะลดต่ำกว่า 400,000 คน หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นในปัจจุบัน

ขณะที่มีผู้เสียชีวิตถึง 559,684 คน ส่งผลให้อัตราการเพิ่มประชากรไทย ‘ติดลบ’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้ว โดยจำนวนประชากรรวมตอนนี้ไม่ถึง 66 ล้านคน (ราวๆ 65.8 ล้านคน)

โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม ได้คาดการณ์ว่า หากอัตราเจริญพันธุ์รวม (TFR) ลดลงอย่างต่อเนื่องจนใกล้ระดับเดียวกับเกาหลีใต้ที่ 0.7 ภายใน 10 ปีข้างหน้า จำนวนประชากรไทยจะลดลงเหลือเพียง 61.6 ล้านคนในปี 2577 ซึ่งเป็นคนสูงอายุเกิน 60 ปี มากกว่า 28% นั่นเอง

ที่น่ากังวลกว่าก็คือ ขนาดตลาดแรงงานในไทยจะเล็กลงเรื่อยๆ เพราะไม่มีแรงงานทำงาน โดยคาดการณ์ว่า ประชากรวัยแรงงานในไทยจะหายไปกว่า 2.5 ล้านคน หรืออาจะมากกว่านั้นถ้าแรงงานไทยเลือกไปทำงานในต่างประเทศมากกว่านี้

[ Gen Y และ Gen Z ยังอยากมีลูก แต่สู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว ]

หลายคนอาจจะบอกว่า“คนสมัยนี้ไม่อยากมีลูกกันแล้ว” ความจริงอาจไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมด เพราะผลสำรวจออนไลน์ความคิดเห็นของประชาชนชนไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,591 คน (สถานการณ์ประชากรและสังคม ปี 2568) กลับบอกว่า ยังอยากมีลูก เพื่อเติมเต็มชีวิตครอบครัว

ปัญหาคือ ‘กับดักทางเศรษฐกิจและสังคม’ โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม ระบุว่า กลุ่มคน Gen Y กับ Gen Z กลายเป็นกลุ่มที่ยังอยากมีลูกมากที่สุด แต่ไม่มั่นใจสถานการณ์เศรษฐกิจในไทย ตั้งแต่ค่าครองชีพ, รายได้, ภาระหนี้สิน, การขาดศูนย์ดูแลเด็กที่เข้าถึงได้ ไปจนถึง เวลาทำงานที่อาจจะไม่เอื้อต่อการมีลูก เพราะไม่ยืดหยุ่น

พวกเขามองว่า มาตรการ ‘แจกเงิน’ เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะผู้คนให้ความสำคัญกับคุณภาพการศึกษา เวลา การทำงานที่ยืดหยุ่น และระบบสนับสนุนครอบครัวมากกว่าปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม นอกจากปัญหาอัตราการเกิดต่ำยังมีอีกหนึ่งปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในไทยคือ ผลการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย ปี 2567 โดยสำนักงาน สถิติแห่งชาติ ชี้ให้เห็นสถานการณ์ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ลำพัง มีจำนวนสูงถึง 1.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าใน รอบ 30 ปี

ส่วนหนึ่งมาจากการแต่งงานที่ลดลง การเลือกที่จะอยู่เป็นโสดสูงขึ้น ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่แฝงมากับการมีคู่ การแต่งงาน และการมีลูกนั่นเอง

ดังนั้น สิ่งที่ควรทำอย่างเร่งด่วน เพื่อพลิกสถานการณ์วิกฤตประชากร หนึ่งในนั้นก็คือ การลงทุนใน ‘ทรัพยากรคน’ การเพิ่มคุณภาพคน ยกระดับทักษะแรงงาน และสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อครอบครัวในไทย เพื่อเปลี่ยนการหดตัวของประชากรให้กลายเป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพประเทศในระยะยาวได้

รวมไปถึงการถอดบทเรียนจากปัญหาในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ภายใต้แนวคิด “การย้ายถิ่นเพื่อทดแทนประชากร (Replacement Migration)” ก็คือ การเปิดรับแรงงานข้ามชาติ

โดยผลสำรวจจาก สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบความน่าสนใจ ดังนี้

  • ควรเปิดรับแรงงานข้ามชาติทักษะสูง (54.0%)
  • เปิดโอกาสให้เด็กข้ามชาติที่เติบโตและผ่านการศึกษาในไทย สามารถทำงานได้เมื่อบรรลุนิติภาวะ (64.3%)
  • อยากให้ปรับนิยาม ‘ผู้สูงอายุ’ โดยเริ่มต้นที่ 65 ปี โดยเฉพาะในกลุ่มข้าราชการ พนักงานบริษัท และผู้ที่มีการศึกษาสูง (53.0%)

ปัจจุบันมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างประชากรในไทย และ ‘ดัชนีความสุข’ ของคนไทยก็เป็นหนึ่งในปัจจัยชี้วัดว่า คนอยากมีลูกหรือไม่

ปี 2568 พบค่าดัชนีความสุขค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 7.05 จาก 10 คะแนน แต่มีความเหลื่อมล้ำชัดเจนระหว่างกลุ่มวัยและอาชีพ โดย Gen Z มีความสุขต่ำที่สุด ในขณะที่กลุ่มเกษตรกรมีคะแนนความสุขต่ำ เพียง 5.50 คะแนน มาจากปัญหาเรื่องรายได้และคุณภาพชีวิตที่บั่นทอนการสร้างครอบครัวและการมีลูก

เรื่องของตลาดแรงงานที่กำลังเข้าขั้นวิกฤต น่าจะเป็นอีกหนึ่งปัญหาชี้วัดผลงานของรัฐบาลแต่ละสมัยได้ ในช่วงเวลาการหาเสียงเลือกตั้งสำหรับการผลัดเปลี่ยนผู้นำ การหยิบยกปัญหาโครงสร้างประชากรขึ้นมากาง เพื่อหาทางแก้ไขอาจเป็นนโยบายที่ชี้นำอนาคตของประเทศได้ไม่ต่างกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...