โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อิหร่าน’ ยอมรับ ยิงเรือสินค้าไทย อ้างเพิกเฉยต่อคำเตือน

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 01.48 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 01.48 น. • The Bangkok Insight

'อิหร่าน' ยอมรับ ยิงเรือสินค้าไทย อ้างเพิกเฉยคำเตือน-ลักลอบผ่านช่องแคบฮอร์มุซผิดกฎหมาย

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ออกมายอมรับว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือบรรทุกสินค้า 2 ลำ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเรือ "มยุรี นารี" (MAYUREE NAREE) เรือบรรทุกสินค้าเทกองสัญชาติไทย ขนาดระวางขับน้ำประมาณ 30,000 ตัน โดยทาง IRGC ระบุในแถลงการณ์ว่า สาเหตุที่ตัดสินใจโจมตีเนื่องจากเรือมยุรี นารี ไม่ฟังคำเตือนและดึงดันที่จะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างผิดกฎหมาย เช่นเดียวกับเรืออีกหนึ่งลำสัญชาติไลบีเรียที่ถูกโจมตีด้วยเหตุผลเดียวกันคือเพิกเฉยต่อคำเตือนของกองทัพเรืออิหร่าน

ยิงเรือสินค้าไทย

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศคจร.ศปก.ทร.) ได้รับรายงานการโจมตีเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันนี้ (11 มี.ค.) หลังจากที่เรือมยุรี นารี ได้เริ่มออกเดินทางจากท่าเรือในเมืองคาลิฟา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้งแต่เวลา 03.00 น. ที่ผ่านมา โดยสถานการณ์ปัจจุบันกองทัพเรือโอมานได้เข้าให้ความช่วยเหลือลูกเรือแล้วจำนวน 20 คน และกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน

ในส่วนของลูกเรือชาวไทยจำนวน 20 คนที่ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยแล้วนั้น ขณะนี้ได้ถูกนำตัวขึ้นฝั่งที่เมืองคาซับ ประเทศโอมาน เพื่อดูแลความปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายละเอียดและสาเหตุของการโจมตีโดยรวมอย่างแน่ชัด ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ยิงเรือสินค้าไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...