โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

UBE ชู E20 ถูกกว่าน้ำมัน ขอรัฐชัดเจนพร้อมรัน 90%

ทันหุ้น

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#UBE #ทันหุ้น – UBE ขานรับรัฐดัน E20ชี้เอทานอลราคาถูกกว่าเนื้อน้ำมัน 3-4 บาท ช่วยลดภาระค่าครองชีพ พร้อมดันกำลังผลิตเพิ่มขึ้นจาก 60% สู่ 90%วอนรัฐชัดเจนระยะยาวหวังปรับปรุงกำลังผลิตให้ต้นทุนลดแข่งขันได้ แย้มธุรกิจแป้ง Q1สดใส ลูกค้าเร่งออเดอร์

นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า การที่ภาครัฐกำลังเดินหน้าสนับสนุนการใช้แก๊สโซฮอล์ E20 ให้เป็นน้ำมันพื้นฐานของประเทศแทน E10 ในฐานะผู้ประกอบการและในมุมมองของสมาคมผู้ผลิตเอทานอล เห็นพ้องว่านโยบายดังกล่าวส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างมาก

ปัจจุบันสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวนและอยู่ในระดับสูง โดยราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นพุ่งสูงถึงประมาณ 24-25 บาทต่อลิตร ขณะที่ราคาเอทานอลอยู่ที่ประมาณ 21 บาทต่อลิตร ซึ่งถูกกว่าเนื้อน้ำมันอย่างเห็นได้ชัด การนำ E20 มาใช้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนและลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ

“การผลักดัน E20 ควรทำในระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคง แม้ราคาพืชผลทางการเกษตรจะมีวงจรขึ้นลงบ้างตามฤดูกาล แต่หากรัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่อง จะช่วยให้ผู้ประกอบการกล้าลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนในอนาคตลดต่ำลงได้อีก” นางสาวสุรียส กล่าว

@ พร้อมเพิ่มการใช้กำลังผลิต 90%

สำหรับความพร้อมของอุตสาหกรรมเอทานอลในปัจจุบัน นางสาวสุรียส ระบุว่า กำลังการผลิตรวมทั้งระบบจากน้ำตาลและมันสำปะหลังมีสูงถึง 7 ล้านลิตรต่อวัน ในขณะที่ความต้องการใช้ (Demand) ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3.4 ล้านลิตรต่อวันเท่านั้น หรือใช้ไปไม่ถึงครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตที่มีอยู่ หากรัฐบาลผลักดัน E20 เต็มตัว คาดว่าจะช่วยดึงดีมานด์กลับมาได้ที่ระดับ 4 ล้านลิตรต่อวันขึ้นไป

ในส่วนของ UBE เอง ยอมรับว่านโยบายนี้เป็นเชิงบวกต่อบริษัทอย่างมาก โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตจากเดิมที่รันเครื่องอยู่ที่ประมาณ 60% ให้พุ่งสูงขึ้นไปสู่ระดับ 80-90% ได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการโดยรวมให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญตามความต้องการใช้เอทานอลที่เพิ่มขึ้น

@ วัตถุดิบแกร่ง-ยืดหยุ่นสูง

ด้านความกังวลเรื่องวัตถุดิบและต้นทุนสารเติมแต่ง นางสาวสุรียส ยืนยันว่าบริษัทใช้ผลผลิตมันสำปะหลังและกากน้ำตาลภายในประเทศเป็นหลัก และมีความยืดหยุ่น ในการเลือกใช้ภาวะวัตถุดิบตามสถานการณ์

ส่วนสารเติมแต่งอย่างยูเรียที่มีราคาสูงขึ้นนั้น บริษัทได้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยการทำสัญญาจองล่วงหน้าไว้บางส่วนแล้ว รวมถึงมีทางเลือกในการใช้สาร Additive ประเภทอื่นทดแทนได้ จึงไม่ได้รับผลกระทบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน

@ ออเดอร์แป้งไหลเข้า

ส่วนแนวโน้มธุรกิจแป้งยังคงเดินหน้าเติบโตได้ตามแผน โดยผลงานในไตรมาส 1/2567 มีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธุรกิจแป้งถือเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรที่สำคัญของบริษัทมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

ปัจจุบัน UBE เน้นการส่งออกไปยังตลาดจีนและสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก จึงไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในโซนตะวันออกกลางมากนัก ในทางกลับกัน ลูกค้าต่างประเทศเริ่มเร่งการสั่งออเดอร์เร็วขึ้น เนื่องจากมีความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่จะส่งผลกระทบต่อค่าระวางเรือในอนาคต ทำให้ปริมาณการส่งออกยังคงแข็งแกร่ง

@ ฝากโจทย์รัฐบาลใหม่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุดคือ “ความชัดเจนของนโยบาย” นางสาวสุรียส ย้ำว่าไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมใด รัฐบาลควรมีทิศทางที่แน่นอนเพื่อให้ภาคเอกชนสามารถวางแผนการลงทุนได้ถูกต้อง หากนโยบายมีความไม่แน่นอนจะส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่กล้าลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพ หรือบางรายอาจถึงขั้นต้องปิดโรงงานชั่วคราวเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอุตสาหกรรม

ปัจจัยที่ต้องติดตามหลังจากนี้คือภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าและราคาน้ำมันขนส่งว่าภาครัฐจะสามารถตรึงราคาไว้ได้ในระดับใด แต่โดยภาพรวมแล้ว UBE ยังประเมินว่าแนวโน้มธุรกิจในปีนี้ยังอยู่ในเชิงบวกและพร้อมสนับสนุนนโยบายพลังงานสะอาดของรัฐบาลอย่างเต็มที่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...