กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือน "พายุฝนฟ้าคะนอง-ลมแรง" 18-24 ก.พ.นี้
กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือนช่วง 18 -24 ก.พ.นี้ มวลอากาศเย็นที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง และจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคอีสาน ทำให้หลายพื้นที่ รวมกทม.และปริมณฑลมีพายุฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 30-40% ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง หลีกเลี่ยงอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 18 – 24 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ในช่วงวันที่ 18 – 20 ก.พ. 69 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน
ประกอบกับมีแนวพัดสอบบริเวณของลมตะวันออกเฉียงใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้ปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเนื่องจากลมตะวันออกพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ในช่วงวันที่ 21 – 24 ก.พ. 69 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับในช่วงวันที่ 23 – 24 ก.พ. 69 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและลมกระโชกแรงบางแห่ง
สำหรับภาคใต้จะมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงกำลังอ่อนพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรมอุตุนิยมวิทยา:ข้อควรระวัง
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่จะเกิดขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง หรืออยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ส่วนเกษตรกรควรเตรียมป้องกันผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยงไว้ด้วย ตลอดช่วง
ก่อนหน้านี้ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ฤดูร้อน 2569 ของประเทศไทยว่า คาดว่าจะมาปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้ โดยกรมอุตุฯมีเกณฑ์การเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทยต้องประกอบไปด้วย 1.พื้นที่ประเทศไทยมากกว่า 60%ต้องมีอุณหภูมิสูงสุดช่วงกลางวันมากกว่า 35 องศาเซลเซียส 2.อุณหภูมิต่ำสุดช่วงเช้าต้องมากกว่า 23 องศาเซลเซียส และ 3.ลมเปลี่ยนทิศจากตะวันออกเฉียงเหนือเป็นตะวันออก/ใต้
“ปลาย ก.พ.นี้ สัญญาณฤดูร้อนชัดขึ้น” กรมอุตุฯระบุ
ฤดูร้อน 2569 : สภาพอากาศรายเดือน
- ต้นเดือนถึงกลางเดือนมีนาคม
-อากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน
-ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
-ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า
-พายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้เป็นระยะ ๆ - ปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน
-อากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วไป
-มีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่
-อุณหภูมิสูงสุด 42-43 องศาเซลเซียส ส่วนมากบริเวณภาคเหนือ
-พายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้เป็นระยะ ๆ - ปลายเดือนเมษายน ถึง กลางเดือนพฤษภาคม
-เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูกาล
-อากาศแปรปรวน
-อากาศร้อนอบอ้าวเป็นระยะ ๆ กับฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น
คาดหมายอากาศรายภาค
18 -24 กุมภาพันธ์ 2569
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 18 – 21 ก.พ. 69 อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 22 – 24 ก.พ. 69 อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 16 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 38 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7 – 15 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 18 – 20 ก.พ. 69 อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิลดลง 1 – 2 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 36 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 21 – 24 ก.พ. 69 อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 37 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13 – 18 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 18 – 20 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่าง ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 21 – 24 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 37 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 18 – 20 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 21 – 24 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเว ฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 37 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 18 – 20 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่
ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ในช่วงวันที่ 21 – 24 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่
ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
ในช่วงวันที่ 18 – 20 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 21 – 24 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 37 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 18 – 20 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 21 – 24 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 37 องศาเซลเซียส
(ออกประกาศ 18 กุมภาพันธ์ 2569)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือน “พายุฝนฟ้าคะนอง-ลมแรง” 18-24 ก.พ.นี้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net