โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธปท. จับตา ถอนเงินสด ผิดปกติ พบสูงสุด 250 ล้านบาท

Khaosod

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 05.46 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 05.46 น.
ธปท. จับตา ถอนเงินสด ผิดปกติ พบสูงสุด 250 ล้านบาท

ธปท. จับตา ถอนเงินสด ผิดปกติ พบสูงสุด 250 ล้านบาท เตรียมออกเกณฑ์ใหม่ กำหนดเพดานคุมเบิกถอน สอบวัตถุประสงค์ใช้เงิน หวังสกัดทุนเทา

วันที่ 28 ม.ค.2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท. อยู่ระหว่างเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาทุนเทาและเศรษฐกิจนอกระบบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและเสถียรภาพของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการใช้เงินสดในปริมาณสูงที่อาจเชื่อมโยงกับการทุจริต คอร์รัปชัน และการกระทำผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ธปท. ในฐานะผู้พิมพ์ธนบัตรและเป็นต้นทางของระบบเงิน มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการไหลเวียนของเงินสดในระบบเศรษฐกิจ แม้ปัจจุบัน ธปท.จะไม่สามารถมองเห็นข้อมูลธุรกรรมการโอนเงินทั้งหมดของประชาชนได้

แต่สามารถดึงข้อมูลธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติจากการรายงานของธนาคารพาณิชย์ และส่งต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้

นายวิทัย กล่าวว่า ช่วงประมาณ 10 วันที่ผ่านมา ธปท.ได้ขอความร่วมมือไปยังธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ให้รายงานการเบิกถอนเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติ ตั้งแต่ช่วงราว 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ในเบื้องต้น

แม้ในทางกฎหมาย ธปท.จะยังไม่มีอำนาจโดยตรงในเรื่องดังกล่าว แต่ถือเป็นการใช้อำนาจด้านการกำกับดูแลทางอ้อมเพื่อตรวจเส้นทางเงิน ซึ่งเป็นอำนาจที่เคยมีและเคยใช้ในอดีต ก่อนจะหยุดใช้ไปเป็นเวลาหลายสิบปี

จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามีการเบิกถอนเงินสดจำนวนมากในระดับตั้งแต่หลักสิบล้านไปจนถึงกว่า 200-250 ล้านบาท บางกรณีมีการเจาะจงขอเป็นธนบัตรใบละ 500 บาทเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สอดคล้องกับการทำธุรกรรมทั่วไป

ธปท.จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และหากพบความผิดปกติ จะส่งข้อมูลต่อให้ ปปง. และหากเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง จะส่งต่อให้ กกต.ด้วย พร้อมย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประเด็นทางการเมืองหรือการเลือกตั้งเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการแก้ไขปัญหาการใช้เงินสดในธุรกรรมที่ธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์

โดยในระยะถัดไป ภายในประมาณ 2-3 เดือน ธปท.เตรียมออกหลักเกณฑ์ใหม่ กำหนดให้การเบิกถอนเงินสดเกินวงเงินที่กำหนด เช่น 3 ล้านบาท หรือ 5 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาตัวเลขที่เหมาะสม

โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องเข้าไปตรวจสอบและสอบถามวัตถุประสงค์การใช้เงินสด รวมถึงทำกระบวนการวิเคราะห์ (profiling) ว่าเป็นการใช้เงินที่สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจหรือสถานะของลูกค้าหรือไม่

หากเป็นการเบิกเงินเพื่อใช้ในธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินสด ก็สามารถดำเนินการได้ตามปกติ แต่หากเป็นบุคคลทั่วไปที่เบิกเงินสดจำนวนมาก ธนาคารจะต้องสอบถามและบันทึกวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน

"ปัจจุบันการซื้อขายทรัพย์สินส่วนใหญ่สามารถใช้การโอนเงินหรือเช็คได้ แทบไม่มีเหตุผลที่ต้องใช้เงินสดจำนวนมาก ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็นจริง ๆ" นายวิทัย กล่าว

นอกจากนี้ ธปท. ยังเตรียมเข้มงวดการแลกเปลี่ยนเงินสดผ่านผู้ประกอบธุรกิจแลกเงิน (Money Changer) โดยกำหนดวงเงินแลกเปลี่ยนไม่เกิน 800,000 บาท และในพื้นที่ชายแดนไม่เกิน 200,000 บาท เพื่อป้องกันการนำเงินสดผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบการเงิน

ในส่วนของธุรกรรมผ่าน e-Money และ e-Wallet จะมีการเชื่อมต่อข้อมูลเข้าระบบ CFR และการโอนเงินเข้าออกจะต้องมีการทำ profiling ตามระดับ KYC ให้สอดคล้องกับลักษณะอาชีพและรายได้ เช่น ผู้ค้ารายย่อยไม่ควรมีการโอนเงินเข้าออกครั้งละหลายล้านบาท ซึ่งจะเข้าข่ายธุรกรรมผิดปกติและต้องถูกตรวจสอบ โดยมาตรการในส่วนนี้จะเริ่มดำเนินการภายในเดือนมกราคม 2569

ขณะเดียวกัน ธปท.ยังเตรียมออกเกณฑ์เกี่ยวกับ “แพทเทิร์นเงินเทา” ภายในเดือนหน้า โดยจะจับรูปแบบธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับ profiling เช่น ธุรกรรมมูลค่าสูงหรือมีความถี่สูงผิดปกติ (High value / High frequency)

นายวิทัยกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น USDT และ USDC พบข้อมูลที่น่าสงสัยว่า กว่า 40% ของธุรกรรมในตลาดไทยเป็นของชาวต่างชาติ ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นชาวต่างชาติจริง เหตุใดจึงไม่ทำธุรกรรมผ่านตลาดในประเทศของตนเอง เช่น สิงคโปร์หรือฮ่องกง

จึงอาจเกี่ยวข้องกับความพยายามหลีกเลี่ยงระบบการโอนเงินตามปกติ โดย ธปท.ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางเงินต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธปท. จับตา ถอนเงินสด ผิดปกติ พบสูงสุด 250 ล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...