โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กูเกิลสนคาร์บอนไทย อบก. ดีลลดภาษีผู้ซื้อ

ทันหุ้น

อัพเดต 07 มี.ค. เวลา 13.53 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 19.30 น.

#อบก. #TGO #ทันหุ้น – องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก มอง พ.ร.บ.โลกร้อน คีย์สำคัญกระตุ้นตลาดคาร์บอนเครดิตกลับมาคึก จ่อคุย สรรพากร ให้สิทธิผู้ซื้อลดหย่อนภาษีคล้ายบริจาคโรงพยาบาล แย้มยักษ์ Google เข้าหารือต้องการคาร์บอนเครดิตไทยราว 3ล้านตัน เป็นโอกาสของซัพพลาย เร่งสร้างระบบนิเวศหนุนสะดวกเทรด

นางสาวอโณทัย สังข์ทอง ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารและทะเบียนคาร์บอนเครดิต องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เปิดเผยว่า ทิศทางของตลาดคาร์บอนประเทศไทยคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อมีการบังคับใช้ พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …) ภายใต้กฎหมายนี้โดยเฉพาะในหมวดที่ 8 จะมีการกำหนดกลไกให้บริษัทที่ถูกบังคับให้ลดก๊าซเรือนกระจก สามารถนำคาร์บอนเครดิตมาชดเชยการปล่อยก๊าซได้ในสัดส่วน 15% นับเป็นการเปลี่ยนผ่านจากตลาดภาคสมัครใจไปสู่ตลาดภาคบังคับ ที่จะเป็นปัจจัยหลักในการกระตุ้นให้ตลาดคาร์บอนของประเทศไทยขยายตัวและเติบโตขึ้นอย่างยั่งยืนในอนาคต

@สถานการณ์พื้นฐาน

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาในแง่ของอัตราการเติบโตตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบันตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 58.8% ทว่าเมื่อวิเคราะห์เฉพาะสถิติย้อนหลังปี 2566 – 2568 กลับพบสัญญาณการชะลอตัว โดยมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยเพียง 600,000 ถึง800,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

ประเมินปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดภาคสมัครใจยังไม่เติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่องเป็นเพราะแรงจูงใจส่วนใหญ่อยู่ที่ฝั่งผู้พัฒนาโครงการ (ผู้ขาย) ซึ่งสามารถนำกำไรสุทธิจากการขายคาร์บอนเครดิตไปขอลดหย่อนภาษีกับกรมสรรพากรได้ แต่ในทางกลับกันฝั่งผู้ซื้อยังขาดแรงจูงใจที่เพียงพอ โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่อวัตถุประสงค์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม(CSR) เท่านั้น

ดังนั้นภายในปีนี้ อบก. มีแผนที่จะเข้าไปหารือกับกรมสรรพากรเพื่อเสนอมาตรการจูงใจสำหรับผู้ซื้อ เช่น การอนุญาตให้นำค่าใช้จ่ายจากการซื้อคาร์บอนเครดิตมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่น้อยกว่า 1 เท่าของรายจ่ายจริง ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการบริจาคให้แก่โรงพยาบาลหรือศาสนสถาน

@ Google แสดงความสนใจ

แต่ในแง่ความต้องการก็พบสัญญาณจากกิจการขนาดใหญ่ระดับโลกหลายรายรวมถึงGoogle ได้แสดงความสนใจและเข้ามาหารือกับ อบก. เพื่อจัดหาคาร์บอนเครดิตจากประเทศไทย โดยระบุความต้องการซื้อคาร์บอนเครดิตที่มาจากโครงการภาคป่าไม้ขนาดใหญ่ ปริมาณที่ Google สนใจจัดหาคิดเป็นจำนวนสูงถึงประมาณ 3 ล้านตัน

ดังนั้น อบก. จึงกำลังเร่งสร้าง“ซัพพลาย” เพื่อรองรับความต้องการเหล่านี้ โดยประสานงานกับพันธมิตร และกลุ่มป่าชุมชนภายใต้กรมป่าไม้ เพื่อส่งเสริมให้มีการรับรองคาร์บอนเครดิตให้เพียงพอต่อความต้องการมหาศาล ซึ่งการเข้ามาของบริษัทระดับโลกถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้เพิ่มให้กับผู้พัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย และเป็นตัวอย่างชัดเจนของอุปสงค์ (Demand) จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกในตลาดคาร์บอนเครดิตไทย

@บทบาทและการผลักดัน

อีกทั้ง อบก. กำลังเร่งสร้างพัฒนาการโดยผลักดันเชื่อมโยงระบบนิเวศ เช่น ระบบทะเบียนเป็นแบบ Open Platform เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหลายแห่ง อาทิBitkub, Token X และตลาดแลกเปลี่ยนในกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา ที่จะนำคาร์บอนเครดิตไปเชื่อมกับระบบแต้มสะสม

และกำลังจัดทำหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเชื่อมต่อข้อมูลให้เป็นไปตามมาตรฐานรัฐสนับสนุนให้ผู้พัฒนาโครงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเกิดการหมุนเวียนของคาร์บอนเครดิตในวงกว้างอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงได้พัฒนาการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตโดยใช้ระบบทะเบียน (Registry) ที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้ผ่านเลขซีรีส์กำกับ ซึ่งกำหนดหน่วยการซื้อขายต่ำสุดที่ 1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และยังจะอำนวยความสะดวกผู้ถือครองเครดิตสามารถทำธุรกรรมโอนหรือจัดการได้ด้วยตนเองผ่านแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ มีการพัฒนาระบบ Marketplace ที่เชื่อมต่อกับระบบทะเบียนโดยตรง เปิดกว้างให้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสามารถเปิดบัญชีได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม

@โทเคนดิจิทัล

สำหรับการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้แปลงคาร์บอนเครดิตให้เป็นโทเคนดิจิทัล (Tokenization) ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและขยายโอกาสการเข้าถึงตลาดคาร์บอนเครดิต โดยสามารถแบ่งออกเป็นรูปแบบได้แก่ โทเคนคาร์บอนเครดิต ซึ่ง อบก. จะร่วมมือกับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในการเชื่อมระบบทะเบียน โดยโครงการนำร่องนี้จะอยู่ภายใต้Regulatory Sandbox ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย

ส่วนโทเคนเพื่อการลงทุน อบก. จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือเชื่อมต่อระบบทะเบียน กับโทเคนประเภทนี้ เนื่องจากเป็นกระบวนการระดมทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. ตามกฎหมาย แต่ อบก. จะทำหน้าที่เพียงรับรองโครงการ (T-VER) ที่เป็นพื้นฐานของโทเคนเท่านั้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...