กูเกิลสนคาร์บอนไทย อบก. ดีลลดภาษีผู้ซื้อ
#อบก. #TGO #ทันหุ้น – องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก มอง พ.ร.บ.โลกร้อน คีย์สำคัญกระตุ้นตลาดคาร์บอนเครดิตกลับมาคึก จ่อคุย สรรพากร ให้สิทธิผู้ซื้อลดหย่อนภาษีคล้ายบริจาคโรงพยาบาล แย้มยักษ์ Google เข้าหารือต้องการคาร์บอนเครดิตไทยราว 3ล้านตัน เป็นโอกาสของซัพพลาย เร่งสร้างระบบนิเวศหนุนสะดวกเทรด
นางสาวอโณทัย สังข์ทอง ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารและทะเบียนคาร์บอนเครดิต องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เปิดเผยว่า ทิศทางของตลาดคาร์บอนประเทศไทยคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อมีการบังคับใช้ พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …) ภายใต้กฎหมายนี้โดยเฉพาะในหมวดที่ 8 จะมีการกำหนดกลไกให้บริษัทที่ถูกบังคับให้ลดก๊าซเรือนกระจก สามารถนำคาร์บอนเครดิตมาชดเชยการปล่อยก๊าซได้ในสัดส่วน 15% นับเป็นการเปลี่ยนผ่านจากตลาดภาคสมัครใจไปสู่ตลาดภาคบังคับ ที่จะเป็นปัจจัยหลักในการกระตุ้นให้ตลาดคาร์บอนของประเทศไทยขยายตัวและเติบโตขึ้นอย่างยั่งยืนในอนาคต
@สถานการณ์พื้นฐาน
อย่างไรก็ตามหากพิจารณาในแง่ของอัตราการเติบโตตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบันตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 58.8% ทว่าเมื่อวิเคราะห์เฉพาะสถิติย้อนหลังปี 2566 – 2568 กลับพบสัญญาณการชะลอตัว โดยมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยเพียง 600,000 ถึง800,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
ประเมินปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดภาคสมัครใจยังไม่เติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่องเป็นเพราะแรงจูงใจส่วนใหญ่อยู่ที่ฝั่งผู้พัฒนาโครงการ (ผู้ขาย) ซึ่งสามารถนำกำไรสุทธิจากการขายคาร์บอนเครดิตไปขอลดหย่อนภาษีกับกรมสรรพากรได้ แต่ในทางกลับกันฝั่งผู้ซื้อยังขาดแรงจูงใจที่เพียงพอ โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่อวัตถุประสงค์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม(CSR) เท่านั้น
ดังนั้นภายในปีนี้ อบก. มีแผนที่จะเข้าไปหารือกับกรมสรรพากรเพื่อเสนอมาตรการจูงใจสำหรับผู้ซื้อ เช่น การอนุญาตให้นำค่าใช้จ่ายจากการซื้อคาร์บอนเครดิตมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่น้อยกว่า 1 เท่าของรายจ่ายจริง ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการบริจาคให้แก่โรงพยาบาลหรือศาสนสถาน
@ Google แสดงความสนใจ
แต่ในแง่ความต้องการก็พบสัญญาณจากกิจการขนาดใหญ่ระดับโลกหลายรายรวมถึงGoogle ได้แสดงความสนใจและเข้ามาหารือกับ อบก. เพื่อจัดหาคาร์บอนเครดิตจากประเทศไทย โดยระบุความต้องการซื้อคาร์บอนเครดิตที่มาจากโครงการภาคป่าไม้ขนาดใหญ่ ปริมาณที่ Google สนใจจัดหาคิดเป็นจำนวนสูงถึงประมาณ 3 ล้านตัน
ดังนั้น อบก. จึงกำลังเร่งสร้าง“ซัพพลาย” เพื่อรองรับความต้องการเหล่านี้ โดยประสานงานกับพันธมิตร และกลุ่มป่าชุมชนภายใต้กรมป่าไม้ เพื่อส่งเสริมให้มีการรับรองคาร์บอนเครดิตให้เพียงพอต่อความต้องการมหาศาล ซึ่งการเข้ามาของบริษัทระดับโลกถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้เพิ่มให้กับผู้พัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย และเป็นตัวอย่างชัดเจนของอุปสงค์ (Demand) จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกในตลาดคาร์บอนเครดิตไทย
@บทบาทและการผลักดัน
อีกทั้ง อบก. กำลังเร่งสร้างพัฒนาการโดยผลักดันเชื่อมโยงระบบนิเวศ เช่น ระบบทะเบียนเป็นแบบ Open Platform เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหลายแห่ง อาทิBitkub, Token X และตลาดแลกเปลี่ยนในกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา ที่จะนำคาร์บอนเครดิตไปเชื่อมกับระบบแต้มสะสม
และกำลังจัดทำหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเชื่อมต่อข้อมูลให้เป็นไปตามมาตรฐานรัฐสนับสนุนให้ผู้พัฒนาโครงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเกิดการหมุนเวียนของคาร์บอนเครดิตในวงกว้างอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงได้พัฒนาการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตโดยใช้ระบบทะเบียน (Registry) ที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้ผ่านเลขซีรีส์กำกับ ซึ่งกำหนดหน่วยการซื้อขายต่ำสุดที่ 1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และยังจะอำนวยความสะดวกผู้ถือครองเครดิตสามารถทำธุรกรรมโอนหรือจัดการได้ด้วยตนเองผ่านแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ มีการพัฒนาระบบ Marketplace ที่เชื่อมต่อกับระบบทะเบียนโดยตรง เปิดกว้างให้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสามารถเปิดบัญชีได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม
@โทเคนดิจิทัล
สำหรับการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้แปลงคาร์บอนเครดิตให้เป็นโทเคนดิจิทัล (Tokenization) ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและขยายโอกาสการเข้าถึงตลาดคาร์บอนเครดิต โดยสามารถแบ่งออกเป็นรูปแบบได้แก่ โทเคนคาร์บอนเครดิต ซึ่ง อบก. จะร่วมมือกับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในการเชื่อมระบบทะเบียน โดยโครงการนำร่องนี้จะอยู่ภายใต้Regulatory Sandbox ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย
ส่วนโทเคนเพื่อการลงทุน อบก. จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือเชื่อมต่อระบบทะเบียน กับโทเคนประเภทนี้ เนื่องจากเป็นกระบวนการระดมทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. ตามกฎหมาย แต่ อบก. จะทำหน้าที่เพียงรับรองโครงการ (T-VER) ที่เป็นพื้นฐานของโทเคนเท่านั้น