BGC รุกธุรกิจกระป๋อง โกยรายได้ 3-3.5 พันล.
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 16.05 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 09.05 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - BGC ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โต 15% หลังเข้าถือหุ้นเพิ่มใน BCM เสริมแกร่งธุรกิจกระป๋องอลูมิเนียม คาดช่วยเพิ่มรายได้ใหม่ 3,000–3,500 ล้านบาท/ปี พร้อมเดินหน้าปรับกำลังผลิต-คุมต้นทุน รับดีมานด์ตลาดชะลอ
นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC เปิดเผยว่า ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 15% จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากการรุกธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องอลูมิเนียม หลังเข้าถือหุ้นเพิ่ม 25.9% ใน บริษัท บางกอกแคน แมนนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (BCM) ส่งผลให้ถือหุ้นรวม 51% และสามารถรับรู้ผลประกอบการได้เต็มรูปแบบ คาดช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัทประมาณ 3,000–3,500 ล้านบาทต่อปี
ขณะที่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วซึ่งเป็นธุรกิจหลักยังคงรักษาระดับรายได้ใกล้เคียงปีก่อน โดยบริษัทปรับกลยุทธ์บริหารกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด พร้อมควบคุมต้นทุน เช่น การปิดเตาหลอมบางส่วนและปรับโครงสร้างพนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ท่ามกลางภาวะอุปสงค์ที่ชะลอตัวจากกำลังซื้อและภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด
*ปี68 รายได้ 13,651 ลบ.
สำหรับในปี 2568 บริษัทดำเนินธุรกิจสะท้อนภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ขยายตัวแบบชะลอตัวลง ส่งผลต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์แก้วและกำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้นตัวจำกัด โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญ ทำให้อุปสงค์โดยรวมอยู่ในระดับทรงตัว
ซึ่งผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 13,651 ล้านบาท ลดลง 5% YoY จาก 14,416 ล้านบาทจากปีก่อนหน้า โดย 80% มาจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว อีก 16% มาจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นๆ และ 4% มาจากธุรกิจเทรดดิ้ง ซึ่งตัวเลขดังกล่าวได้สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวยังคงล่าช้ากว่าที่ประเมินไว้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ส่งผลต่อคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มเครื่องดื่ม
ด้านต้นทุนการผลิตมีสัญญาณเชิงบวกตลอดปี 2568 โดยราคาวัตถุดิบหลัก ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำและต้นทุนพลังงานที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ บริษัทมีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นจาก ทำให้ภาพรวมของต้นทุนขายลดลง 5% YoY มาอยู่ที่ 11,614 ล้านบาท จาก 12,193 ล้านบาท และจากการที่รายได้หดตัวในอัตราที่เร็วกว่าต้นทุน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น ปรับลดลงเล็กน้อยจาก 15.4% เหลือ 14.9% ในด้านความสามารถในการทำกำไร EBITDA อยู่ที่ 1,977 ล้านบาท ลดลง 18% YoY จาก 2,399 ล้านบาท
ขณะที่กำไรสุทธิปี 2568 ส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของของบริษัท ลดลง 66% YoY อยู่ที่ 88 ล้านบาท สะท้อนถึงแรงกดดันจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ และผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตที่ปรับตัวลดลง