โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สงครามตะวันออกกลาง! ศบก.จับตาโจมตีในอิรัก-เลบานอน คนไทยพร้อมกลับ 215 คน

JS100

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
สงครามตะวันออกกลาง! ศบก.จับตาโจมตีในอิรัก-เลบานอน คนไทยพร้อมกลับ 215 คน

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ แถลงข่าวถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการให้ความช่วยเหลือคนไทย ผ่านศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า สถานการณ์โดยรวมในตะวันออกกลางยังมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน พื้นที่ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ อิรัก ที่มีการโจมตีเพิ่มขึ้น และเลบานอนซึ่งถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการอพยพของพลเรือน เข้าข่ายเป็นวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรม โดยมีการโจมตีไปยังพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ เช่น ฐานทัพ ที่พักของคนอเมริกันในรัฐอ่าวอาหรับอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการเปิด-ปิดน่านฟ้าในปัจจุบัน ประเทศที่ปิดน่านฟ้าสำหรับการบินพาณิชย์ ได้แก่ อิหร่าน อิสราเอล ซีเรีย อิรัก บาห์เรน คูเวต เลบานอน และกาตาร์ ส่วนยูเออีเริ่มกลับมาเปิดเที่ยวบินอย่างจำกัด เพื่อระบายผู้โดยสารที่ตกค้าง และยังไม่พบว่าได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พร้อมย้ำขอให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด แล้วแจ้งที่อยู่ ช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ในความรับผิดชอบได้ทราบ

ส่วนการให้ความช่วยเหลือคนไทย ในพื้นที่ในตะวันออกกลาง ดังนี้

ประเทศอิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานและเมืองกุม ได้เดินทางออกจากกรุงเตหะรานแล้วเมื่อช่วงเช้าตรู่วันนี้ (7 มี.ค.) จำนวน 62 คน และคาดว่าจะเดินทางถึงประเทศตุรกีในวันนี้ อีกกลุ่มหนึ่งจะออกเดินทางในวันวันที่ 10 มีนาคมนี้

การนำคนไทยออกจากอิหร่านฝ่ายไทยได้ประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาลอิหร่าน ฝ่ายสหรัฐและอิสราเอล เพื่อให้มั่นใจว่าการอพยพเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย ซึ่งเมื่อเวลา 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากอุปทูต ณ กรุงเตหะราน ว่า ขบวนอพยพใกล้ถึงจุดหมายที่ชายแดนระหว่างอิหร่านกับตุรกีแล้ว

พร้อมย้ำว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน จะย้ายไปปฏิบัติภารกิจที่ทำการชั่วคราวที่เมืองวาน ของตุรกี ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2569 ตามที่ได้มีการประกาศไว้ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ยังพร้อมติดต่อให้ความช่วยเหลือแก่คนไทยที่ประสงค์เดินทางออกจากอิหร่าน และที่ยังอยู่ที่ประเทศอิหร่านต่อไปด้วย

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ยังต้องปฏิบัติภารกิจอีกด้าน เพื่อรอรับคนไทยที่จะอพยพออกจากอิรักจำนวน 10 คน ซึ่งจะเดินทางข้ามด่านจากอิรัก เข้าสู่ตุรกีที่เมืองมาดิน เพื่อช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยต่อไป

ซาอุดีอาระเบีย เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ยังสามารถบินกลับประเทศไทยได้ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศข้างเคียง ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา กาตาร์ และเอกอัครราชทูต ณ คูเวต ที่น่านฟ้ายังคงปิดอยู่ โดยนำคนไทยข้ามแดนมาเพื่อเดินทางกลับไทย หรือเดินทางไปยังปลายทางอื่นทางอากาศ

นอกจากนี้ยังหารือถึงแนวทางการนำคนไทยกลับประเทศกับสายการบินเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเที่ยวบินริยาด กรุงเทพฯ ยังคงให้บริการและพร้อมพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินอพยพคนไทยในประเทศต่างๆตามความต้องการ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้ประสานช่วยเหลือคนไทยอย่างใกล้ชิดโดยล่าสุดมีสายการบินเอมิเรตส์ และแอร์ Air Arabia ได้เปิดเส้นทางบินตั้งแต่ 6 มีนาคม โดยสายการบินเอมิเรตส์เริ่มทำการบินมายังกรุงเทพฯ และภูเก็ต รวมถึงสายการบินแอร์ Air Arabia ได้เริ่มทำการบินมายังกรุงเทพฯแล้วเช่นเดียวกัน

โดยรวมขณะนี้มีคนไทยที่ติดค้างอยู่ในตะวันออกกลางและได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น 215 คน ส่วนของประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำประชาชนคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ สามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางเอกสารต่อไป

#สงครามตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...