เกือบช็อกโลก! เร็กซ์แฮมนำ 2 รอบก่อนพ่ายเชลซีช่วงต่อเวลา 2-4 ศึกเอฟเอคัพ
การแข่งขันฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 5 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 กลายเป็นเวทีแสดงสปิริตของ เร็กซ์แฮม ทีมจากระดับล่างที่มีเจ้าของเป็นดาราดังอย่าง ไรอัน เรย์โนลด์ส และ ร็อบ แม็คเอลเฮนนีย์ ที่เกือบจะสร้างตำนานล้มยักษ์ใส่ เชลซี ดีกรีแชมป์สโมสรโลก โดยเร็กซ์แฮมสามารถออกนำได้ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องในเรซคอร์ส กราวด์
เร็กซ์แฮมได้ประตูนำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 18 จาก แซม สมิธ แต่เชลซีตีเสมอได้แบบโชคช่วยจากการทำเข้าประตูตัวเองของ อาเธอร์ โอเคินโว นายทวารเจ้าถิ่น อย่างไรก็ตาม เร็กซ์แฮมมานำอีกครั้งเป็น 2-1 ในนาทีที่ 78 จากลูกตอกส้นสุดเหนือชั้นของ คัลลัม ดอยล์ แต่เชลซีก็ตายยากตามตีเสมอ 2-2 ได้ในนาทีที่ 82 จนต้องไปสู้กันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ
จุดเปลี่ยนใบแดงและความเฮี้ยนของ VAR ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บปกติ เร็กซ์แฮมต้องเหลือผู้เล่น 10 คนจากการที่ จอร์จ ด็อบสัน โดนใบแดง ทำให้เชลซีอาศัยความได้เปรียบตัวผู้เล่นรัวเพิ่ม 2 ประตูในช่วงต่อเวลาจาก อเลฮานโดร การ์นาโช่ (น.96) และ ชูเอา เปโดร (น.120+5) แม้เร็กซ์แฮมเกือบจะตีเสมอได้จากลูกโหม่งของ ลูอิส บรันท์ แต่ VAR ตัดสินว่าเป็นลูกล้ำหน้าเพียงไม่กี่นิ้ว จบเกมเชลซีเอาชนะไปอย่างหืดจับ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป
อาร์เซน่อล-แมนฯ ซิตี้ ยังแกร่ง! เดินหน้าลุ้น 4 แชมป์
ทางด้านจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่างอาร์เซน่อล ยังคงรักษาสถิติการลุ้น 4 แชมป์ (quadruple) ไว้ได้หลังบุกไปเฉือน แมนส์ฟิลด์ 2-1 โดยได้ประตูชัยจากตัวสำรองทีเด็ดอย่าง เอเบเรชี่ เอเซ่ ในนาทีที่ 66 ช่วยให้ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020
ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังโชว์ฟอร์มดุ บุกไปแซงชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ถึงถิ่น 3-1 โดยพระเอกของงานคือ โอมาร์ มาร์มูช กองหน้าทีมชาติอียิปต์ที่เหมาคนเดียว 2 ประตูในครึ่งหลัง กลายเป็น "เพชฌฆาตสาลิกา" ตัวจริง หลังทำไปแล้ว 7 ประตูจากการเจอพบนิวคาสเซิ่ลเพียง 5 นัด ส่งผลให้แมนฯ ซิตี้ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นกวาดทุกถ้วยในฤดูกาลนี้เช่นกัน