โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

งานวิจัยชี้ 9 วิธีดูแลใจและยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีในปี 2026

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ม.ค. เวลา 14.43 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. เวลา 07.43 น.

งานวิจัยเผย 9 วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยดูแลสุขภาพใจและเพิ่มความเป็นอยู่ที่ดี ตั้งแต่การปรับมุมมอง การสร้างความสัมพันธ์ ไปจนถึงพฤติกรรมประจำวันที่ส่งผลต่อสมองและอารมณ์

สำนักข่าว BBC รายงานว่า ช่วงต้นปีใหม่มักถูกมองว่าเป็นจังหวะเหมาะสำหรับการเริ่มต้นใหม่ หลายคนตั้งใจจะปล่อยวางความกังวลจากปีที่ผ่านมา และพยายามมองโลกในมุมที่ดีขึ้น แต่ในความเป็นจริง การคิดใหม่ ทำใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่ตั้งใจไว้

ข่าวดีคือ มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากที่ชี้ให้เห็นวิธีดูแลสุขภาพใจอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การใช้ความโกรธให้เกิดประโยชน์ ไปจนถึงการใช้โทรศัพท์มือถืออย่างชาญฉลาด นี่คือ 9 แนวทางที่ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัย ซึ่งอาจช่วยให้คุณมีอารมณ์ดีและใช้ชีวิตได้สมดุลขึ้น

1. เลิกยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ

แม้ความเป็น “เพอร์เฟกชันนิสต์” จะดูเป็นคุณสมบัติเชิงบวก แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากชี้ว่า ความคิดแบบต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลาเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล โรคนอนไม่หลับ โรคย้ำคิดย้ำทำ ไปจนถึงความเสี่ยงต่อการทำร้ายตัวเอง

ผู้ที่ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบมักตั้งมาตรฐานสูงเกินจริง และเมื่อทำไม่ได้ตามนั้น จะรู้สึกผิด อับอาย และโกรธตัวเองมากกว่าคนทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า “ความเมตตาต่อตนเอง” (self-compassion) คือเกราะป้องกันที่สำคัญต่อสุขภาพจิต การยอมรับความผิดพลาดและมองว่าความไม่สมบูรณ์คือส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ จะช่วยลดความกดดันทางใจได้อย่างมาก

2. สร้างมิตรภาพที่ดีขึ้น

มิตรภาพมีผลต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด ตั้งแต่ภูมิคุ้มกัน โรคหัวใจ ไปจนถึงอายุขัย งานวิจัยพบว่าความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ หรือให้ทั้งความอบอุ่นและความเย็นชา สร้างผลเสียต่อสุขภาพใจมากกว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ดีอย่างชัดเจนเสียอีก

วิธีง่าย ๆ คือ ฝึกเป็นผู้ฟังที่ดี โดยเฉพาะข่าวดีของคนรอบตัว ถามต่อ แสดงความยินดี และร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของผู้อื่น สิ่งเหล่านี้ช่วยทั้งอารมณ์ของคุณเองและคุณภาพของความสัมพันธ์

3. หากิจกรรมที่ได้พบผู้คน

การเริ่มงานอดิเรกใหม่ไม่เคยสายเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ เล่นกีฬาเป็นทีม หรือกิจกรรมกลุ่มอื่น ๆ งานวิจัยพบว่ากิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิและเชื่อมโยงกับผู้อื่น ช่วยให้สมองสงบ ลดความเครียด และเพิ่มความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

กีฬาแบบทีมยังช่วยให้การออกกำลังกายรู้สึกง่ายขึ้น ผ่านสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า “เจตนาร่วม” (shared intention) ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกผูกพันและมีแรงใจมากขึ้น

4. ใช้ความโกรธให้เกิดประโยชน์

ความโกรธอาจทำลายล้างได้ แต่หากรับรู้และจัดการอย่างเหมาะสม งานวิจัยชี้ว่าสามารถเปลี่ยนพลังลบนี้ให้เป็นพลังสร้างสรรค์ได้ การเก็บกดความโกรธกลับเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ ในขณะที่การระบายอย่างมีสติ เช่น ผ่านการออกกำลังกาย กีฬา หรือการสร้างสรรค์งานศิลปะ ช่วยเพิ่มพลัง ความมุ่งมั่น และสมาธิ กุญแจสำคัญคือ การควบคุมรูปแบบการแสดงออก ไม่ปล่อยให้ความโกรธกลายเป็นความก้าวร้าว

5. เขียนสิ่งดี ๆ ที่คุณมีในแต่ละวัน

การเขียนรายการสิ่งที่รู้สึกขอบคุณวันละ 3 เรื่อง แม้ดูเรียบง่าย แต่มีงานวิจัยยืนยันว่าช่วยเพิ่มความสุขและลดอาการซึมเศร้าได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยหรือบริบทชีวิตใด หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่การเขียน แต่คือการใคร่ครวญว่า “ทำไม” สิ่งเหล่านั้นจึงมีความหมายกับคุณ

6. ใช้โทรศัพท์มือถืออย่างชาญฉลาด

แม้หลายคนกังวลว่าโทรศัพท์มือถือจะทำลายสมาธิและสุขภาพใจ แต่หากใช้อย่างถูกวิธี ก็สามารถเป็นเครื่องมือช่วยสมองได้ เช่น การจดโน้ตเพื่อช่วยลดภาระความจำ หรือการตั้งค่าแจ้งเตือนเป็นช่วง ๆ แทนการเด้งตลอดเวลา แม้เพียงการวางโทรศัพท์ไว้ในอีกห้องหนึ่ง ก็ช่วยเพิ่มสมาธิได้แล้ว

7. มองฤดูหนาวในแง่บวก

ช่วงวันที่สั้นและอากาศเย็นมักทำให้อารมณ์ตก แต่งานวิจัยพบว่าการปรับมุมมอง เช่น การชื่นชมความสวยงามของฤดูหนาว หรือกิจกรรมอบอุ่นกับคนใกล้ชิด ช่วยลดอาการซึมเศร้าตามฤดูกาลได้

8. ร้องเพลงให้บ่อยขึ้น

การร้องเพลงเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นสมองหลายส่วนพร้อมกัน ทั้งด้านภาษา การเคลื่อนไหว และอารมณ์ ช่วยลดความเครียด เพิ่มภูมิคุ้มกัน และกระตุ้นสารเอ็นดอร์ฟิน การร้องเป็นกลุ่มยังช่วยเสริมความผูกพันทางสังคมมากกว่าการร้องคนเดียว

9. งีบหลับอย่างมีคุณภาพ

การงีบสั้น ๆ 5–20 นาทีในช่วงบ่าย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสมอง และอาจช่วยชะลอการเสื่อมของสมองได้หลายปี เวลาที่เหมาะสมคือช่วง 14.00–16.00 น. และไม่ควรนานเกินไปเพื่อหลีกเลี่ยงอาการมึนงง

อ้างอิง : bbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...