Election Roundup (3) : “ดีเบต-เสวนา” คึกคัก พรรคไหนขึ้นเวทีมากสุด – กระหน่ำปราศรัยก่อนโค้งสุดท้าย
ตลอดเดือนมกราคมก่อนถึงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งใหญ่ มีเหตุการณ์สำคัญโดยเฉพาะเวทีดีเบต รายการประชันวิสัยทัศน์ และเวทีสาธารณะ ซึ่งบรรดาพรรคการเมืองพยายามเก็บแต้มจากพื้นที่ดังกล่าว เพื่อคะแนนนิยมและพื้นที่สื่อเพิ่มขึ้น
เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 เวทีเหล่านี้ผุดขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ นับรวมเกือบๆ 100 เวที แต่นอกจากการออกสื่อแล้ว พรรคการเมืองยังต้องลงพื้นที่หาเสียง ปราศรัย และอื่นๆ อีกมากมายควบคู่กันไปด้วย
ไทยพับลิก้า เก็บข้อมูลจากพรรค/ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี/ แกนนำ รวมถึง ผู้ช่วยหาเสียง/ตัวละครสำคัญของแต่ละพรรค ตั้งแต่การลงพื้นที่หาเสียง ปราศรัย การพูดคุยหารือ-รับฟังหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนออกสื่อ และเวทีประชัยวิสัยทัศน์-ดีเบต ตลอดจนการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อสะท้อนตัวตนของแต่ละพรรค (เพื่อไทย ประชาชน ประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย) ว่าพรรคไหนเดินเกมอย่างไรในช่วงเดือนมกราคม กลยุทธ์ที่สำคัญ และใครปล่อยหมัดฮุก
‘ดีเบตนโยบาย-ประชันวิสัยทัศน์’ ปชน. เก็บแต้มเกือบ 100%
จากการรวบรวมข้อมูล พบว่ามีเวทีสาธารณะที่สื่อมวลชนและหน่วยงานต่างๆ จัดขึ้นอย่างน้อย 75 เวที โดยมีทั้งเวทีที่สื่อมวลชนจัดขั้น ทั้งประชันวิสัยทัศน์ ดีเบต และเสวนา นับตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจนถึงสิ้นเดือนมกราคม
พรรคที่เข้าร่วมเวทีสาธารณะมากที่สุดคือพรรคประชาชน ซึ่งเข้าร่วมเกือบ 100% ตามด้วยพรรคเพื่อไทยประมาณ 90-95% ถัดมาคือพรรคประชาธิปัตย์ 80 – 85% ส่วนพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมน้อยที่สุดราว 55-60% หากพิจารณาเฉพาะเวทีดีเบต เวทีประชันวิสัยทัศน์ และเวทีสาธารณะตลอดเดือนมกราคม
ทุกพรรคใช้แคนดิเดตนายกฯ ออกเวทีใหญ่ แต่มี 2 พรรคที่ใช้แคนดิเดตนายกฯ ครบทั้งสามคน นั่นคือพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ ทั้งสองพรรคนี้จะเลือกคนตามวาระที่แตกต่างกัน ส่วนเวทีเฉพาะประเด็น เช่น พลังงาน สิ่งแวดล้อม การศึกษา ฯลฯ ทั้งสองพรรคจะส่งคนที่เกี่ยวข้องไปแทน
ส่วนพรรคเพื่อไทยจะใช้แค่ 2 คนเป็นหลักคือ ‘ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ และ ‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ โดยไม่มีการปรากฏตัวของสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แม้แต่ครั้งเดียว
ขณะที่ 2 แคตดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทยดูจะไม่ค่อยปรากฏตัวเท่าไรนัก โดยเฉพาะ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่เคยประกาศว่าไม่ชอบบรรยากาศของการดีเบตถกเถียง เพราะไม่สร้างสรรค์ สร้างวาทกรรมโจมตีกันไปกันมา นายอนุทิน จะเลือกเวทีเฉพาะการแสดงวิสัยทัศน์บางเวทีเท่านั้น ไม่ได้ขึ้นทุกเวที ส่วนสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ก็ขึ้นเวทีเพียงไม่กี่ครั้ง
ตัวอย่างรายการที่แคนดิเดตนายกฯ ไปกันพร้อมหน้า เช่น
- รายการดีเบตอีกสักตั้ง ThairathTV วันที่ 23 ธันวาคม 2568 มีแคนดิเดตฯ จาก 3 พรรคเข้าร่วม คือ ณัฐพงษ์, ยศชนัน และอภิสิทธิ์
- ประชันวิสัยทัศน์ นับหนึ่ง “จุดเปลี่ยนประเทศไทย” ช่อง Nation วันที่ 24 ธันวาคม 2568 มีแคนดิเดตฯ จาก 2 พรรคเข้าร่วม คือ วีระยุทธ และจุลพันธ์
- รายการคุยข้ามช็อต ช่อง PPTV วันที่ 26 ธันวาคม 2568 มีแคนดิเดตฯ 2 พรรคเข้าร่วม คือ วีระยุทธ และจุลพันธ์
- ดีเบตในรายการ : เลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ “เปิดสนามเลือกตั้ง” ช่อง 3 วันที่ 26 ธันวาคม 2568 มีแคนดิเดตฯ ทุกพรรคเข้าร่วม คือ ณัฐพงษ์, ยศชนัน, อภิสิทธิ์ และสีหศักดิ์
- ดีเบต “เทพเศรษฐกิจ” ใครแก้ ใครแค่พูด ? รายการเรื่องใหญ่รายวัน One31 วันที่ 7 มกราคม 2569 มีแคนดิเดตฯ จาก 3 พรรคเข้าร่วม คือ วีระยุทธ, จุลพันธ์ และกรณ์
- งานแสดงวิสัยทัศน์ THAILAND VISION 2035 ช่อง 3 วันที่ 12 มกราคม 2569 มีแคนดิเดตฯ 3 พรรคเข้าร่วม คือ ณัฐพงษ์, ยศชนัน และอนุทิน
- รายการ Policy Battle ศึกดวลนโยบาย โดย The Standard มี 4 พรรคเข้าร่วม โดยเป็น 3 แคนดิเดตฯ คือ ศิริกัญญา, จุลพันธ์ และกรณ์ และอีก 1 ผู้ช่วยหาเสียง คือ ศุภจี
- เสวนาทางเลือกนโยบายทางเศรษฐกิจ มช. วันที่ 14 มกราคม 2569 มี 3 พรรคเข้าร่วม โดยเป็น 2 แคนดิเดตฯ คือ ศิริกัญญาและกรณ์ และอีกหนึ่งคนจากพรรคเพื่อไทยคือ เผ่าภูมิ
- ศึกดีเบตประชันวิสัยทัศน์ วัดพลังพรรคใหญ่ ทุบโต๊ะข่าว อัมรินทร์ วันที่ 14 มกราคม 2569ทุกพรรคเข้าร่วม โดยเป็น 3 แคนดิเดตฯ คือ ณัฐพงษ์, จุลพันธ์ และอภิสิทธิ์ และอีกหนึ่งผู้ช่วยหาเสียงจากพรรคภูมิใจไทยคือ เอกนิติ
- Debate รีเซ็ทประเทศไทย โดย TNN วันที่ 16 มกราคม 2569 ทุกพรรคเข้าร่วม โดยเป็น 3 แคนดิเดตฯ คือ ศิริกัญญา, จุลพันธ์ และอภิสิทธิ์ และอีกหนึ่งคนจากพรรคภูมิใจไทยคือ เอกนัฎ
- Debate จุดเปลี่ยนประเทศไทย ช่อง Nationวันที่ 17 มกราคม 2569 แคนดิเดตฯ จากทุกพรรคเข้าร่วม คือ ณัฐพงษ์, ยศชนัน, อภิสิทธิ์ และอนุทิน
- ศึกวิสัยทัศน์! ใครจะเป็นนายกฯ คนใหม่ พาเราฝ่าวิกฤติประเทศ Workpoint วันที่ 21 มกราคม 2569 มีแคนดิเดตฯ จาก 2 พรรคเข้าร่วม คือ ณัฐพงษ์และอภิสิทธิ์
- The Real Politics ทางแพร่งประเทศไทย มติชน Workpoint วันที่ 21 มกราคม 2569 มีแคนดิเดตฯ จาก 3 พรรคเข้าร่วม คือ ณัฐพงษ์ ยศชนัน และอภิสิทธิ์
- ดีเบตศึกคนชน AI กับแคนดิเดตนายกฯ ช่อง One31 วันที่ 24 มกราคม 2569 มีแคนดิเดตฯ จาก 3 พรรคเข้าร่วม คือ ณัฐพงษ์ จุลพันธ์ และอภิสิทธิ์
- รายการจุดเปลี่ยนประเทศไทยภูมิภาค เชียงใหม่ ช่อง Nation วันที่ 26 มกราคม 2569 มีแคนดิเดตฯ จาก 3 พรรคเข้าร่วม คือ วีระยุทธ, จุลพันธ์ และกรณ์
- ศึกประชันวิสัยทัศน์ครั้งประวัติศาสตร์ ช่องPPTV วันที่ 27 มกราคม 2569 มีแคนดิเดตฯ จาก 3 พรรคเข้าร่วม คือ ณัฐพงษ์ ยศชนัน และอภิสิทธิ์
- ศึกชิงผู้นำอนาคตประเทศไทย ช่อง 7 วันที่ 28 มกราคม 2569 ทุกพรรคเข้าร่วม โดยเป็นแคนดิเดตฯ จาก 3 พรรค คือ ณัฐพงษ์ ยศชนัน และอภิสิทธิ์ และอีกหนึ่งผู้ช่วยหาเสียงจากภูมิใจไทยคือ เอกนิติ
- #TheStandardDebate ดีเบตใหญ่โค้งสุดท้าย วันที่ 28 มกราคม 2569 ทุกพรรคเข้าร่วม โดยเป็นแคนดิเดตฯ จาก 3 พรรค คือ ณัฐพงษ์ จุลพันธ์ และอภิสิทธิ์ และอีกหนึ่งคนจากภูมิใจไทยคือ วราวุธ
- ดีเบต คนดังนั่งเคลียร์ Debate เปลี่ยนประเทศ ช่อง 8 วันที่ 29 มกราคม 2569 มีแคนดิเดตฯ จาก 3 พรรคเข้าร่วม คือ ณัฐพงษ์ ยศชนัน และอภิสิทธิ์
- เลือกตั้ง 69 เขย่าประเทศ พรรคไหนจะฟื้นเศรษฐกิจ ทำให้ท่านลืมตาอ้าปากได้จริง? ช่อง Workpoint วันที่ 29 มกราคม 2569 มีแคนดิเดตฯ จาก 3 พรรคเข้าร่วม คือ ศิริกัญญา เผ่าภูมิ และกรณ์
- ดีเบตอีกสักตั้ง ชิงธงโค้งสุดท้าย ใครเข้าวิน โดยไทยรัฐ วันที่ 30 มกราคม 2569 ทุกพรรคเข้าร่วม โดยเป็น 2 แคนดิเดตฯ คือ วีระยุทธ์และการดี ส่วนพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยส่ง สส. บัญชีรายชื่อมาร่วม คือ เผ่าภูมิและสิริพงศ์
สรุป Movement ก่อนสัปดาห์สุดท้าย
หากตัดเวทีสาธารณะและสื่อออกไป ตลอดเดือนมกราคมพรรคประชาชนใช้ยุทธศาสตร์ “ดาวกระจาย” อย่างชัดเจน การลงพื้นที่ช่วยหาเสียง การพบปะกลุ่มต่างๆ และกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่หลากหลาย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ลักษณะการเคลื่อนไหวไม่กระจุกตัวอยู่ที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ใช้แกนนำและผู้ช่วยหาเสียงหลายระดับสลับกันทำหน้าที่
ไฮไลท์ใหญ่ของพรรคประชาชนคือ การปราศรัยย่อยๆ หลายจังหวัด เช่น กรุงเทพฯ มุกดาหาร สกลนคร ลำพูน สมุทรสาคร นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม นครศรีธรรมราช กระบี่ ภูเก็ต พิษณุโลก ปราจีนบุรี นครราชสีมา เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีการเรียกเรตติ้งจาก ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการในการปราศรัยใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์วันที่ 25 มกราคม 2569
อีกกลยุทธ์สำคัญของพรรคประชาชนคือการใช้รถแห่ทั่วประเทศ โดยมีการเปิดตัวในวันที่ 28 มกราคม 2569 และจะเริ่มใช้รถแห่อย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม เป็นต้นไป
ส่วนจุดเด่นของพรรคเพื่อไทยคือการปราศรัยทั้งเล็กและใหญ่ จากการเก็บรวบรวมข้อมูล พบว่า พรรคเพื่อไทยปราศรัยนับรวมๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 55 ครั้งทั่วประเทศ บางจังหวัดมีการปราศรัยซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง และในจำนวนนี้มีถึง 17 ครั้งที่แคนดิเดต นายกฯ อย่างยศชนัน ขึ้นปราศรัยด้วยตัวเอง
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะการปรากฏตัวของอภิสิทธิ์ จะเน้นรูปแบบการพบปะ พูดคุยในแหล่งชุมชน โดยใช้ ‘ตลาด’ อย่างในกรุงเทพฯ เช่น ตลาดราชวัตร ตลาดธนบุรี ตลาดบางกะปิ ตลาดกิตติ ตลาดปัฐวิกรณ์ ตลาดบางใหญ่ ตลาดหลังตึกซันทาวเวอร์ ตลาดเคหะฉลองกรุง ฯลฯ ส่วนจังหวัดอื่นๆ เช่น ตลาดศิริสุข สุโขทัย, ตลาดร่วมใจเทศบาล พิษณุโลก, ตลาดแสนตุ้ง ตราด, ตลาดสาเทศบาลเองขลุง นนทบุรี, ตลาดเจ้าพรหม พระนครศรีอยุธยา
แตกต่างจากเวทีปราศรัย ซึ่งมีประมาณหลักสิบต้นๆ เท่านั้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เช่น ในจังหวัดสมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง จันทบุรี สุราษฎ์ธานี ภูเก็ต สงขลา ฯลฯ ที่สำคัญ เพจเฟสบุ๊คของพรรคยังรายงานถึงการเดินตลาดทุกครั้งที่นายอภิสิทธิ์ไปลงพื้นที่ด้วย
สุดท้าย พรรคภูมิใจไทยในส่วนของอนุทิน ปริมาณการหาเสียงในกรุงเทพฯ เท่าๆ กับการหาเสียงในต่างจังหวัด แต่โดยรวมอยู่ที่ประมาณเกือบ 30 ครั้งที่อนุทินช่วยลงพื้นที่หาเสียงด้วย
ส่วนเวทีปราศรัย พบว่า อนุทินขึ้นเวทีไม่บ่อยนัก โดยมักจะเลือกเวทีที่สำคัญเป็นหลัก เช่น จังหวัดเพชรบูรณ์ นครพนม นครราชสีมา สุพรรณบุรี กรุงเทพฯ ฯลฯ