โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเจด เตือนแล้ว! เผยอาการผิดปกติ หลังหมดประจำเดือน อย่าชะล่าใจเด็ดขาด

มุมข่าว

เผยแพร่ 07 มี.ค. เวลา 07.15 น. • neen
วันที่ 7 มีนาคม 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ หมอเจด โดยเตือนผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนให้สังเกตความผิดปกติของร่างกาย หลังพบว่าหลายคนเข้าใจว่าเมื่อหมดประจำเดือนแล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องมดลูกอีกต่อไป

วันที่ 7 มีนาคม 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ หมอเจด โดยเตือนผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนให้สังเกตความผิดปกติของร่างกาย หลังพบว่าหลายคนเข้าใจว่าเมื่อหมดประจำเดือนแล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องมดลูกอีกต่อไป ทั้งที่ในความเป็นจริงยังมีความเสี่ยงต่อโรคบางชนิด โดยเฉพาะมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

แพทย์ระบุว่า เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผนังมดลูกควรบางลงและไม่ควรมีเลือดออกอีก หากมีอาการผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ภาวะอ้วน โรคเบาหวาน หรือเคยใช้ฮอร์โมนบางชนิด พร้อมแนะนำ 5 อาการสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

อาการ 1 คือ มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังหมดประจำเดือน ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะออกเพียงเล็กน้อย เป็นสีน้ำตาลจาง หรือเหมือนประจำเดือนกลับมาอีกครั้ง ก็ถือว่าผิดปกติทั้งหมด โดยปกติแล้วต้องไม่มีประจำเดือนติดต่อกันครบ 1 ปีจึงจะเรียกว่าหมดประจำเดือนจริง หากหายไปเพียง 6 เดือนแล้วกลับมามีเลือดออกอีก ควรรีบเข้ารับการตรวจ เพราะหากปล่อยไว้ อาจพลาดการวินิจฉัยในระยะเริ่มต้นซึ่งเป็นช่วงที่รักษาได้ผลดีที่สุด

อาการที่ 2 คือ ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นหรือมีเลือดปน แม้ตกขาวใสหรือขาวเล็กน้อยอาจพบได้ แต่หากมีสีเหลือง สีเขียว มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปะปน ควรรีบพบแพทย์ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของการอักเสบเรื้อรัง หรือความผิดปกติภายในโพรงมดลูก โดยเฉพาะหากเกิดร่วมกับอาการอื่น

อาการที่ 3 คือ ปวดท้องน้อยหรือรู้สึกแน่นบริเวณอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง หากมีอาการปวดหน่วง ๆ หรือแน่นท้องน้อยต่อเนื่องหลายสัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเกิดจากก้อนหรือความหนาผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูก และหากอาการปวดเพิ่มมากขึ้นหรือคลำพบก้อน ควรรีบพบแพทย์ทันที

อาการที่ 4 คือ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจและมีอาการอ่อนเพลียผิดปกติ การลดน้ำหนักทั้งที่ไม่ได้ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายมากขึ้น รวมถึงมีอาการซีด เหนื่อยง่าย หรืออ่อนแรง อาจเป็นสัญญาณของโรคเรื้อรัง รวมถึงโรคมะเร็งในบางกรณี โดยเฉพาะหากเกิดร่วมกับอาการเลือดออกผิดปกติ

อาการที่ 5 คือ ปัสสาวะบ่อยหรือถ่ายอุจจาระลำบากผิดปกติ หากมีแรงกดจากก้อนบริเวณอุ้งเชิงกราน อาจทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะบ่อย หรือมีปัญหาในการขับถ่าย แม้อาการดังกล่าวอาจไม่จำเพาะเจาะจง แต่หากเกิดร่วมกับอาการอื่น ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม

นอกจากนี้ยังแนะนำวิธีดูแลสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยง ได้แก่ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม เนื่องจากไขมันส่วนเกินสามารถกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนและเพิ่มความเสี่ยงต่อเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว ควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิต โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน เพราะภาวะดื้ออินซูลินมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรค ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที เพื่อช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและลดการอักเสบ หลีกเลี่ยงการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเพียงชนิดเดียวโดยไม่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และเข้ารับการตรวจภายในตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

แพทย์ยังย้ำว่า หลังหมดประจำเดือน อาการเลือดออกผิดปกติถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะมะเร็งมดลูกในระยะแรกสามารถรักษาได้ผลดี หากตรวจพบเร็ว โอกาสหายขาดก็จะยิ่งสูงขึ้น หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจภายในและอัลตราซาวด์อย่างละเอียด

อย่างไรก็ตามที่กล่าวมาข้างต้น นพ.เจษฎ์ เตือนผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนอย่าชะล่าใจ หากมีอาการผิดปกติอย่างเลือดออกทางช่องคลอด ตกขาวผิดปกติ ปวดท้องน้อย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือปัสสาวะและการขับถ่ายผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกที่สามารถรักษาได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...