หมอเจด เตือนแล้ว! เผยอาการผิดปกติ หลังหมดประจำเดือน อย่าชะล่าใจเด็ดขาด
วันที่ 7 มีนาคม 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ หมอเจด โดยเตือนผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนให้สังเกตความผิดปกติของร่างกาย หลังพบว่าหลายคนเข้าใจว่าเมื่อหมดประจำเดือนแล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องมดลูกอีกต่อไป ทั้งที่ในความเป็นจริงยังมีความเสี่ยงต่อโรคบางชนิด โดยเฉพาะมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
แพทย์ระบุว่า เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผนังมดลูกควรบางลงและไม่ควรมีเลือดออกอีก หากมีอาการผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ภาวะอ้วน โรคเบาหวาน หรือเคยใช้ฮอร์โมนบางชนิด พร้อมแนะนำ 5 อาการสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
อาการ 1 คือ มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังหมดประจำเดือน ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะออกเพียงเล็กน้อย เป็นสีน้ำตาลจาง หรือเหมือนประจำเดือนกลับมาอีกครั้ง ก็ถือว่าผิดปกติทั้งหมด โดยปกติแล้วต้องไม่มีประจำเดือนติดต่อกันครบ 1 ปีจึงจะเรียกว่าหมดประจำเดือนจริง หากหายไปเพียง 6 เดือนแล้วกลับมามีเลือดออกอีก ควรรีบเข้ารับการตรวจ เพราะหากปล่อยไว้ อาจพลาดการวินิจฉัยในระยะเริ่มต้นซึ่งเป็นช่วงที่รักษาได้ผลดีที่สุด
อาการที่ 2 คือ ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นหรือมีเลือดปน แม้ตกขาวใสหรือขาวเล็กน้อยอาจพบได้ แต่หากมีสีเหลือง สีเขียว มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปะปน ควรรีบพบแพทย์ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของการอักเสบเรื้อรัง หรือความผิดปกติภายในโพรงมดลูก โดยเฉพาะหากเกิดร่วมกับอาการอื่น
อาการที่ 3 คือ ปวดท้องน้อยหรือรู้สึกแน่นบริเวณอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง หากมีอาการปวดหน่วง ๆ หรือแน่นท้องน้อยต่อเนื่องหลายสัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเกิดจากก้อนหรือความหนาผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูก และหากอาการปวดเพิ่มมากขึ้นหรือคลำพบก้อน ควรรีบพบแพทย์ทันที
อาการที่ 4 คือ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจและมีอาการอ่อนเพลียผิดปกติ การลดน้ำหนักทั้งที่ไม่ได้ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายมากขึ้น รวมถึงมีอาการซีด เหนื่อยง่าย หรืออ่อนแรง อาจเป็นสัญญาณของโรคเรื้อรัง รวมถึงโรคมะเร็งในบางกรณี โดยเฉพาะหากเกิดร่วมกับอาการเลือดออกผิดปกติ
อาการที่ 5 คือ ปัสสาวะบ่อยหรือถ่ายอุจจาระลำบากผิดปกติ หากมีแรงกดจากก้อนบริเวณอุ้งเชิงกราน อาจทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะบ่อย หรือมีปัญหาในการขับถ่าย แม้อาการดังกล่าวอาจไม่จำเพาะเจาะจง แต่หากเกิดร่วมกับอาการอื่น ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม
นอกจากนี้ยังแนะนำวิธีดูแลสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยง ได้แก่ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม เนื่องจากไขมันส่วนเกินสามารถกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนและเพิ่มความเสี่ยงต่อเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว ควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิต โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน เพราะภาวะดื้ออินซูลินมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรค ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที เพื่อช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและลดการอักเสบ หลีกเลี่ยงการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเพียงชนิดเดียวโดยไม่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และเข้ารับการตรวจภายในตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง
แพทย์ยังย้ำว่า หลังหมดประจำเดือน อาการเลือดออกผิดปกติถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะมะเร็งมดลูกในระยะแรกสามารถรักษาได้ผลดี หากตรวจพบเร็ว โอกาสหายขาดก็จะยิ่งสูงขึ้น หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจภายในและอัลตราซาวด์อย่างละเอียด
อย่างไรก็ตามที่กล่าวมาข้างต้น นพ.เจษฎ์ เตือนผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนอย่าชะล่าใจ หากมีอาการผิดปกติอย่างเลือดออกทางช่องคลอด ตกขาวผิดปกติ ปวดท้องน้อย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือปัสสาวะและการขับถ่ายผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกที่สามารถรักษาได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น