โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘พิพัฒน์’ สั่งตั้ง War Room รับมือวิกฤตตะวันออกกลางคุมเข้มค่าโดยสารทุกระบบ

ไทยโพสต์

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 04.23 น.

'คมนาคม' ถกหน่วยงานตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมจับตาความตึงเครียดตะวันออกกลาง สั่งคุมเข้มค่าโดยสารทุกระบบ ห้ามขึ้นเกินกฎหมายกำหนด เพื่อบรรเทาภาระประชาชน

6 มี.ค. 2569 – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก กระทรวงคมนาคมโดยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้หารือหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเร่งกำหนดมาตรการดูแลประชาชน โดยเฉพาะการควบคุมอัตราค่าโดยสารของระบบขนส่งสาธารณะไม่ให้มีการปรับขึ้นเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้จัดตั้ง ศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และกำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภท เพื่อไม่ให้มีการขึ้นค่าโดยสารหรือค่าขนส่งสินค้าเกินกว่ากรอบที่กำหนดไว้ในกฎหมาย พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ให้บริการตรึงอัตราค่าโดยสารในช่วงที่รัฐบาลยังตรึงราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศ

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) กรมการขนส่งทางราง(ขร)กรมเจ้าท่า (จท)และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท)เร่งดำเนินมาตรการในแต่ละระบบการขนส่งอย่างใกล้ชิด โดยการขนส่งทางบก ให้ตรวจสอบและกวดขันรถโดยสารประจำทาง รถสาธารณะ และรถรับจ้างทุกประเภท ให้คิดค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด

ในส่วนของขนส่งทางน้ำ ให้ตรวจสอบผู้ประกอบการเรือโดยสารและเรือขนส่งสินค้าไม่ให้คิดค่าบริการเกินกว่าที่กำหนด พร้อมติดตามค่าระวางสินค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด การขนส่งทางอากาศ ให้กำกับดูแลสายการบินในการกำหนดค่าโดยสารและค่าขนส่งสินค้าให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงพิจารณามาตรการตรึงค่าโดยสารในช่วงสถานการณ์ผันผวน และการขนส่งทางราง ให้ประเมินความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะรถจักรที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซล เพื่อเตรียมแนวทางบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า

นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคมยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานในภาคการขนส่ง รายงานสถานการณ์ให้ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัย ด้านการคมนาคม (ศผส.คค.) ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อการให้บริการสาธารณะ และศึกษามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนส่งผลกระทบต่อระบบขนส่ง

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนเป็นอันดับแรก กระทรวงคมนาคมจะกำกับดูแลไม่ให้เกิดการขึ้นค่าโดยสารเกินกว่ากฎหมายกำหนด และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะยังคงให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม” นายพิพัฒน์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...