"สรวีย์" จนมุมยอมรับจ้างอุ้ม ผจก.ท็อปจริง แฉปมโกรธแค้นเรื่องในครอบครัว
"สรวีย์" จนมุม! ยอมรับจ้างอุ้ม ผจก.ท็อป จริง แต่อ้างไม่คิดฆ่า-ไม่เคยเห็นหน้าเหยื่อ แฉปมโกรธแค้นเรื่องในครอบครัว เตรียมขยายผลสอบคลิปลับอดีตหญิงคนสนิท
จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม 2 ผู้ต้องหาชายและหญิง คดีจ้างวานฆ่า นายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ ท๊อป ผู้จัดการบริษัทนำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งถูกแก๊งคนร้ายอุ้มขึ้นรถ บริเวณลานจอดรถบ่อตกกุ้ง ซอยรัชดา 18 ในช่วงเช้าเวลา 06.24 น. ของวันที่ 18 ก.พ. 69 มุ่งหน้า จ.สมุทรปราการ กระทั่งเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 69 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ติดตามไปจนพบศพนายรุทธ์ สภาพถูกเผาเหลือแต่โครงกระดูก อยู่ภายในห้องน้ำ บ้านร้างไร่ไบคาน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ล่าสุดวันที่ 6 มี.ค. 69 เจ้าหน้าที่สิบเวรได้มีการเบิกตัวนายสรวีย์ 1 ในผู้ต้องหาจ้างวานฆ่า นายรุทธ์ไปให้ พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และพนักงานสอบสวนสอบปากคำในทุกประเด็น พร้อมกับทนายความ ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวออกมา ทีมข่าวพยายามสอบถามไม่ได้หลายประเด็น แต่นายสรวีย์ ก็นิ่งเงียบ ไม่ตอบคำถามใด
ภายหลังสอบปากคำนายสรวีย์ เป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล าให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นขบวนการนี้นายสรวีย์ยอมรับว่ามีการจ้างวาน ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ หรือ อาร์ต ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่จริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ต้องการที่จะเอาชีวิต และไม่เคยเจอหน้าผู้เสียชีวิตเลยสักครั้ง ส่วนมูลเหตุเป็นความโกรธแค้นปัญหาภายในครอบครัว ส่วนรายละเอียดเชิงลึก ขอไม่เปิดเผย เนื่องจากจะกระทบต่อสำนวนคดี แต่ยอมรับว่า สถานะของนายสรวีย์กับ น.ส.เบญญาภา เป็นแค่พี่น้องที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ซึ่ง น.ส.เบญญาภาจะมีหน้าที่รับส่งลูกสาวที่อยู่กับ น.ส.จีน่าไปโรงเรียน แต่หลักฐานมีความชัดเจนว่า น.ส.เบญญาภา เป็นผู้ร่วมขบวนการ โดยเป็นคนจัดหาสายสืบเอกชน ให้ไปหาข้อมูลผู้เสียชีวิตตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว จึงทำให้ตำรวจต้องขอศาลฯ ออกหมายจับ และแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนทั้ง 10 คน ส่วนว่าที่ร้อยตรีภูเมธ ที่ยังหลบหนีอยู่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี
ส่วนเรื่องโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต ตำรวจก็ได้สอบถามผู้ต้องหาในประเด็นนี้ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าได้มีการทวงถามแก๊งอุ้มจริง แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ได้ของกลางดังกล่าว ส่วนภายในโทรศัพท์จะมีคลิปลับอีกหรือไม่ รวมถึงพยานหลักฐานอื่นๆ ตำรวจจะทำการขยายผลด้วยการเข้าตรวจค้น เพื่อนำมาประกอบสำนวนในคดี หากพบว่ามีบุคคลอื่นที่ร่วมมาทำความผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น ส่วนกรณีที่ น.ส.จีน่ามีคลิปลับอยู่ในโทรศัพท์มือถือส่วนตัว แล้วจะขอมาตรวจสอบในภายหลังหรือไม่ เพื่อเทียบเคียงพยานหลักฐาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา