โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เงินเฟ้อ ก.พ. 69 ติดลบต่อเนื่อง 11 เดือน ประเมิน 3 ฉากทัศน์ศึกตะวันออกกลางดันราคาน้ำมัน

NATIONTV

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เงินเฟ้อเดือน ก.พ.2569 ติดลบ 0.88% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว โดยติดลบต่อเนื่องเดือนที่ 11 นับจากเดือน เม.ย.2568 มีปัจจัยหลักราคาสินค้ากลุ่มพลังงานลดลง โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดจากการอุดหนุนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้าลดตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพภาครัฐ ประกอบกับราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และผลไม้สด ลดลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด ขณะที่ราคาสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารสำเร็จรูป สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก 0.56%

นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า

เงินเฟ้อที่ติดลบติดต่อกัน 11 เดือน ยังไม่มีสัญญาณเงินฝืด เพราะแรงฉุดหลักมาจากเรื่องพลังงาน และมาตรการลดค่าครองชีพภาครัฐ และแม้เงินเฟ้อจะติดลบแต่เงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวก แสดงว่ามีความต้องการอยู่ ขณะที่การจ้างงานยังขยายตัวตามเศรษฐกิจ โดยรวมจึงไม่มีปัจจัยใดบ่งชี้ว่าเป็นเงินฝืด

สำหรับเงินเฟ้อเดือน ก.พ.ที่ติดลบ 0.88 % ยังมีปัจจัยจากหมวดอื่นที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.59 % โดยเป็นการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง) ของใช้ส่วนบุคคล สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด ค่าน้ำประปา และเสื้อผ้า ขณะที่มีสินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น อาทิ รถยนต์ ค่าเช่าบ้าน ค่าทัศนาจรต่างประเทศ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ค่าบริการขนขยะ และรถจักรยานยนต์ หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.26 % จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ปลาและสัตว์น้ำ ข้าวสารเจ้า ผักสด และผลิตภัณฑ์น้ำตาล อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ ผลไม้สด เนื้อสุกร น้ำมันพืช ข้าวสารเหนียว ไข่ไก่ กระเทียม และหัวหอมแดง

ส่วนแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน มี.ค.2569 จะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการร่วมปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลต่ออิหร่าน ทำให้ความไม่สงบและความตึงเครียดในตะวันออกกลางสูงขึ้น คาดว่าจะติดลบลดลงแต่จะพลิกกลับเป็นบวกหรือไม่ต้องรอดูสถานการณ์ ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ค่าระวางเรือสูงขึ้น ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น จากสภาพอากาศที่อุณหภูมิสูงกว่าปีก่อนหน้า ราคารถยนต์สูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 และการฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยวที่อาจทำให้ค่าโดยสารเครื่องบินมีแนวโน้มสูงขึ้น

นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นจะส่งผลต่อเงินเฟ้อ โดย สนค.ประเมิน 3 ฉากทัศน์ ที่อิงสมมติฐานจากทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพ ดังนี้

1.กรณีราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเฉลี่ยที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบ 1-2% โดยคำนวณจากสมมติฐานมีการปรับเพิ่มอาหาร 10% บางพื้นที่

2.กรณีราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2-3% โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบมาก คือ อาหารสำเร็จรูป ซึ่งมีแนวโน้มปรับขึ้น 10-20% หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เนื่องจากต้นทุนน้ำมันสูงขึ้นจะส่งผ่านราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การขนส่ง และการแปรรูปอาหาร ทั้งนี้ อาหารสำเร็จรูปเป็นสินค้าที่มีน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อค่อนข้างสูงที่ 16% จึงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ

3.กรณีราคาน้ำมันในตลาดโลกอยู่ที่ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้ออาจปรับสูงกว่า 3% โดยราคาอาหารสำเร็จรูปอาจเพิ่มขึ้น 10% และกระทบวงกว้างมากกว่า 50% ของพื้นที่ทั่วประเทศ

“การคาดการณ์ดังกล่าวไม่ได้พิจารณาเพียงภาพรวมระดับมหภาคของราคาน้ำมัน แต่ลงลึกถึงผลกระทบราคาสินค้าแต่ละหมวด โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปที่เป็นสินค้าที่ขึ้นราคาเร็วเมื่อราคาพลังงานเพิ่ม และมักลดลงยาก”

อย่างไรก็ตาม น้ำมันที่เพิ่มขึ้น ยังมีผลกระทบต่อเนื่องถึงค่าบริการขนส่ง ค่าไฟฟ้า ราคาสินค้าเกษตร ที่จะกระทบจากต้นทุนค่าขนส่ง แต่ทั้งหมดนี้ ยังบอกไม่ได้ว่าขึ้นเท่าไร ต้องดูก่อนว่าสถานการณ์จริงเป็นอย่างไร ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์จะยืดแค่ไหน ถ้าจบเร็วราคาน้ำมันก็อยู่ในปัจจุบัน และเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ควรจะเป็น โดยยังขึ้นอยู่กับระดับความขัดแย้งในสถานการณ์ตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจากกรณีดังกล่าว มาจากความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมันดิบ และอาหารสำเร็จรูป (ที่มีน้ำหนัก 16% ในตะกร้าเงินเฟ้อ) รวมทั้งผลกระทบเพิ่มจากค่าครองชีพอื่นสูงขึ้น และอ้างอิงจากกรณีศึกษาผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี 2565 ซึ่งขณะนั้นราคาน้ำมันดิบตลาดโลกอยู่ที่ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราเงินเฟ้อไทยอยู่ที่ 6.08%

ทั้งนี้ แม้ผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลางจะทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ต้องดูว่าภาครัฐมีมาตรการอย่างไร โดยกระทรวงพลังงานบริหารจัดการราคาน้ำมันตรึงราคาดีเซล 15 วัน รวมถึงค่าไฟฟ้าที่จะได้รับผลกระทบจากก๊าซธรรมชาติที่นำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า แต่คงไม่ปรับขึ้นทันที เพราะรัฐมีมาตรการลดค่าครองชีพ โดยลดค่า Ft งวดเดือน ม.ค.-เม.ย.2569 อยู่ ซึ่งค่าไฟฟ้าอยู่ที่หน่วยละ 3.88 บาท และยังมีค่าเงินบาทแข็งค่าทำให้ต้นทุนนำเข้าลดลง และราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่ต่ำกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะฉุดให้เงินเฟ้อไม่เพิ่มขึ้น

สำหรับเงินเฟ้อทั้งปีขึ้นกับระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ ซึ่งรอดูเงินเฟ้อไตรมาส 1 ก่อนทบทวนเป้าหมาย โดยล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ 0.0-1.0% (ค่ากลางที่ 0.5%)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...