โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนพบฟอสซิลปลาโบราณ จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของวิวัฒนาการ ‘จากปลาสู่มนุษย์’

Xinhua

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

ปักกิ่ง, 6 มี.ค. (ซินหัว) — ทีมวิจัยจากสถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังและมานุษยวิทยาบรรพกาล (IVPP) สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) ค้นพบฟอสซิลปลาสองชนิดที่มีอายุมากกว่า 400 ล้านปีในจีน หลังจากทำงานภาคสนามและวิจัยในห้องปฏิบัติการมานานกว่าทศวรรษ โดยชนิดหนึ่งเป็นปลาตัวเล็กทรงเพรียว ส่วนอีกชนิดเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดยักษ์ในยุคของมันที่มีฟันลักษณะแปลกประหลาด ซึ่งการค้นพบครั้งนี้ช่วยเติมเต็มช่องว่างสำคัญในเส้นทางวิวัฒนาการ “จากปลาสู่มนุษย์”

งานวิจัยสองชิ้นเกี่ยวกับต้นกำเนิดของปลากระดูกแข็ง ซึ่งเผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ เมื่อวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) ระบุว่าทีมนักวิจัยฯ พบฟอสซิลปลากระดูกแข็งที่สมบูรณ์เก่าแก่ที่สุดของโลก ซึ่งตั้งชื่อว่าอีโอสเตอุส ฉงชิ่งเจนซิส (Eosteus chongqingensis) ในเทศบาลนครฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน และยังได้ทำการวิเคราะห์โครงสร้างหัวและลักษณะฟันของเมกามาสแท็กซ์ แอมบลีโอดัส (Megamastax amblyodus) อย่างละเอียด ซึ่งเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในยุคไซลูเรียน (Silurian) โดยพบที่เมืองชวีจิ้ง มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน โดยการค้นพบเหล่านี้ทำให้จีนกลายเป็น “แหล่งกำเนิด” สำคัญของวิวัฒนาการสัตว์มีกระดูกสันหลังยุคแรก

จูหมิ่น นักวิชาการของสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนจากสถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังและมานุษยวิทยาบรรพกาล ระบุว่าปลากระดูกแข็งเป็นสายหลักของสัตว์มีกระดูกสันหลัง โดยสายวิวัฒนาการที่ยังคงอยู่สองสาย ได้แก่ ปลากระดูกแข็งที่มีครีบก้าน (ray-finned fish) และปลาที่มีครีบเป็นพู่ (Lobe-finned fishes) ได้กระจายพันธุ์และครองพื้นที่ในระบบนิเวศทั้งในน้ำและบนบกตามลำดับ โดยปลากระดูกแข็งที่มีครีบก้านได้วิวัฒนาการจนมีมากกว่า 30,000 สายพันธุ์ รวมถึงปลาส่วนใหญ่ที่พบในปัจจุบัน ขณะที่ปลาที่มีครีบเป็นพู่สายหนึ่งได้ขึ้นสู่พื้นดินในยุคดีโวเนียน (Devonian) และวิวัฒนาการต่อมาเป็นสัตว์สี่ขาทั้งหมดและมนุษย์

อย่างไรก็ตาม ต้นกำเนิดของปลากระดูกแข็งยังคงเป็นปริศนามาอย่างยาวนาน เนื่องจากฟอสซิลที่เคยค้นพบก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่เป็นปลาที่วิวัฒนาการแยกสายชัดเจนเป็นกลุ่มครีบก้านหรือครีบพู่ไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ยุคดีโวเนียน โดยข้อมูลเกี่ยวกับปลากระดูกแข็งดั้งเดิม หรือกลุ่มต้นกำเนิดของปลากระดูกแข็ง ซึ่งมีอยู่ก่อนที่สองสายวิวัฒนาการหลักนี้จะแยกออกจากกันยังขาดหายไป ส่งผลให้นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถระบุรูปร่างลักษณะของบรรพบุรุษร่วมล่าสุดของปลาครีบก้านและปลาครีบพู่ได้อย่างชัดเจน

จูโย่วอัน นักวิจัยจากสถาบันบรรพชีวินวิทยาฯ ระบุว่าอีโอสเตอุส ฉงชิ่งเจนซิส ซึ่งมีชีวิตอยู่เมื่อราว 436 ล้านปีก่อน มีความยาวทั้งตัวเพียงราว 3 เซนติเมตร แต่อยู่ในสภาพดีที่มีทั้งส่วนหัวและหางครบถ้วน โดยปลาขนาดเล็กโบราณชนิดนี้แสดงให้เห็นทั้งลักษณะดั้งเดิมและลักษณะที่พัฒนาขึ้นแล้ว ซึ่งการค้นพบดังกล่าวพิสูจน์ว่าลักษณะสำคัญของปลากระดูกแข็งได้ปรากฏขึ้นเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ราว 10 ล้านปี

ด้านหลูจิ้ง นักวิจัยของทีม ระบุว่าเมกามาสแท็กซ์ แอมบลีโอดัส ซึ่งพบในชั้นหินที่มีอายุราว 423 ล้านปี มีความยาวมากกว่า 1 เมตร ทำให้เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ใหญ่ที่สุดในยุคไซลูเรียน โดยหลังจากใช้เวลาวิจัยเกือบหนึ่งทศวรรษ ทีมวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีการถ่ายภาพขั้นสูงและการสร้างแบบจำลองสามมิติด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อเผยโครงสร้างหัวแบบสามมิติที่สมบูรณ์และรายละเอียดภายในที่ซ่อนอยู่ และพบว่าเมกามาสแท็กซ์ แอมบลีโอดัส มีฟันเรียงกันสองแถว คือแถวด้านในและด้านนอก โดยฐานฟันแต่ละจุดในแถวด้านในมีหนามแหลมจำนวนมาก

จูระบุว่าการวิเคราะห์เชิงสายวิวัฒนาการจัดให้ปลาทั้งสองชนิดนี้อยู่ในกลุ่มต้นกำเนิดของปลากระดูกแข็ง ซึ่งเป็นรูปแบบดั้งเดิมที่มีอยู่ก่อนที่ปลาครีบก้านและปลาครีบพู่จะแยกสายวิวัฒนาการออกจากกัน การค้นพบเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจลักษณะของบรรพบุรุษร่วมล่าสุดของปลาครีบก้าน ซึ่งรวมถึงปลาส่วนใหญ่ในปัจจุบัน และปลาครีบพู่ ซึ่งรวมถึงสัตว์สี่ขาทั้งหมดและมนุษย์ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับการกระจายตัวช่วงแรกของสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีขากรรไกร และอธิบายเส้นทางวิวัฒนาการของขากรรไกรและฟันในปลากระดูกแข็งยุคแรก

จูเปิดเผยว่าฟอสซิลปลาทั้งสองชนิดที่ค้นพบนี้ถือเป็นจุดสำคัญของเส้นทางวิวัฒนาการจากปลาไปสู่มนุษย์ โดยเผยให้เห็นว่าปลากระดูกแข็งได้เริ่มมีความหลากหลายแล้วในช่วงเวลานั้น ซึ่งวางรากฐานสำคัญให้ปลาบางสายวิวัฒนาการสามารถขึ้นสู่พื้นดิน และพัฒนาเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่รุ่งเรืองบนโลก จนนำไปสู่วิวัฒนาการจากปลาสู่มนุษย์ในที่สุด

(แฟ้มภาพซินหัว : นักวิจัยศึกษาฟอสซิลของอีโอสเตอุส ฉงชิ่งเจนซิสที่สถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังและมานุษยวิทยาบรรพกาล ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 3 มี.ค. 2026)
(แฟ้มภาพซินหัว : ฟอสซิลของเมกามาสแท็กซ์ แอมบลีโอดัสที่สถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังและมานุษยวิทยาบรรพกาล สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 3 มี.ค. 2026)
(แฟ้มภาพซินหัว : จูหมิ่น นักวิชาการของสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนจากสถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังและมานุษยวิทยาบรรพกาล ร่วมการแถลงข่าวในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 3 มี.ค. 2026)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...