SC รีแบรนด์รอบ 20 ปี เคลียร์พอร์ตอสังหาฯ-ชูโมเดลเช่าซื้อ ลุยคอนโดฯหรู 1 ล้านบาท/ตร.ม.
SC Asset รีแบรนด์ครั้งใหญ่ เปลี่ยนโลโก้ในรอบ 20 ปี เดินหน้ากลยุทธ์สร้างสมดุลพอร์ต 3 กลุ่มธุรกิจ กระจายแหล่งรายได้ เพิ่ม Recurring Income และสร้าง New S-Curve ตั้งเป้ารายได้ 25,500 ล้านบาท วางเป้าดันกำไรนิวไฮ แตะ 3,000 ล้าน ภายในปี 2573 ลุยเปิดคอนโดฯใหญ่ที่สุดที่เคยทำมา คาดราคาอาจแตะ 1,000,000 ล้านบาทต่อ ตร.ม.
นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง ส่งผลให้ SC ปรับตัวล่วงหน้าตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งการปรับโครงสร้างองค์กร จัดระเบียบทางการเงิน เพิ่มพันธมิตรร่วมลงทุน ตลอดจนการกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในธุรกิจใหม่ โดยทยอยปรับโครงสร้างธุรกิจสู่พอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุม 3 กลุ่มเครื่องยนต์ธุรกิจ ได้แก่ อสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัย, อสังหาฯ รายได้ประจำ และธุรกิจใหม่
“โลกทุกวันนี้ผันผวนทุกภูมิภาค จากที่ยึดหลักเกณฑ์นำไปสู่โลกที่สะสมพรรคพวก บนโลกที่เปลี่ยนแปลงขนาดนี้ สิ่งมีชีวิตที่จะอยู่รอดต้องมีการวิวัฒนาการ ต้องปรับตัวอยู่เสมอ ถ้าแบรนด์อยากจะอยู่รอด ต้องวิวัฒนาการ ถ้าไม่ปรับตัวก็จะสูญพันธุ์ไปในที่สุด สำหรับ SC เราปรับตัวอยู่เสมอ ปีนี้เรารีแบรนด์และรีฟอร์มองค์กร คือ ส่วนหนึ่งของการวิวัฒนาการพอร์ตธุรกิจที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย จะทำให้ SC เติบโตได้ยั่งยืนในโลกความผันผวนและท้าทายอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งสร้างคุณค่าสู่ผู้คนในวงกว้างได้มากขึ้น”
สำหรับที่มาของการเปลี่ยนโลโก้ในรอบ 20 ปี และเพิ่มสีของเอสซีฯที่ไม่ได้มีแค่สีส้ม แต่ยังมีสีขาว และชมพูเพิ่มขึ้นมาด้วย ณัฐพงศ์เปรียบเทียบว่า การเปลี่ยนโลโก้เป็นการตะโกนที่ดังที่สุดถึงกลุ่มผู้บริโภค และกลุ่มคนใหม่ ๆ และมีการนำคำว่า Asset ออกจากโลโก้ สะท้อนถึงคำว่า อะไรความเป็นไปได้ในเอสซีฯที่จะเติบโตในธุรกิจหลากหลาย และเติบโตแบบไม่มีข้อจำกัด แต่ยังอยู่ในพื้นฐานที่มีระบบและแข็งแรง
ปี 2569 จะไม่ใช่ปีประคองตัว เนื่องจากบริษัทตั้งเป้าเติบโตในทุกตัวเลข เป้ารายได้รวมที่ 25,500 ล้านบาท เติบโต 21% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (IBD/E) จะลดลงเหลือต่ำกว่า 1.2
พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำไรจากธุรกิจอสังหาฯ รายได้ประจำ และธุรกิจใหม่ให้มากกว่า 30% เพื่อผลักดันกำไรภาพรวมของ SC ให้สร้างนิวไฮ แตะ 3,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 และเตรียมงบฯลงทุนสำหรับปีนี้ 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจอสังหาฯ 75% และธุรกิจอื่น 25%
เปิด 2 คอนโดฯหรู 2.55 หมื่นล้าน-ลุยตลาดเช่า
“อสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัย” ตั้งเป้ายอดขายที่ 27,000 ล้านบาท โตจากปี 2568 ราว 33% และเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 23,000 ล้านบาท โดย ณ สิ้นปี 2568 มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) อยู่ที่กว่า 18,500 ล้านบาท ซึ่งประมาณ 40% จะทยอยรับรู้ในปี 2569
1.โครงการแนวราบ นำร่องพลิกโฉมบ้านเดี่ยว 8 ซีรีส์ใหม่ 17 โครงการ ได้แก่แบรนด์ Venue, Bangkok Boulevard, Bangkok Boulevard Signature และ Grand Bangkok Boulevard โดยมีโครงการเปิดตัวใหม่ในปีนี้ 4 โครงการ มูลค่า 3,000 ล้านบาท ไฮไลต์ คือ โครงการ Bangkok Boulevard Pause วิภาวดี-พหลโยธิน
2.คอนโดฯ 2 โครงการ มูลค่ารวม 25,500 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ Branded Residence ระดับอัลตราลักเซอรี่แบรนด์ใหม่ บนทำเลพระราม 4 ใกล้กับสวนลุมพินี เป็นคอนโดฯราคาสูงที่สุดที่เคยทำมา ราคาต่อ ตร.ม. สูงกว่า Scope หลังสวน คาดว่า 700,000 บาทต่อ ตร.ม. และอาจแตะ 1,000,000 บาทต่อ ตร.ม. สำหรับยูนิตพิเศษ และโครงการ ทำเลย่านบางโพ สำหรับราคาเข้าถึงได้ ราคาต่ำกว่า 150,000 บาทต่อ ตร.ม. คาดว่าจะเป็นแบรนด์เรฟเฟอร์เรนซ์ หรืออาจเป็นแบรนด์ใหม่ ซึ่งทั้งสองโครงการเป็นโครงการร่วมทุน (JV) และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในครึ่งหลังปี 2569
ปัจจุบันบริษัทพัฒนามาแล้ว 98 โครงการ มูลค่า 120,800 ล้านบาท (รวม 6 โครงการที่จะเปิดในปีนี้) และมียอดขายรอรับรู้รายได้ จาก 2 คอนโดฯที่รายได้จะเข้ามาในไตรมาส 2/2569 ได้แก่ COBE เกษตร-ศรีปทุม และ COBE รัชดา-พระราม 9 มูลค่า 7,000 ล้านบาท
และ 3.เปิดตัวโมเดล “GenSCription” ตอบรับเทรนด์คนรุ่นใหม่ “เช่าแทนซื้อ” ในรูปแบบคอนโดฯเซ็กเมนต์กลาง-ล่าง เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยและความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัย ซึ่งจะได้บริการบางอย่างเพิ่มเติมจากเอสซีฯ แบ่งเป็น 3 ประเภท 1.เช่าเพื่อซื้อ 2.เช่าเผื่อย้าย และ 3.เช่ายาว ๆ บนทำเลใกล้แหล่งทำงาน อาทิ วงเวียนใหญ่ พระราม 9 คาดว่าจะใช้โมเดลนำค่าเช่ามาใช้เป็นเงินดาวน์สำหรับผู้ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย (Rent to Own) ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในกลางปี 2569
“ตลาดเช่ามันโตขึ้นเรื่อย ๆ สมมุติใน 100 ห้องคอนโดฯ ตัวเลขประมาณ 1 ใน 4 มันมีแนวโน้มเติบโตขึ้น อีกตัวเลขที่น่าสนใจ Rental Rate มันสูงขึ้นเหมือนกัน ประเทศไทยเมื่อก่อนค่าเช่าสูงสุดอยู่ที่ 1,000 บาทต่อ ตร.ม.ต่อเดือน วันนี้บางทำเลอาจเกินราคานั้นไปแล้ว อย่างทำเลสโคปหลังสวนราคาเกิน 2,000 บาทต่อ ตร.ม.ต่อเดือนไปแล้ว เป็นครั้งแรกที่ราคาสามารถทะลุราคาเดิมไปได้” ณัฐพงศ์กล่าว
เดินหน้าธุรกิจใหม่ ลงทุนพันล้านใน 3 ปี
“อสังหาฯ รายได้ประจำ” ดำเนินการครอบคลุมธุรกิจโรงแรม แวร์เฮาส์ ออฟฟิศ และอพาร์ตเมนต์ให้เช่าในสหรัฐ ปีที่ผ่านมามีรายได้ 1,200 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้รวมโตราว 70% ที่ 2,000 ล้านบาท ผ่านการ 1.ขยายธุรกิจ Hospitality เพิ่มอีก 450 ห้อง (จาก 1,215 ห้อง) ในแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล เช่น พัทยาและภูเก็ต เนื่องจากยังมองว่าเป็นทำเลศักยภาพและมีโอกาสในการเติบโต วางเงินลงทุนไว้ที่ 2,000-3,000 ล้านบาท
2.คลังสินค้าโซนบางนา-อีอีซี เพิ่มอีก 170,000 ตร.ม เป็น 200,000 ตร.ม. และ 3.ลงทุนธุรกิจโซลาร์เซลล์ รองรับการเติบโตของ Data Center ภายใต้บริษัท SCX 360
และ “ธุรกิจใหม่” ครอบคลุมธุรกิจบริการหลังการขาย, ดิจิทัล แพลตฟอร์ม และสุขภาพ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ ที่ 400 ล้านบาท โตจากปี 2568 ราว 60% มีการเปิดตัว SCANVA บริษัทให้บริการหลังการขายผ่านแบรนด์ Scable โดยขยายจาก 150 โครงการ เป็น 260 โครงการ พร้อมเปิด LINTON บริการคอนเซียร์จดูแลกลุ่มลูกบ้านระดับอัลตราลักเซอรี่ ซึ่งเตรียมงบฯการลงทุนไว้ที่ 1,000 ล้านบาทในระยะเวลา 3 ปี และอาจมีการร่วมทุนกับบริษัทอื่น หรือซื้อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้คน โดยวางแผนลงทุนในธุรกิจสุขภาพเพื่อตอบรับ Wellness ที่กำลังเป็นเทรนด์ของโลกในตอนนี้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SC รีแบรนด์รอบ 20 ปี เคลียร์พอร์ตอสังหาฯ-ชูโมเดลเช่าซื้อ ลุยคอนโดฯหรู 1 ล้านบาท/ตร.ม.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net