โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เจาะอินไซต์ผู้บริโภค 4 เจน “Active Lifestyle” ดันสินค้า Sport-Wellness ขยายตัว

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในชีวิตประจำวัน ล่าสุดผลสำรวจThe 1 Insight ระบุว่า แนวโน้ม Active Lifestyle หรือรูปแบบการใช้ชีวิตที่เน้นการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อสุขภาพ กำลังกลายเป็นหนึ่งในพฤติกรรมผู้บริโภคสำคัญของโลกในปี 2569 สะท้อนผ่านการเติบโตของสินค้าและบริการในหมวดกีฬา สุขภาพ และการดูแลร่างกายในระยะยาว

การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัยพบว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่จนถึงวัยเกษียณต่างมีมุมมองต่อ Active Lifestyle แตกต่างกัน โดย Gen Z ให้ความสำคัญกับการแสดงตัวตนและการตามกระแส (Identity & Trend) Gen Y มองการออกกำลังกายเป็นเครื่องมือพัฒนาสมรรถภาพและสร้างสังคม (Performance & Community)

ขณะที่ Gen X เน้นการดูแลสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตและความคล่องตัวในระยะยาว (Quality of Life & Mobility) ส่วน Baby Boomers ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเพื่ออายุที่ยืนยาวและความมั่นคงทางร่างกาย (Longevity & Stability)

สำหรับผู้บริโภคไทย Active Lifestyle มีพัฒนาการชัดเจน จากเดิมที่การออกกำลังกายมักถูกมองในมิติของความสวยงาม ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสมรรถภาพและสุขภาพระยะยาวมากขึ้น ส่งผลให้การจัดสรรงบประมาณด้านการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางตลาดสินค้ากีฬาทั่วโลกที่เติบโตเฉลี่ยราว 6% ต่อปี ขณะเดียวกันกิจกรรมด้านกีฬาและสุขภาพ หรือ Sport & Wellness Events ก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Group Exercise, Run Club รวมถึงการแข่งขันเชิง Performance ที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี

ความนิยมดังกล่าวสะท้อนผ่านพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างชัดเจน โดยในหมวด Performance Footwear พบว่ายอดขายก่อนการแข่งขัน HYROX Bangkok 2568 ซึ่งเป็นการแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่จัดขึ้นช่วงปลายเดือนพฤษภาคม สูงกว่าช่วงหลังการแข่งขันถึง 1.5 เท่า แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีการเตรียมอุปกรณ์กีฬาอย่างจริงจังก่อนเข้าร่วมกิจกรรม

เมื่อเจาะลึกพฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิก The 1 พบว่า Gen Z ยังคงมอง Active Lifestyle เป็นพื้นที่ในการแสดงตัวตนและอยู่ในกระแสสังคม การออกกำลังกายจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเรื่องสุขภาพ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ที่สามารถสื่อสารและแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียได้

ในมิติของสินค้า Gen Z ตอบรับสินค้าที่เชื่อมโยงกับกระแสอย่างชัดเจน เช่น สินค้ากีฬาเทนนิสที่ได้รับความนิยมในปีที่ผ่านมา มียอดขายในกลุ่ม Gen Z เติบโตสูงถึง 5 เท่า ขณะเดียวกันเทรนด์โภชนาการอย่าง Plant-Based Protein ก็เติบโตกว่า 1.5 เท่า สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการทดลองแนวทางการดูแลสุขภาพที่หลากหลาย

นอกจากนี้ Gen Z ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด Running Apparel ซึ่งมียอดเติบโตกว่า 2 เท่า แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านจาก Athleisure ที่เน้นแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ไปสู่เสื้อผ้ากีฬาที่มีฟังก์ชันและสมรรถนะมากขึ้น สอดคล้องกับกระแส Run Club ที่กำลังได้รับความนิยมในสังคมเมือง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยมรวมกลุ่มวิ่งและแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย

ขณะที่ Gen Y ถือเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของ Active Lifestyle ในประเทศไทย โดยเป็นกลุ่มที่เปลี่ยนการออกกำลังกายจาก “ทางเลือก” ไปสู่ “ระบบชีวิต” อย่างจริงจัง Gen Y มองการออกกำลังกายเป็นทั้งเครื่องมือพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย และเป็นพื้นที่สร้างสังคมของคนที่มีเป้าหมายและไลฟ์สไตล์คล้ายกัน

ข้อมูลจาก The 1 Insight พบว่า การใช้จ่ายด้านสมาชิกฟิตเนสเติบโตกว่า 2 เท่า โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่ม Gen Y ที่มองฟิตเนสเป็นมากกว่าสถานที่ออกกำลังกาย แต่เป็น Community สำหรับการสร้างไลฟ์สไตล์ร่วมกัน ปัจจุบันฟิตเนสในกรุงเทพฯ มีช่วงราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000–20,000 บาทต่อเดือน ครอบคลุมตั้งแต่ตลาดแมสจนถึงระดับพรีเมียม สะท้อนถึงความพร้อมของผู้บริโภคในการลงทุนเพื่อสุขภาพระยะยาว

ในด้านเทคโนโลยี Gen Y ยังเป็นกลุ่มผู้ใช้จ่ายหลักของอุปกรณ์ Data Tracking ที่ใช้วัดผลด้านสมรรถนะร่างกาย เช่น การนอน การฟื้นตัว และระดับความเครียด มากกว่าฟังก์ชันอเนกประสงค์ของสมาร์ทวอทช์ทั่วไป โดยอุปกรณ์ติดตามสุขภาพบางแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในโลกโซเชียลมียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่ผ่านมา สะท้อนการใช้ข้อมูลมาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง

สำหรับ Gen X การใช้ชีวิตแบบ Active Lifestyle มุ่งเน้นการรักษาความแข็งแรงของร่างกายและความคล่องตัว เพื่อรองรับบทบาทในชีวิตทั้งการทำงานและครอบครัว กลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในระยะยาวและความสามารถในการเคลื่อนไหว

พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนผ่านการใช้จ่ายที่ชัดเจน โดย Gen X มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคู่ในหมวดรองเท้าวิ่งสูงกว่ากลุ่มวัยอื่นถึง 1.3 เท่า อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่มีการใช้บริการ Wellness Center สูงที่สุด สะท้อนการให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพ

ขณะที่ Baby Boomers ให้ความสำคัญกับ Active Lifestyle ในมิติของการดูแลสุขภาพเพื่ออายุที่ยืนยาวและมั่นคง ด้วยวัยที่ประเด็นเรื่องสุขภาพและอายุขัยใกล้ตัวมากขึ้น การดูแลร่างกายจึงเป็นกิจกรรมที่ทำอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลการบริโภคสะท้อนแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยหมวด Recovery Shoes เติบโตกว่า 3 เท่า ขณะที่ Smartwatch เติบโตกว่า 2 เท่า เนื่องจากผู้บริโภคใช้เทคโนโลยีเพื่อติดตามและเฝ้าระวังความผิดปกติด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตนเองและครอบครัว พร้อมลดความเสี่ยงและรักษาคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...