Morgan Stanley หั่นน้ำหนัก “หุ้นอินเดีย” เตือนสงครามอิหร่านเสี่ยงสะเทือนเอเชีย
Morgan Stanley ปรับมุมมองการลงทุนในเอเชียเป็นเชิงป้องกัน หั่นน้ำหนัก "หุ้นอินเดีย" หลังเตือนว่าสงครามอิหร่านอาจกระทบการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 09.15 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Morgan Stanley ธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลก ปรับมุมมองต่อการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียให้ระมัดระวังมากขึ้น พร้อมลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดีย หลังประเมินว่าสงครามอิหร่านอาจสร้างความปั่นป่วนต่อห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงาน หากการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้
Daniel Blake และ Jonathan Garner นักกลยุทธ์ของ Morgan Stanley ระบุในรายงานวันที่ 5 มีนาคมว่า ตลาดเอเชียยังคงพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากตะวันออกกลางในระดับสูง พร้อมเตือนว่าตลาดการเงินอาจประเมินความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานต่ำเกินไป
ในการปรับพอร์ตการลงทุนครั้งล่าสุด Morgan Stanley ได้ปรับลดคำแนะนำต่ออินเดียจากระดับ “Overweight” ลงมาเป็น “Equal-weight” โดยให้เหตุผลว่าอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียที่มีความเสี่ยงสูงต่อการหยุดชะงักของการส่งออก LNG จากกาตาร์
ขณะเดียวกันความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงระดับมูลค่าหุ้นที่ค่อนข้างสูง อาจทำให้นักลงทุนทั่วโลกชะลอการกลับมาลงทุนในตลาดอินเดีย และอาจรอจนกว่าวัฏจักรอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในเกาหลีใต้และไต้หวันจะผ่านจุดสูงสุดก่อน
Morgan Stanley ระบุด้วยว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามอิหร่านกำลังเพิ่มความเสี่ยงให้กับตลาดการเงินโลก โดยหากการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงหยุดชะงักเป็นเวลานาน อาจทำให้ราคาน้ำมันและ LNG ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อประเทศในเอเชียที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และอาจนำไปสู่การปรับลดคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียน
นอกจากนี้นักวิเคราะห์ยังเตือนว่าหากการชะงักงันด้านอุปทานพลังงานยืดเยื้อ อาจก่อให้เกิดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก และทำให้ภาคอุตสาหกรรมส่งออกซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของหลายประเทศในเอเชียได้รับผลกระทบ
ข้อมูลล่าสุดยังสะท้อนให้เห็นถึงกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย โดยตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น นักลงทุนต่างชาติได้ถอนเงินออกจากตลาดหุ้นอินเดียราว 1.3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ตลาดที่พึ่งพาอุตสาหกรรมชิปอย่างไต้หวันและเกาหลีใต้เผชิญแรงขายมากกว่า โดยมีเงินทุนไหลออกจากเกาหลีใต้ราว 1.6 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ และจากไต้หวันประมาณ 7.9 พันล้านดอลลาร์
อ้างอิง : www.bloomberg.com