หอมหัวใหญ่เชียงใหม่ล้นตลาด “นเรศ” ลงพื้นที่แม่วาง Kick Off ปล่อยคาราวานรถ 12 คัน
เมื่อวันที่ 7 มี.ค. นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีปล่อยคาราวานหอมหัวใหญ่ กิจกรรมกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกนอกแหล่งผลิต ภายใต้แคมเปญ “รักนะจึงให้หอม (หอมหัวใหญ่) เชียงใหม่เน้อจ้าว” จำนวน 12 คัน สู่ตลาดปลายทางทั่วประเทศ กระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่คุณภาพดีจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคอย่างทั่วถึง บรรเทาปัญหาผลผลิตล้นตลาด สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ ณ สหกรณ์การเกษตรห้วยมะนาว จำกัด ตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่าที่ร้อยตรีวิทยา โปทาศรี นายอำเภอแม่วาง นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ นายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ขบวนการสหกรณ์ และเกษตรกรในพื้นที่อำเภอแม่วาง และสันป่าตอง เข้าร่วม
โดยจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นแหล่งเพาะปลูกหอมหัวใหญ่ที่สำคัญของประเทศ โดยในปีการผลิต 2568/69 มีพื้นที่ปลูกรวม 5,150 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูก 1,331 ครัวเรือน และคาดการณ์ผลผลิตรวมกว่า 25,163 ตัน เฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่วาง มีพื้นที่เพาะปลูก 1,900 ไร่ คาดการณ์ผลผลิตประมาณ 9,500 ตัน โดยผลผลิตหอมหัวใหญ่ได้เริ่มทยอยออกสู่ตลาดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา
โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายและกล่าวเปิดงานกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกนอกแหล่งผลิต ผ่านขบวนการสหกรณ์รวมทั้งสิ้น 50 ตัน เป็นมูลค่า 872,450 บาท พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการนโยบาย CPD DRIVE และชิมเมนูอาหารจากหอมหัวใหญ่และสินค้าสหกรณ์
นายนเรศ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งเน้นการยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด ควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการสินค้าเกษตร เราได้ตั้งศักยภาพและใช้กลไกของ “ขบวนการสหกรณ์” มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ซึ่งหอมหัวใหญ่ที่เป็นสินค้าเกษตรสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ เพราะปลูกในพื้นที่อำเภอแม่วาง อำเภอสันป่าตอง อำเภอฝางและอำเภอพร้าว เป็นแหล่งรายได้หลักของเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ แต่ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวปีการผลิต 2568/2569 นี้ คาดว่าจะมีผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกสู่ตลาดมากถึง 25,000 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงและเกินกว่าความต้องการของตลาดภายในพื้นที่ ทำให้พี่น้องเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านราคาและผลกระทบต่อรายได้โดยตรง
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมที่จะเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด การจัดกิจกรรมในวันนี้เพื่อส่งเสริมการกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกนอกแหล่งผลิต จึงถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายในการกระจายหอมหัวใหญ่ผ่านเครือข่ายสหกรณ์ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และ Modern Trade ปริมาณไม่น้อยกว่า 2,000 ตัน ซึ่งจะช่วยลดภาวะผลผลิตล้นตลาด และช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม และสะท้อนให้เห็นถึง “ศักยภาพของระบบสหกรณ์” ในการบริหารจัดการด้านการตลาด และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้อย่างแท้จริง”
ในช่วงเกิดภาวะสงครามของตะวันออกกลาง เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ยทางการเกษตรที่จะมีราคาสูงขึ้นนั้น ก่อนหน้าที่จะมีภาวะสงคราม ท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้ก่อนแล้ว ก็ใช้กลไกกระบวนการเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องของปุ๋ยและด้านต่างๆ
สำหรับรอยต่อระหว่าง ครม.ชุดเก่า และชุดใหม่ นั้น การทำงานนั้นท่าน ธรรมนัส ก็ได้มอบนโยบายไว้แล้ว ก็ทำงานกันจนกว่าจะหมดวาระตามกรอบของกฎหมาย และข้าราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบ เพื่อพี่น้องเกษตรกรนั้นตามกรมต่างๆ ก็ดำเนินการอยู่แล้ว
ด้านนายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ ส่งเสริม และพัฒนาหอมหัวใหญ่จังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นเป็นที่รู้จัก และเพื่อกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่คุณภาพออกนอกแหล่งผลิตผ่านขบวนการสหกรณ์ ลดปัญหาผลผลิตกระจุกตัว และที่สำคัญเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม โดยได้รวบรวมการกระจายผลผลิตผ่านสำนักงานสหกรณ์จังหวัดและขบวนการสหกรณ์ ไปยังพื้นที่นอกเขตจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 56 จังหวัด ทั่วภูมิภาคของประเทศ แล้วกว่า 502 ตัน
“การ Kick Off ปล่อยรถบรรทุกหอมหัวใหญ่ในวันนี้ สหกรณ์ได้รับซื้อจากเกษตรกรสมาชิกในราคานำตลาด 8 บาท/กิโลกรัม จำนวน 50 ตัน โดยมีสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ต้นทางในพื้นที่ 4 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ฝาง จำกัด สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่บ้านกาดพัฒนา จำกัด สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่แม่วาง จำกัด และสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่พร้าว จำกัด การเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อรับซื้อหอมหัวใหญ่ของสหกรณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ จะช่วยนำผลผลิตออกจากแหล่งผลิตต้นทาง และผลักดันราคาหอมหัวใหญ่ให้มีราคาสูงขึ้น” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว
ขณะว่าที่ร้อยตรีวิทยากล่าวว่า สถานการณ์ในปัจจุบัน พี่น้องเกษตรกรกำลังประสบปัญหาราคาผลผลิตที่ผันผวนและมีแนวโน้มราคาลดลง โดยราคารับซื้อแบบเหมาสวนทุกขนาดในพื้นที่อำเภอแม่วางขณะนี้ อยู่ที่กิโลกรัมละ 5 บาท เกษตรกรต้องแบกรับภาระขาดทุน เนื่องจากราคาจำหน่ายต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ในขณะเดียวกัน สหกรณ์ในพื้นที่ก็ยังมีข้อจำกัดด้านศักยภาพในการเชื่อมโยงตลาดเพื่อกระจายผลผลิตออกสู่ภายนอก
ทั้งนี้การจัดงานในวันนี้ จึงเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกนอกแหล่งผลิตผ่านเครือข่ายสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร สำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ และห้างโมเดิร์นเทรด ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ขยายช่องทางการตลาดเพื่อกระจายหอมหัวใหญ่คุณภาพดีจากเชียงใหม่ให้เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ และสร้างรายได้ที่เป็นธรรมเพื่อความมั่นคงในอาชีพของพี่น้องเกษตรกรอย่างยั่งยืนต่อไป