โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไมเราเก็บเงินไว้เพื่อลงทุน : ระหว่างการเอาชนะเงินเฟ้อ หรือ การเอาชนะความกลัวของตัวเอง ?

Thairath Money

อัพเดต 01 ก.พ. เวลา 03.04 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. เวลา 03.03 น.
ภาพไฮไลต์

ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว สินทรัพย์บางอย่างเกิดขึ้นและหายไป เทรนด์การลงทุนหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปตามยุคสมัย แต่คำถามสำคัญยังคงเดิม การลงทุนที่เราทำ กำลังทำให้ชีวิตดีขึ้นจริงหรือไม่ หรือเพียงทำให้เรารู้สึกว่ากำลัง “ตามโลกทัน” บางครั้ง เราไม่ได้ลงทุนเพื่ออนาคต แต่ลงทุนเพื่อความสบายใจในปัจจุบัน เพื่อไม่ให้รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพื่อไม่ให้รู้สึกว่าตัวเอง “พลาดโอกาสของยุคสมัย” โดยไม่ทันได้ตั้งคำถามว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นสอดคล้องกับชีวิตที่เราอยากมีจริงหรือไม่ และบางที ความมั่งคั่งที่แท้จริง อาจไม่ใช่พอร์ตที่โตที่สุด ไม่ใช่ตัวเลขในแอปพลิเคชันการลงทุน และไม่ใช่ผลตอบแทนสูงสุดในกราฟ

แต่คือชีวิตที่ไม่ต้องตัดสินใจจากความกลัว ไม่ต้องวิ่งตามกระแสทุกคลื่นที่ผ่านเข้ามา และไม่ปล่อยให้ความผันผวนของราคา มากำหนดคุณค่าของตัวเอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว อิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง อาจไม่ใช่การมีสินทรัพย์มากที่สุด แต่คือการมี อิสรภาพทางความคิด มากพอจะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง โดยไม่ถูกตลาด ไม่ถูกสังคม และไม่ถูกความกลัว ควบคุมทิศทางชีวิต

การลงทุน: เครื่องมือเอาชนะเงินเฟ้อ หรือเครื่องมือปลอบใจทางจิตวิทยา

ในเชิงตัวเลข เหตุผลของการลงทุนฟังดูเรียบง่าย เงินเฟ้อเฉลี่ยระยะยาวของโลกอยู่ราว 2–3% ต่อปี เงินสดที่ถูกเก็บไว้เฉย ๆ จะค่อย ๆ สูญเสียอำนาจซื้ออย่างเงียบ ๆ การนำเงินไปลงทุนจึงถูกมองว่าเป็น “ทางรอดเชิงเหตุผล” แต่หากมองลึกลงไป การลงทุนของมนุษย์ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเหตุผลล้วน ๆ

งานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมชี้ว่า มนุษย์กลัว “การพลาดโอกาส” มากพอ ๆ กับกลัวการขาดทุน เราไม่ได้กลัวจนเพียงอย่างเดียว แต่กลัวการเห็นคนรอบตัวรวยขึ้นในขณะที่เรายังยืนอยู่ที่เดิม นี่คือเหตุผลที่ในทุกยุค ทุกสมัย จะมีสินทรัพย์บางอย่างถูกยกให้เป็น “ทางรอดของคนรุ่นนั้น” ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน หุ้นเทคโนโลยี หรือคริปโต ความรู้สึกว่าถ้าไม่เข้าร่วมตอนนี้ เราอาจไม่มีโอกาสอีกแล้ว เป็นแรงผลักที่ทรงพลังยิ่งกว่าเหตุผลทางการเงินเสียอีก

เลือกสินทรัพย์เพราะเข้าใจ หรือเพราะสังคมบอกว่าควรมี

คำถามที่สำคัญกว่าการลงทุนอะไร คือ เรากำลังลงทุนเพื่อแก้ปัญหาอะไรในชีวิต

  • หุ้นให้การเติบโตระยะยาว แต่อาจผันผวน

  • อสังหาริมทรัพย์ให้กระแสเงินสด แต่ขาดสภาพคล่อง

  • ทองคำป้องกันความไม่แน่นอน แต่ไม่สร้างรายได้

  • คริปโตเสนออนาคตใหม่ แต่แลกมากับความเสี่ยงสูง

ปัญหาคือ คนจำนวนมากไม่ได้เลือกสินทรัพย์จาก “โครงสร้างชีวิต” ของตัวเอง แต่เลือกจากกระแสและเสียงรอบข้าง เราซื้อสิ่งที่คนอื่นซื้อ โดยไม่ถามว่าความเสี่ยงนั้นสอดคล้องกับรายได้ เวลา และความสามารถในการรับผลกระทบกับจิตใจของเราหรือไม่

งานวิจัยด้านจิตวิทยาการเงินพบว่า มนุษย์เจ็บปวดจากการขาดทุนมากกว่าความสุขจากกำไรหลายเท่า และในเชิงคณิตศาสตร์ หากสินทรัพย์ลดลง 50% เราต้องได้กำไรถึง 100% เพียงเพื่อกลับไปที่จุดเดิม นี่คือเหตุผลที่การลงทุนที่ “ไม่เหมาะกับตัวเอง” ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นภาระทางอารมณ์ในระยะยาว

จำเป็นไหมที่ทุกคนต้องลงทุน และการลงทุนทำให้ชีวิตดีขึ้นจริงหรือ

ความจริงที่ไม่ค่อยมีใครพูดคือ ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องลงทุนในทุกช่วงชีวิต การลงทุนไม่ใช่หน้าที่พลเมือง และไม่ใช่บททดสอบความสำเร็จของชีวิต สำหรับบางคน การลงทุนคือเครื่องมือสร้างอิสรภาพ แต่สำหรับบางคน การลงทุนคือแหล่งความเครียดที่ทำลายคุณภาพชีวิต งานวิจัยด้านความสุขชี้ว่า หลังจากรายได้ถึงระดับที่ “เพียงพอ” แล้ว ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้ความสุขเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน สิ่งที่สำคัญกว่าคือความมั่นคง ความสามารถในการควบคุมชีวิต และการไม่ต้องตัดสินใจจากความกลัว การลงทุนที่ดีจึงไม่ใช่การแสวงหาผลตอบแทนสูงสุด แต่คือการเลือกสินทรัพย์ที่เราสามารถอยู่ร่วมกับมันได้ แม้ในวันที่มันไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

ความมั่งคั่งที่แท้จริงในโลกที่เปลี่ยนเร็ว

บางครั้ง ความมั่งคั่งที่แท้จริง อาจไม่ใช่พอร์ตที่โตที่สุด ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด และไม่ใช่การตัดสินใจที่ “ถูกต้องที่สุด” ในสายตาคนอื่น แต่คือชีวิตที่ไม่ต้องตัดสินใจจากความกลัว ไม่ต้องผูกคุณค่าของตัวเองกับความผันผวนของตลาด และไม่ปล่อยให้กราฟราคา มากำหนดความสุขหรือความทุกข์ของชีวิตในแต่ละวัน

ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล ข่าวสาร และคำแนะนำด้านการลงทุนอย่างล้นหลาม ทุกคนสามารถค้นพบสินทรัพย์ที่เหมาะกับตัวเองได้ในที่สุด แต่สิ่งนั้นต้องอาศัยเวลา เพราะการลงทุนที่ดีมักไม่มาอย่างรวดเร็วหรือหวือหวา หากมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป มั่นคง และพึ่งพาได้ในระยะยาว การเริ่มต้นจากเงินที่จำนวนเล็กน้อยเเละ การกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และการยอมรับว่าเส้นทางการเงินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คือหัวใจสำคัญไม่แพ้ผลตอบแทน เพราะการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น คือจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจที่ผิดพลาด และท้ายที่สุดแล้ว การลงทุนที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การเลือกสินทรัพย์ที่ชนะตลาด แต่คือการเลือกเส้นทางที่ทำให้เรานอนหลับได้อย่างสงบ แม้ในวันที่ตลาดไม่เป็นใจ และยังคงใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า โดยไม่ถูกโลกการเงินที่เปลี่ยนเร็ว ควบคุมทิศทางชีวิตของเรา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมเราเก็บเงินไว้เพื่อลงทุน : ระหว่างการเอาชนะเงินเฟ้อ หรือ การเอาชนะความกลัวของตัวเอง ?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...