สทบ.เปิดเกมรุก! ดันเกษตรกร 4 ภาค อัปสกิลครบวงจร ปั้นนวัตกรรมสู่ชุมชน สร้างรายได้ยั่งยืน
ผู้อำนวย สทบ. นำทัพ เปิดโครงการพัฒนาทักษะเกษตรกรเชิงอาชีพ 4 ภาคหวังดันนวัตกรรมสู่ชุมชน สร้างรายได้ยั่งยืน
สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ผนึกกำลังกับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ (พกฉ.) จัดพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาทักษะเกษตรกรเชิงอาชีพ 4 ภาค” อย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาทรัพยากรชีวภาพตำบลวันยาว จังหวัดจันทบุรี
ไฮไลต์สำคัญของงานครั้งนี้อยู่ที่บทบาทของ นายชาญกิจ ไตรรัตนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ซึ่งให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด ประกาศวิสัยทัศน์เดินหน้ายกระดับศักยภาพสมาชิกกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ ด้วยการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม สู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่
นายชาญกิจกล่าวเน้นย้ำว่า กองทุนหมู่บ้านฯ ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งทุนของชุมชน แต่จะทำหน้าที่เป็น “กลไกพัฒนา” ที่ผลักดันสมาชิกให้มีทักษะอาชีพเฉพาะทาง สามารถต่อยอดองค์ความรู้สู่การสร้างรายได้อย่างมั่นคง และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ภายในงานยังมีผู้บริหารและวิทยากรร่วมกว่า 130 คน อาทิ ดร.ประวีณา อินทร์ยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาบุคลากรวิจัย และนางสาวอุมารินทร์ โฉมเฉิด ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรและวิเทศสัมพันธ์ ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้น
โครงการดังกล่าวเป็นกิจกรรมภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างทั้ง 3 หน่วยงาน มีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถเกษตรกรและสมาชิกกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ ผ่านรูปแบบ Workshop ที่มุ่งเน้นการลงมือทำจริง ตั้งแต่กระบวนการผลิต การอนุรักษ์สายพันธุ์ การจัดการแปลง ไปจนถึงนวัตกรรมการแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เริ่มต้นภาคกลางที่จังหวัดจันทบุรี จัดเต็มหลักสูตร “ส้มมะปี๊ดครบวงจร” ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อยกระดับพืชท้องถิ่นของอำเภอขลุงให้เป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง สร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจแก่ชุมชน ทั้งนี้ โครงการฯ ดังกล่าว เตรียมขยายผลครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคกลาง (จันทบุรี): ส้มมะปี๊ด และทุเรียน, ภาคเหนือ (สุโขทัย): การผลิตและแปรรูปถั่วเหลืองและข้าว, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เลย): กาแฟครบวงจรและการสร้างแบรนด์ และ ภาคใต้ (นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี): การเพิ่มผลผลิตและแปรรูปมังคุดและประมง
“ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทเชิงรุกของผู้อำนวยการกองทุนหมู่บ้านฯ ในการบูรณาการเครือข่ายภาครัฐและองค์ความรู้ด้านวิจัย เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” สู่การปฏิบัติจริง เปลี่ยนศักยภาพเกษตรกรท้องถิ่นให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับประเทศ และก้าวสู่อนาคตเกษตรกรไทยยุคใหม่ที่ยืนได้ด้วยความรู้ เติบโตได้ด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืน” นายชาญกิจ กล่าวทิ้งท้าย