โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์จับโอกาส ‘จีนย้ายฐาน’ ขยายธุรกิจอาเซียน-แก้เกม ‘GDP โตต่ำ’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

3 แบงก์ใหญ่แก้ปมจีดีพีไทยโตต่ำ-สินเชื่อโตยาก ลุยตลาดอาเซียน “ธนาคารกรุงเทพ-กสิกรไทย” จับโอกาส “จีน-ญี่ปุ่น” ย้ายฐานการผลิตมาอาเซียน “KBANK” ขยับเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเป็น 10% ภายใน 5 ปี ฟาก “กรุงศรี” เผยตลาดในประเทศอิ่มตัว-จีดีพีโตต่ำในรอบ 10 ปี เร่งขยายธุรกิจ-รายได้ต่างประเทศ เชื่อเป็นตลาดที่มีโอกาสโตสูง ไม่ปิดโอกาสซื้อกิจการ เล็งปล่อยสินเชื่อโต 14-16%

นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่มีการเติบโตต่ำ และฟื้นตัวไม่ทั่วถึง เป็นคนป่วยของเอเชีย จะเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ เติบโตค่อนข้างแข็งแรง ดังนั้น ธนาคารกรุงเทพจึงพยายามเติบโตในพื้นที่เหล่านี้ และยังให้ความสำคัญกับการเติบโตในประเทศ แม้เศรษฐกิจขยายตัวต่ำ เนื่องจากยังมีโอกาส โดยเฉพาะการเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน

โดยแผนธุรกิจต่างประเทศในปี 2569 ภายใต้การเปลี่ยนแปลง Global Supply Chain ของโลก เห็นสัญญาณการย้ายการลงทุนของจีนและญี่ปุ่นเข้ามาในตลาดอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดเวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย เป็นตลาดที่เนื้อหอม นักลงทุนจีนและญี่ปุ่นให้ความสนใจ ดังนั้น ธนาคารจะเข้าไปขยายธุรกิจและให้บริการในประเทศเหล่านี้ผ่านเครือข่ายและจุดแข็งที่มีอยู่

“เราก็เห็นสัญญาณลูกค้ารายใหญ่ขยายธุรกิจในเวียดนาม และอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีประชากรอายุน้อย ตลาดค่อนข้างใหญ่ ทรัพยากรสมบูรณ์ มีประชากรระดับกลางเยอะ เป็นกลุ่มมีกำลังทรัพย์ มีดีมานด์สินค้าและบริการจำนวนมาก จึงเป็นตลาดที่หลายประเทศให้ความสนใจเข้าไปขยายธุรกิจเพิ่มเติม แต่อาจจะต้องเลือกอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตได้ดี”

นายไชยฤทธิ์กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพมีเครือข่ายสาขา 9 ใน 10 ประเทศอาเซียน มีสัดส่วนสินเชื่อต่างประเทศราว 25% ของสินเชื่อทั้งหมด และมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศราว 25% ของรายได้รวมทั้งหมด และคาดว่าสัดส่วนดังกล่าวจะทยอยเพิ่มขึ้นตามทิศทางการค้าและการลงทุน

“ตลาดอาเซียนเป็นตลาดที่ใหญ่ แต่ละประเทศมีความอุดมสมบูรณ์แตกต่างกัน ซึ่งภายใต้ข้อตกลงทางการค้า ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายการลงทุนและย้ายฐานการผลิต เป็นโอกาสที่ดีที่ธนาคารจะเข้าไปสนับสนุน โดยเลือกอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโต อย่างไรก็ดี ธุรกิจในไทยเราก็ยังหาโอกาสเติบโต เพราะจะเห็นว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังมีต่อเนื่อง สะท้อนจากตัวเลขที่ขอส่งเสริมเติบโต 50-60% แบงก์ก็จะเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

นายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า กสิกรไทยมีจุดแข็งเครือข่ายสาขาในประเทศอาเซียนและจีน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อการลงทุนระหว่างกันได้ โดยเฉพาะสัญญาณการลงทุนย้ายฐานการผลิตของจีนออกมานอกประเทศมากขึ้น อย่างในอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งกสิกรไทยจะใช้จุดแข็งเครือข่ายสาขาในตลาดอาเซียนที่มีอยู่ โดยไม่ต้องมีการลงทุนใหม่ เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อมเชื่อมการลงทุนอยู่แล้วในการเข้าไปนำเสนอผลิตภัณฑ์

สำหรับการลงทุนในไทย ภายหลังจากเลือกตั้งและจะมีรัฐบาลที่มีศักยภาพ ทำให้เห็นบริษัทจีนเริ่มย้ายฐานการผลิตเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น แม้ว่าจะไปเวียดนามและอินโดนีเซียค่อนข้างเยอะ ส่วนหนึ่งมาจากมีการเติบโตของ GDP ค่อนข้างเร็ว และค่าแรงที่ต่ำ แต่เชื่อว่าตลาดไทยค่อนข้างเสถียรกว่า ทำให้เป็นที่น่าสนใจของนักลงทุน

“ปีนี้เรายังเห็นธีมการย้ายออกมาลงทุนในต่างประเทศของจีน ซึ่งเวียดนามและอินโดนีเซียเศรษฐกิจเติบโตเร็ว จึงได้รับอานิสงส์จากตรงนี้เยอะ แต่ในอีก 5-10 ปี เวียดนามและอินโดนีเซีย จีดีพีเริ่มโตต่ำ และค่าแรงเริ่มสูง ทำให้จะเห็นการย้ายการลงทุนมาที่เราเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมาเราเริ่มเห็น เช่น อีวี หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งรายได้ที่เกิดจากการย้ายฐานการผลิตตรงนี้เป็นกอบเป็นกำ ดังนั้น ในแผนการสร้างรายได้ใหม่ระยะกลางและระยะยาว เราจะเข้าไปเชื่อมการลงทุนตรงนี้ โดยตั้งเป้าการเติบโตรายได้จากต่างประเทศภายใน 5 ปี สัดส่วนรายได้ต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 5% ของรายได้ทั้งหมด”

นางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านการเงินและกลยุทธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) กล่าวว่า ในปี 2569 ทุกธนาคารระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากทิศทางเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่า 2% ต่ำสุดในรอบ 10 ปี ทั้งนี้ แบงก์ตั้งเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อที่ 2-4% โดยสินเชื่อต่างประเทศตั้งเป้าเติบโตสูงอยู่ที่ 14-16% ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 5% ของพอร์ตสินเชื่อรวม แต่สัดส่วนรายได้ราว 20% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งในแผนระยะกลางและยาวธนาคารตั้งเป้าขยายธุรกิจและรายได้ต่างประเทศในอาเซียน เนื่องจากตลาดภายในประเทศเริ่มอิ่มตัว ธนาคารจึงจำเป็นต้องขยายฐานธุรกิจและรายได้

“ธนาคารมีธุรกิจและสาขาในอาเซียนเกือบหมดแล้ว ทั้งฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย ลาว และกัมพูชา แต่เราไม่ปิดประตูสำหรับในการซื้อกิจการ เพราะที่ผ่านมาเรามีความแข็งแกร่งในการเติบโตจากภายนอก Inorganic Growth หากมีคนเสนอราคาดี อาจจะซื้อ เพราะที่ผ่านมาเรามีศักยภาพในเรื่องของ M&A (ควบรวมกิจการ) อยู่แล้ว”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แบงก์จับโอกาส ‘จีนย้ายฐาน’ ขยายธุรกิจอาเซียน-แก้เกม ‘GDP โตต่ำ’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...