แบงก์จับโอกาส ‘จีนย้ายฐาน’ ขยายธุรกิจอาเซียน-แก้เกม ‘GDP โตต่ำ’
3 แบงก์ใหญ่แก้ปมจีดีพีไทยโตต่ำ-สินเชื่อโตยาก ลุยตลาดอาเซียน “ธนาคารกรุงเทพ-กสิกรไทย” จับโอกาส “จีน-ญี่ปุ่น” ย้ายฐานการผลิตมาอาเซียน “KBANK” ขยับเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเป็น 10% ภายใน 5 ปี ฟาก “กรุงศรี” เผยตลาดในประเทศอิ่มตัว-จีดีพีโตต่ำในรอบ 10 ปี เร่งขยายธุรกิจ-รายได้ต่างประเทศ เชื่อเป็นตลาดที่มีโอกาสโตสูง ไม่ปิดโอกาสซื้อกิจการ เล็งปล่อยสินเชื่อโต 14-16%
นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่มีการเติบโตต่ำ และฟื้นตัวไม่ทั่วถึง เป็นคนป่วยของเอเชีย จะเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ เติบโตค่อนข้างแข็งแรง ดังนั้น ธนาคารกรุงเทพจึงพยายามเติบโตในพื้นที่เหล่านี้ และยังให้ความสำคัญกับการเติบโตในประเทศ แม้เศรษฐกิจขยายตัวต่ำ เนื่องจากยังมีโอกาส โดยเฉพาะการเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน
โดยแผนธุรกิจต่างประเทศในปี 2569 ภายใต้การเปลี่ยนแปลง Global Supply Chain ของโลก เห็นสัญญาณการย้ายการลงทุนของจีนและญี่ปุ่นเข้ามาในตลาดอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดเวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย เป็นตลาดที่เนื้อหอม นักลงทุนจีนและญี่ปุ่นให้ความสนใจ ดังนั้น ธนาคารจะเข้าไปขยายธุรกิจและให้บริการในประเทศเหล่านี้ผ่านเครือข่ายและจุดแข็งที่มีอยู่
“เราก็เห็นสัญญาณลูกค้ารายใหญ่ขยายธุรกิจในเวียดนาม และอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีประชากรอายุน้อย ตลาดค่อนข้างใหญ่ ทรัพยากรสมบูรณ์ มีประชากรระดับกลางเยอะ เป็นกลุ่มมีกำลังทรัพย์ มีดีมานด์สินค้าและบริการจำนวนมาก จึงเป็นตลาดที่หลายประเทศให้ความสนใจเข้าไปขยายธุรกิจเพิ่มเติม แต่อาจจะต้องเลือกอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตได้ดี”
นายไชยฤทธิ์กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพมีเครือข่ายสาขา 9 ใน 10 ประเทศอาเซียน มีสัดส่วนสินเชื่อต่างประเทศราว 25% ของสินเชื่อทั้งหมด และมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศราว 25% ของรายได้รวมทั้งหมด และคาดว่าสัดส่วนดังกล่าวจะทยอยเพิ่มขึ้นตามทิศทางการค้าและการลงทุน
“ตลาดอาเซียนเป็นตลาดที่ใหญ่ แต่ละประเทศมีความอุดมสมบูรณ์แตกต่างกัน ซึ่งภายใต้ข้อตกลงทางการค้า ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายการลงทุนและย้ายฐานการผลิต เป็นโอกาสที่ดีที่ธนาคารจะเข้าไปสนับสนุน โดยเลือกอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโต อย่างไรก็ดี ธุรกิจในไทยเราก็ยังหาโอกาสเติบโต เพราะจะเห็นว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังมีต่อเนื่อง สะท้อนจากตัวเลขที่ขอส่งเสริมเติบโต 50-60% แบงก์ก็จะเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ”
นายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า กสิกรไทยมีจุดแข็งเครือข่ายสาขาในประเทศอาเซียนและจีน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อการลงทุนระหว่างกันได้ โดยเฉพาะสัญญาณการลงทุนย้ายฐานการผลิตของจีนออกมานอกประเทศมากขึ้น อย่างในอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งกสิกรไทยจะใช้จุดแข็งเครือข่ายสาขาในตลาดอาเซียนที่มีอยู่ โดยไม่ต้องมีการลงทุนใหม่ เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อมเชื่อมการลงทุนอยู่แล้วในการเข้าไปนำเสนอผลิตภัณฑ์
สำหรับการลงทุนในไทย ภายหลังจากเลือกตั้งและจะมีรัฐบาลที่มีศักยภาพ ทำให้เห็นบริษัทจีนเริ่มย้ายฐานการผลิตเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น แม้ว่าจะไปเวียดนามและอินโดนีเซียค่อนข้างเยอะ ส่วนหนึ่งมาจากมีการเติบโตของ GDP ค่อนข้างเร็ว และค่าแรงที่ต่ำ แต่เชื่อว่าตลาดไทยค่อนข้างเสถียรกว่า ทำให้เป็นที่น่าสนใจของนักลงทุน
“ปีนี้เรายังเห็นธีมการย้ายออกมาลงทุนในต่างประเทศของจีน ซึ่งเวียดนามและอินโดนีเซียเศรษฐกิจเติบโตเร็ว จึงได้รับอานิสงส์จากตรงนี้เยอะ แต่ในอีก 5-10 ปี เวียดนามและอินโดนีเซีย จีดีพีเริ่มโตต่ำ และค่าแรงเริ่มสูง ทำให้จะเห็นการย้ายการลงทุนมาที่เราเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมาเราเริ่มเห็น เช่น อีวี หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งรายได้ที่เกิดจากการย้ายฐานการผลิตตรงนี้เป็นกอบเป็นกำ ดังนั้น ในแผนการสร้างรายได้ใหม่ระยะกลางและระยะยาว เราจะเข้าไปเชื่อมการลงทุนตรงนี้ โดยตั้งเป้าการเติบโตรายได้จากต่างประเทศภายใน 5 ปี สัดส่วนรายได้ต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 5% ของรายได้ทั้งหมด”
นางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านการเงินและกลยุทธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) กล่าวว่า ในปี 2569 ทุกธนาคารระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากทิศทางเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่า 2% ต่ำสุดในรอบ 10 ปี ทั้งนี้ แบงก์ตั้งเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อที่ 2-4% โดยสินเชื่อต่างประเทศตั้งเป้าเติบโตสูงอยู่ที่ 14-16% ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 5% ของพอร์ตสินเชื่อรวม แต่สัดส่วนรายได้ราว 20% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งในแผนระยะกลางและยาวธนาคารตั้งเป้าขยายธุรกิจและรายได้ต่างประเทศในอาเซียน เนื่องจากตลาดภายในประเทศเริ่มอิ่มตัว ธนาคารจึงจำเป็นต้องขยายฐานธุรกิจและรายได้
“ธนาคารมีธุรกิจและสาขาในอาเซียนเกือบหมดแล้ว ทั้งฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย ลาว และกัมพูชา แต่เราไม่ปิดประตูสำหรับในการซื้อกิจการ เพราะที่ผ่านมาเรามีความแข็งแกร่งในการเติบโตจากภายนอก Inorganic Growth หากมีคนเสนอราคาดี อาจจะซื้อ เพราะที่ผ่านมาเรามีศักยภาพในเรื่องของ M&A (ควบรวมกิจการ) อยู่แล้ว”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แบงก์จับโอกาส ‘จีนย้ายฐาน’ ขยายธุรกิจอาเซียน-แก้เกม ‘GDP โตต่ำ’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net