โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ห้วงลมหายใจสุดท้าย เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับในรัชกาลที่ 5

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 07.09 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 05.24 น.
เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ (ภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ภ หวญ 579/2 เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ)

ห้วงลมหายใจสุดท้าย เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับในรัชกาลที่ 5

เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ หรือที่เรียกกันโดยย่อว่า “เจ้าจอมสดับ” เป็นเจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ท่านเป็นธิดาของหม่อมเจ้าเพิ่ม ลดาวัลย์ และหม่อมช้อย เข้ารับราชการสนองเบื้องพระยุคลบาทในเดือนเมษายน พ.ศ. 2449 ขณะอายุ 16 ปี และรับใช้ใกล้ชิดด้วยความจงรักภักดี ทำให้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากรัชกาลที่ 5 เป็นอย่างยิ่ง

หลังจากรัชกาลที่ 5 สวรรคตเมื่อ พ.ศ. 2453 เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับในรัชกาลที่ 5 มีความสนใจธรรมะ ท่านศึกษาพระธรรมคำสอนอย่างจริงจัง และครองตัวได้อย่างเหมาะสม เป็นที่ชื่นชม และเคารพยกย่องของหมู่ญาติ และทุกคนที่ได้รู้จักตราบจนวาระสุดท้าย

เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับในรัชกาลที่ 5 “เจ้าจอม 5 แผ่นดิน”

เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับมีสุขภาพแข็งแรง มีอัธยาศัยอันดี และยินดีช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเต็มที่ เมื่ออายุล่วงกว่า 90 ปี สุขภาพของท่านเริ่มอ่อนแอลงตามวัย ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพ และรักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ที่ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงนัก

หม่อมหลวงอารุม (ลดาวัลย์) กงกะนันทน์ หลานเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ที่ได้เฝ้าไข้ท่านหลายครั้ง เล่าถึงอาการของเจ้าจอมว่า

ต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2526 เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับปวดท้องเล็กน้อยข้างบริเวณแผลเป็นที่เคยผ่าตัดไส้ติ่งเมื่อราว 40 ปีก่อน แพทย์แนะนำให้เข้าตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 9 มกราคม

หลังอยู่ในโรงพยาบาลได้ 8 วัน ท่านก็ขออนุญาตแพทย์ออกจากโรงพยาบาล เพื่อกลับเข้าพระบรมมหาราชวังชั้นใน ด้วยเหตุผลว่าสบายดีขึ้นแล้ว ทั้งยังเกรงว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) จะทรงสิ้นเปลืองพระราชทรัพย์ในการดูแล แพทย์จึงให้ท่านออกจากโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 17 มกราคม

ราว 2 สัปดาห์ต่อมา ท่านมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียนหลังอาหาร วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร แพทย์หลวงประจำสำนักพระราชวังได้ดูแล แต่เมื่อสังเกตว่ามีอาการมากขึ้น จึงแนะนำให้กลับเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราชอีกครั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์

หม่อมหลวงอารุมแบ่งอาการของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ หลังเข้าโรงพยาบาลครั้งที่ 2 ออกเป็น 4 ระยะ ตามที่ได้เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด

ระยะแรก ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม พ.ศ. 2526 ช่วงนั้นท่านมีอาการปวดท้อง รับประทานอาหารได้น้อย คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย แต่ยังสามารถโต้ตอบคำถามได้เป็นปกติ ความจำยังดีมาก สามารถเล่าเรื่องราวในอดีตได้อย่างแม่นยำ สามารถปฏิบัติบูชา สวดมนต์ไหว้พระ สดับพระธรรมเทศนาจากวิทยุบ้าง จากเทปบ้าง และเจริญสมาธิเป็นประจำ

วันที่ 1 มีนาคม สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี เมื่อครั้งทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงพระกรุณาเสด็จมาเยี่ยม และพระราชทานดอกไม้สด พระองค์มีพระปฏิสันถารกับเจ้าจอม ยังความซาบซึ้งในพระกรุณาเป็นที่ยิ่ง

ระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม ถึงวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2526 ท่านมีอาการหายใจผิดปกติ อ่อนเพลีย แต่ยังสามารถนั่งรถเข็นไปถวายบังคมสมเด็จพระบรมราชชนก ที่บริเวณลานพระรูปในโรงพยาบาลได้นานพอสมควร ระยะนี้ท่านรับประทานอาหารได้มากขึ้น และเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีขึ้น

ในวาระครบรอบอายุ 93 ปี วันที่ 6 มีนาคม ท่านมีจิตศรัทธาประกอบการกุศล จึงถวายสังฆทานแด่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเสด็จมาประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลศิริราช และถวายปัจจัยแด่พระสงฆ์อาพาธ ณ โรงพยาบาลสงฆ์ จำนวน 94 รูป

เมื่อท่านแข็งแรงขึ้นแล้วก็ตั้งใจฝึกกายภาพบำบัด จนแพทย์และพยาบาลต่างชื่นชมในความตั้งใจ ช่วงนั้น ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ราชเลขาธิการในพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งทรงเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อัญเชิญน้ำสงกรานต์มาพระราชทานถึงโรงพยาบาล ทำให้เจ้าจอมปลื้มปีติอย่างยิ่ง และเชิญผ้าพระราชทานรดน้ำสงกรานต์ตั้งไว้บนตู้ด้านหัวนอน

ระยะนี้ นพ. ประดิษฐ์ เจริญไทยทวี แพทย์ที่ร่วมดูแล เห็นว่า อาการของท่านดีขึ้นมาก จึงเรียนว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชเสาวนีย์แนะนำให้ไปพักผ่อน ที่บังกะโลชายหาด โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี สักระยะหนึ่ง ท่านจึงตอบรับจะไปช่วงปลายเดือนเมษายน

ระยะที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน ถึง 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับอ่อนเพลีย หลังมือและหลังเท้าบวมมากขึ้น ต้องล้มเลิกการไปพักผ่อนที่ชลบุรี ระยะนี้ท่านจะนอนหลับเป็นส่วนใหญ่ แต่สามารถสดับพระธรรมเทศนาได้บางเวลา เพราะยังรู้สึกตัวดี รับประทานอาหารเหลวและน้ำผลไม้ได้เล็กน้อย

วันที่ 13 พฤษภาคม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งทรงเป็นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงเยี่ยม และพระราชทานแจกันดอกไม้สด พระองค์มีพระราชปฏิสันถารกับเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ แต่ท่านอ่อนเพลียมาก จนไม่สามารถกราบถวายบังคมทูลตอบได้

“พอสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงลุกขึ้นจากเก้าอี้ คุณป้าพยายามยกมือที่อยู่ภายใต้ผ้าห่ม ครั้นพยาบาลเลิกผ้าห่มให้ คุณป้าก็เอื้อมมือจับพระหัตถ์ เป็นการถ่ายทอดความระลึกรู้ในพระมหากรุณาแทนคำพูด” หม่อมหลวงอารุมบันทึก

วันที่ 16 พฤษภาคม สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เมื่อครั้งทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ และพระสวามี ทรงพระกรุณาโปรดให้ข้าหลวงอัญเชิญกระเช้าดอกไม้สดมาประทาน เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับประสานมือ พยายามเปล่งเสียงเพื่อแสดงความระลึกในพระกรุณา แต่ไม่มีเสียงดังให้ได้ยิน

วันเดียวกันนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ พลตรี นายแพทย์อัศวิน เทพาคำ นิมนต์เจ้าคุณศรีวิสุทธญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร มาแสดงพระธรรมเทศนาพระราชทานแก่เจ้าจอมที่ห้องพัก ท่านตั้งใจสดับพระธรรมเทศนาด้วยสีหน้าและแววตาที่แจ่มใสขึ้น

ระยะที่ 4 คือ วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2526 เป็นต้นไป ท่านมีอาการทรุดลง อวัยวะภายในทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าเดิม

“คุณป้านอนหลับตลอดเวลาเหมือนคนหลับสนิท ต่อมาการหายใจและชีพจรเต้นช้าลงเรื่อย ๆ จนวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๒๖ ชีพจรช้าลงการหายใจช้าลงและหยุดเป็นพัก ๆ จนเวลา ๖.๓๐ คุณป้าก็หยุดหายใจ ชีพจรหยุดเต้น และถึงแก่อนิจกรรมด้วยอาการสงบ รวมเวลาที่ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลครั้งนี้ ๔ เดือนกับ ๒๒ วัน รวมอายุได้ ๙๓ ปี ๓ เดือน ๑๔ วัน

ตลอดระยะเวลาที่คุณป้าป่วยและเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลศิริราช คุณป้าเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น”

เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับได้รับพระมหากรุณาธิคุณ และพระกรุณาธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เมื่อถึงแก่อนิจกรรมแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับการศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พระราชทานโกศมณฑปประกอบศพ แวดล้อมด้วยเครื่องฉัตรเครื่องสูงทองแผ่ลวด เสมอด้วยพระราชวงศ์ ที่เป็นพระองค์เจ้าหลานหลวง ชั้นพระเจ้าวรวงศ์เธอ

เรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ที่หลายคนทราบกันดี คือ “กำไลทองรูปตาปู” ที่รัชกาลที่ 5 พระราชทานแก่ท่าน เมื่อครั้งพระราชพิธีเฉลิมพระที่นั่งอัมพรสถาน พ.ศ. 2449

แม้เวลาจะผ่านไปนานกว่า 70 ปี ตัวอักษรจารึกคำกลอนพระราชนิพนธ์บนกำไลทองจะลบเลือนไปบ้าง แต่ความจงรักภักดีที่เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับมีต่อรัชกาลที่ 5 ยังคงสลักแน่นในหัวใจ เพราะท่านสวมใส่กำไลนี้ตราบจนห้วงลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

หม่อมหลวงอารุม (ลดาวัลย์) กงกะนันทน์. “เมื่อเฝ้าไข้คุณป้า” ใน, เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับในรัชกาลที่ ๕. ม.ล. พูนแสง (ลดาวัลย์) สูตะบุตร พิมพ์สนองพระคุณ เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับในรัชกาลที่ 5 ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พุทธศักราช 2526.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 มกราคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ห้วงลมหายใจสุดท้าย เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับในรัชกาลที่ 5

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...