โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นักเศรษฐศาสตร์ คาด “เศรษฐกิจโลก” ปี 2569 โต 3% แม้การค้าโลกผันผวน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 03.09 น.

ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ ชี้ "เศรษฐกิจโลก" ปี 2569 ยังคงเติบโต 3% แม้นโยบายภาษีสหรัฐ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังสร้างความไม่แน่นอน

วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 08.43 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์รายไตรมาสของสำนักข่าวรอยเตอร์ส พบว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวที่อัตรา 3% เท่ากับที่คาดการณ์ไว้เมื่อหนึ่งปีก่อน สะท้อนว่าตลาดและนักวิเคราะห์ยังไม่ตื่นตระหนกต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างฉับพลันของนโยบายการค้าสหรัฐ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงท่าทีที่แข็งกร้าวต่อประเทศพันธมิตร

อย่างไรก็ดี ความนิ่งผิดปกติของมุมมองนักเศรษฐศาสตร์ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญแรงสั่นสะเทือนรอบด้าน กำลังสะท้อนความเสี่ยงที่อาจซ่อนอยู่ภายใต้ผิวน้ำ โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจโลกเติบโตในอัตราใกล้เคียงกันนี้มาตั้งแต่หลังยุคโควิด-19

นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่า ผลกระทบจากมาตรการภาษีขนาดใหญ่ของทรัมป์ที่ประกาศเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงความปั่นป่วนต่อภาคธุรกิจ เพิ่งเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนเพิ่มเติมจากคำวินิจฉัยของศาลสูงสหรัฐที่อยู่ระหว่างการพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการดังกล่าว ซึ่งยิ่งทำให้การคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจในอนาคตเป็นเรื่องท้าทายมากขึ้น

จากผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ 220 รายทั่วโลก พบว่าเสียงข้างมากได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่าแรงกระแทกทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มเติม เป็นความเสี่ยงด้านลบหลักในระยะข้างหน้า หลังธนาคารกลางส่วนใหญ่ทั่วโลกได้ยุติหรือใกล้ยุติวัฏจักรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว ขณะที่ความเสี่ยงรองลงมาคือการปรับฐานรุนแรงของตลาดหุ้นโลก ซึ่งเพิ่งทำสถิติสูงสุดอีกครั้งในสัปดาห์นี้

นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร HSBC ระบุว่า แม้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะมีสัญญาณเชิงบวกเหนือความคาดหมาย ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้า แต่เศรษฐกิจโลกยังไม่อยู่ในภาวะเดินเครื่องเต็มกำลัง โดยแรงหนุนสำคัญมาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพียงไม่กี่ด้าน ซึ่งช่วยชดเชยแรงต้านจากการแตกตัวของการค้าโลก โครงสร้างประชากรที่อ่อนแอลง และภาระหนี้ภาครัฐที่อยู่ในระดับสูง

การลงทุนด้าน AI ที่ยังแข็งแกร่งในสหรัฐ รวมถึงแรงกระตุ้นระยะสั้นจากมาตรการคืนภาษีที่คาดว่าจะเกิดขึ้น อาจช่วยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐเพิ่มเติม แม้ตลาดแรงงานจะยังมีสัญญาณเปราะบางอยู่บ้าง ส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์ทยอยปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก จนกลับมาอยู่ที่ระดับเดียวกับที่ประเมินไว้เมื่อปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตามภาพดังกล่าวเปลี่ยนไปหลังทรัมป์ประกาศใช้มาตรการภาษีในเดือนเมษายนปีก่อน ซึ่งถือเป็นการสั่นคลอนระบบการค้าโลกที่เชื่อมโยงกันมากขึ้นในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยสหรัฐเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงกับหลายประเทศ รวมถึงพันธมิตรใกล้ชิด และใช้ภาษีเป็นเครื่องมือเจรจาอย่างไม่แน่นอน ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ร่วงลงอย่างรุนแรง

ในเดือนเมษายน นักเศรษฐศาสตร์จึงปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 ลงมาเหลือ 2.7% และ 2.8% สำหรับปีปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นการปรับประมาณการลงอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับมาตรฐานในอดีต พร้อมคำเตือนว่าความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยกำลังเพิ่มขึ้น

แต่ล่าสุด ท่ามกลางความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้ง ความร่วมมือใหม่ ๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และความพยายามของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในการกระจายความเสี่ยงทางการค้าเพื่อลดผลกระทบจากภาษีของสหรัฐฯ นักเศรษฐศาสตร์ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 เป็น 3.2% และปี 2569 กลับมาอยู่ที่ 3.0% อีกครั้ง

การวิเคราะห์แบบเปรียบเทียบพบว่า นักเศรษฐศาสตร์ถึง 80% ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ภายในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา โดยมีแนวโน้มร่วมกันคือการ “ยอมรับสภาพ” ต่อความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจโลกจากข้อมูลล่าสุด

นาธาน ชีตส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกของธนาคารซิตี้ กล่าวว่า แม้มาตรการภาษีจะถูกบังคับใช้และรูปแบบการค้าโลกเปลี่ยนไป แต่กระบวนการปรับตัวกลับเป็นไปอย่างราบรื่นกว่าที่คาดไว้ พร้อมยอมรับว่ายังมีความเสี่ยงที่การประเมินอาจคลาดเคลื่อน แต่ในจุดนี้ เขาเลือกที่จะระมัดระวังในเชิงบวก มากกว่าการปรับคาดการณ์ขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สำหรับรายประเทศ เศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 2.3% ในปีนี้ สูงกว่าที่คาดไว้ในเดือนตุลาคมที่ 1.8% และสูงกว่าการประเมินเมื่อหนึ่งปีก่อนที่ 2.0% ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจอินเดียที่แข็งแกร่งเกินคาด ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ปรับเพิ่มคาดการณ์อย่างมากเช่นกัน

ด้านยูโรโซน แนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาอยู่ในภาวะค่อนข้างนิ่ง โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 1.2% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.1% ในเดือนตุลาคม และเท่ากับที่คาดไว้เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่เศรษฐกิจจีนถูกคาดว่าจะเติบโต 4.5% เพิ่มขึ้นจาก 4.2% เมื่อหนึ่งปีก่อน

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...