โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศาลพิพากษาแล้ว! สั่งจำคุก ต้นไผ่ 30 ปี คดี ม.112 เพิ่มจากเดิม รวม 50 ปีเต็ม

สยามนิวส์

อัพเดต 11 ก.พ. เวลา 03.14 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 03.14 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ห้องพิจารณาคดีที่ 907 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ.1486/2566 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพฤติกร (สงวนนามสกุล) หรือ ต้นไผ่ (นามสมมติ) เป็นจำเลย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยจำเลยหลบหนีระหว่างการพิจารณาคดี

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณาคดีที่ 907 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ.1486/2566 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพฤติกร (สงวนนามสกุล) หรือ ต้นไผ่ (นามสมมติ) เป็นจำเลย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยจำเลยหลบหนีระหว่างการพิจารณาคดี

ในคดีนี้ ศาลมีคำสั่งออกหมายจับและปรับนายประกัน ขณะที่ทนายความของจำเลย คือ นายอานนท์ นำภา ทนายความและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างรับโทษจำคุกจากคดีมาตรา 112 ได้เดินทางจากเรือนจำเข้าร่วมฟังการพิจารณาของศาล

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายพฤติกร รวมโทษ 20 ปี ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันและความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์

โจทก์ระบุในคำฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 2 ที่บัญญัติให้ประเทศไทยมีการปกครองระบอบดังกล่าว และมาตรา 6 ที่บัญญัติให้องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2565 จำเลยได้กระทำการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น และอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยเผยแพร่ผ่านแอปพลิเคชันทวิตเตอร์ เป็นการใส่ความ หมิ่นประมาท และดูหมิ่นเหยียดหยามพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ

การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยประการที่น่าจะทำให้พระมหากษัตริย์ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง อีกทั้งเป็นการปลุกปั่นให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดและจูงใจให้ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ จนอาจก่อให้เกิดความเกลียดชัง โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าข้อมูลที่โพสต์เป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร และเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) ซึ่งเป็นความผิดหลายบท ให้ลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด คือ มาตรา 112

เนื่องจากการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน ศาลจึงพิพากษาให้ลงโทษทุกกระทงความผิด โดยลงโทษจำเลย 10 กระทง กระทงละ 3 ปี รวมโทษจำคุก 30 ปี และให้ลงโทษจำคุกต่อจากคดีหมายเลขดำ อ.1485/2566 ของศาลอาญา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...