โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจ ผุดคำสั่งใหม่ ลุยปราบนอมินี ล้งมะพร้าว เริ่ม 1 เม.ย.

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 21.25 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 13.44 น. • เดลินิวส์
กรมพัฒน์ ผุดคำสั่งใหม่ ลุุยปราบนอมินี ล้งมะพร้าว และอีกสองธุรกิจ เริ่ม 1 เม.ย.

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบนอมินีล้งมะพร้าว จ.ราชบุรี ว่า การตรวจสอบในพื้นที่จังหวัดราชบุรี นอกจากเรื่องล้งแล้ว ยังมีการตรวจสอบเรื่องน้ำมะพร้าวน้ำหอมปลอม โดยพบลักษณะการนำน้ำมะพร้าวแกงมาผสม หรือการใช้หัวเชื้อผสมน้ำแล้วแต่งกลิ่นแต่โฆษณาว่าเป็นน้ำมะพร้าวน้ำหอม 100% ซึ่งถือว่าผิดรายละเอียดตามที่แจ้งไว้ และเป็นปัญหาใหญ่ที่อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ ทำลายตลาดน้ำมะพร้าวไทยไปยังต่างประเทศอย่างมาก

นอกจากนี้ทาง ตำรวจสอบสวนกลาง ยังพบหลักฐานมีการทำสัญญาเช่าที่ดินเพื่อปลูกมะพร้าวจำนวนหลายแปลงซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า เตรียมออกคำสั่งใหม่เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการถือหุ้นแทนชาวต่างชาติหรือนอมินี โดยคาดว่าจะมีการประกาศภายในสัปดาห์หน้าและเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย.นี้หลังจากการประกาศรอบแรกทำให้ยอดการจดทะเบียนในลักษณะดังกล่าวของปีนี้ ลดลงถึง 66% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 2 เดือนแรก ปี68 โดยมาตรการเดิมมีการเรียกดูเอกสารทางการเงินตัวจริงจากธนาคารเพื่อตรวจสอบศักยภาพของคนไทยที่จะมาร่วมลงทุนกับชาวต่างชาติว่ามีการโอนเงินเข้ามาลงทุนจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยังพบช่องโหว่จากการใช้อำนาจตามคำสั่งเดิมซึ่งยังคงมีโอกาสที่คนไทยจะถือหุ้นแทนในลักษณะนอมินีอีกประมาณ 34%

ทั้งนี้ กรมจึงมีแนวคิดที่จะออกคำสั่งใหม่ที่มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยหลักการของคำสั่งใหม่นี้จะเน้นเข้มงวดกับคนไทยที่มีชื่อร่วมลงทุน แต่จะพยายามให้กระทบกับนักลงทุนชาวต่างชาติที่สุจริตและปฏิบัติตามกฎหมายให้น้อยที่สุดเพื่อรักษาบรรยากาศการลงทุน

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่กำลังจับตาเป็นพิเศษประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก คือ อสังหาริมทรัพย์การเกษตร และการขนส่ง ส่วนพื้นที่เป้าหมาย หากเป็นด้านการเกษตรจะเน้นที่จังหวัดจันทบุรีและราชบุรี โดยเฉพาะธุรกิจล้ง ส่วนด้านการท่องเที่ยวจะเน้นที่ภูเก็ต พัทยาพังงา และสมุย ขณะเดียวกัน จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์เพื่อชี้เป้ากลุ่มที่กระทำผิดเนื่องจากมีข้อมูลนิติบุคคลที่ต้องตรวจสอบเกือบแสนราย พร้อมร่วมกันของเกือบ 20 หน่วยงาน และมีการประสานงานเชิงลึกกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

นอกจากนี้ ยัฝมีการเสนอให้ทบทวนนโยบายเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพหรือกลุ่มเกษียณที่มีกำลังซื้อสูงให้เข้ามาพำนักระยะยาวอย่างถูกต้อง แทนการหลบเลี่ยงกฎหมายที่ดิน โดยข้อเสนอที่อาจมีการศึกษาเพิ่มเติม ได้แก่ กาพิจารณาขยายสัดส่วนการซื้อคอนโดมิเนียมให้มากกว่า 49% การกำหนดราคาห้องชุดให้สูง เช่น 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป เพื่อไม่ให้กระทบกับคนไทยระดับล่าง รวมถึงการจัดเก็บภาษีและการให้แสดงพาสปอร์ตเพื่อความง่ายในการติดตามตัวและเรื่องความมั่นคง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...