โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“จะโทษใครดี?” รศ.ดร.ปณิธาน กาง 4 ประเด็นวิกฤตเรือไทยในฮอร์มุซ สะท้อนความล้มเหลวการประเมินความเสี่ยง

The Structure

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 20.19 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 13.19 น. • The Structure

ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตคนไทย จากเหตุการณ์เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ล่าสุด รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ได้ออกมาตั้งคำถามสำคัญชวนสังคมคิดวิเคราะห์ ใน 4 ประเด็นดังต่อไปนี้

จะโทษใครดี?

ลูกเรือไทยในตอ.กลางกำลังตกอยู่ในอันตราย เรือของเราถูกโจมตี หาลูกเรือไม่พบ 3 คน และก็ยังมีเรือไทยที่ติดอยู่ในช่องแคบเฮอร์มุสอีก ดูแล้วน่าเป็นห่วงมาก ต้องช่วยกันภาวนาขอให้ทุกคนปลอดภัย และต้องขอให้เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือทุกคนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วด้วย

ในสถานการณ์ที่ซับซ้อนและยังไม่ชัดเจนเช่นนี้ จะโทษใครก็คงจะไม่เหมาะ แต่ในที่สุดแล้ว ใครจะต้องรับผิดชอบอะไร ก็คงจะต้องพิจารณาประเด็นต่าง ๆ เช่น

1. ผู้ที่ใช้ความรุนแรงต่อคนไทย – เมื่อวันที่ 2 มีนาคมนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศจะโจมตีเรือทุกลำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นการข่มขู่คุกคามที่น่าจะผิดกฏหมายระหว่างประเทศ ผิดหลักสันติวิธี ทำให้หลายชาติโดยเฉพาะที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย ต้องยุติการเดินเรือในช่องแคบ สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนเป็นวงกว้างไปทั่วโลก แม้ว่าหลายประเทศจะเข้าใจหรือเห็นใจว่าเป็นสิทธิของอิหร่านจำเป็นต้องทำเพื่อความอยู่รอดของตน

ไทยคงต้องประนามการกระทำเช่นนี้และหาทางกดดันอิหร่าน โดยเฉพาะ IRGC ที่ทำเช่นนี้ ให้ยุติการกระทำดังกล่าวโดยเร็ว (กรณี IRGC เชื่อกันว่าเคยมีสมาชิกเข้ามาก่อการร้ายในไทยหลายครั้ง) รวมทั้งเมื่อมีโอกาส ก็ควรจะประนามสหรัฐฯ อิสราเอล ที่สังหารผู้นำของอิหร่านและใช้กำลังโจมตีประเทศอิหร่านอย่างต่อเนื่อง กระทบต่อพลเรือนจำนวนมากที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากเราชัดเจนในจุดยืนที่ถูกต้องนี้ ก็จะไม่ถูกมองว่าเลือกข้าง โดยเฉพาะกับพวกที่ไม่รักษากติกา ไม่รักสันติภาพ และนิยมความรุนแรง

2. ทำไมเรือถึงฝ่าเข้าไปในสมรภูมิ – ในแต่ละวันก่อนที่จะเกิดสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ช่องแคบฮอร์มุสโดยเฉลี่ยจะมีเรือผ่านประมาณ 150-200 ลำ แต่หลังจากจากข่มขู่ของ IRGC แล้วและมีเรือถูกโจมตี 5 ลำภายใน 24 ชม.แรก (ปัจจุบันถูกโจมตีกว่า 10-15 ลำ) สัปดาห์ที่แล้ว เรือผ่านลดลงถึง 90-95% เหลือที่ยังแล่นผ่านได้ประมาณกว่า 10 ลำต่อวัน (อ้างอิงรายงาน CSIS และการตรวจจับสัญญญาน Automatic Identification System – AIS ที่ยังเปิดอยู่)

เรือที่ยังผ่านช่องแคบได้นั้น เชื่อกันว่ามี “ข้อตกลงพิเศษ” กับอิหร่านหรือกับ IRGC เหมือนกับที่จีนและบางชาติมีข้อตกลงกับกลุ่มฮูตีที่ทะเลแดง ดังนั้น การฝ่าเดินเรือออกไป ทั้ง ๆ ที่มีการแจ้งเตือนแล้ว ไม่ว่าจากฝ่ายความมั่นคง กองทัพเรือ หรือจากฝ่ายเอกชนด้วยกันเอง อีกทั้งเรือส่วนใหญ่ก็ปฏิบัติตามไม่ออกเรือ แสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจที่ผิดปกติ หรืออาจจะเป็นเพราะความเชื่อมั่นผิด ๆ รวมทั้งมั่นใจว่าจะได้รับการคุ้มครองก็เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กัน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่รับประกันภัยสงครามว่าสอดคล้องกับเงื่อนไขที่จะต้องจ่ายค่าทดแทนหรือเยียวยาหรือไม่อย่างไร ก็คงได้เริ่มดำเนินการกันไปแล้ว

หลังเกิดเหตุโจมตีเรือไทย ญี่ปุ่น และมาร์แชลล์นี้ การเดินเรือในช่องแคบก็คงจะลดลงอีก ซึ่งก็จะสร้างความโกลาหลและผลกระทบทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่นานาชาติจะต้องเรียกร้องหรือกดดันให้ทุกฝ่ายยุติการกระทำดังกล่าวให้ชัดเจนโดยเร็ว

3. ใครได้รับผลกระทบมากที่สุด – ประเทศในเอเชียรวมทั้งไทย ต้องพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากตะวันออกกลางที่ผ่านช่องแคบเฮอร์มุสมากที่สุด คือประมาณ 80% ของการนำเข้า โดยเฉพาะจีน 40% ของน้ำมัน 30% ของ LNG ต้องผ่านทางนี้ แต่จีนก็น่าจะกักตุนพลังงานสำรองไว้ก่อนพอสมควรล่วงหน้าไว้แล้ว จึงออกคำสั่งให้กองเรือของตนยุติการเดินเรือในช่องแคบชั่วคราว ทั้งนี้ก็รวมทั้งอีกหลายชาติในเอเชียที่ทำการสำรองพลังงานไว้เพิ่มล่วงหน้าไว้แล้วหลายเดือนเช่นกัน

ขณะนี้ ก็ยังมีเรือจำนวนมากที่ติดอยู่ในช่องแคบทอดสมอรอออกเดินทาง รวมทั้งเรือไทยที่ยังติดค้างอยู่อีก 3 ลำ (อ้างอิงโฆษกกองทัพเรือ 12/3/69) ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มในในแต่ละวัน ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในแต่ละสัปดาห์ เป็นแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ และอาจจะทำให้ต้องตัดสินใจเดินเรือฝ่าสมรภูมิรบออกมาอีกหรือผลักภาระให้ประชาชนผู้บริโภคเพิ่มขึ้น แต่ที่ชัดเจนแล้วว่ากระทบมากที่สุด ก็คือผู้ที่สูญเสียและครอบครัว ทั้งบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งก็ไม่มีอะไรจะทดแทนหรือเยียวยาได้

4. สุดท้าย ไทยก็จะต้องทบทวนการทำงานของทุกฝ่ายว่ามีปัญหาอะไร ได้ทำกันเต็มที่หรือดีที่สุดแล้วหรือไม่ จะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อีกอย่างไร เช่น ทำไมหลายชาติรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดสงครามและได้กักตุนพลังงานไว้ก่อนล่วงหน้า ทำไมเราแจ้งเตือนกันอย่างไรจึงยังเป็นเช่นนี้ เราเป็นมิตรกับอิหร่าน สหรัฐฯ อิสราเอลแบบไหน จึงได้เกิดเหตุไม่พึงประสงค์หลายครั้ง คนไทยได้รับผลกระทบหลายหน ที่บาดเจ็บเสียชีวิตไปแล้วใครจะรับผิดชอบ

ทั้งหมดนี้ รัฐบาลก็ได้เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว เช่น การเรียกทูตหรือให้ทูตเข้าพบ เอกชนและภาคประชาชนก็คงจะได้ดำเนินการควบคู่กันไป และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่หยุดกันแต่เพียงเท่านี้ เพราะที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่ายังไม่เพียงพอ ยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังของคนไทยจำนวนมาก

#TheStructure
#TheStructureNews
#ปณิธานวัฒนายากร #อิหร่าน #กระทรวงการต่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...