โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร.ล่องเรือโต้คลื่นบุกจับ ‘กัปตันเยอรมัน’ ลอบจัดทัวร์เถื่อน 10 วัน 10 คืน

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 12.22 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 06.00 น. • เดลินิวส์
ตำรวจน้ำภูเก็ต-ตำรวจท่องเที่ยว-กรมการท่องเที่ยว ล่องเรือโต้คลื่นบุกจับกัปตันเยอรมันคาเรือใบหรูกลางทะเล ลอบจัดทัวร์เถื่อน 10 วัน 10 คืน กลางอันดามัน ขายแพ็กเกตผ่านโซเชียลหัวเป็นแสน

เมื่อวันที่ 13.มี.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน. พ.ต.อ.วริศร มัจฉา ผกก.6 บก.ป. รรท.ผกก.8 บก.รน. พ.ต.ท.วิษณุ จินาวงษ์ สว.ส.รน.3 กก.8 บก.รน.(ตำรวจน้ำภูเก็ต) และ ร.ต.ท.กองคลัง ธรรมเมธาพร รอง สว.(ทนท.ทางน้ำ) ส.รน.3 กก.8 บก.รน. นำกำลังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยว จับกุมนายมาร์คุส วิลเฮอร์ม อายุ 50 ปี กัปตันเรือใบหรู ชาวเยอรมัน ขณะลักลอบจัดทัวร์เถื่อน 10 วัน 10 คืน กลางอันดามัน ได้บริเวณทะเลอันดามัน ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

สืบเนื่องจาก ตำรวจ ส.รน.3 กก.8 บก.รน. ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยว ตรวจสอบเฝ้าติดตามพฤติการณ์กลุ่มลักลอบจัดธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาตมากว่า 5 เดือน พบกลุ่มชาวเยอรมันมีพฤติกรรมกระทำความผิดโดยเปิดบริษัทให้เช่าเรือบังหน้า แต่ความเป็นจริงได้จำหน่ายแพ็กเกจล่องเรือใบหรูท่องเที่ยวทะเลอันดามันทางเว็บไซต์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันด้วยกันในราคาหลักแสนบาทต่อคน เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 หน่วยงานดังกล่าว จึงเดินทางโดยเรือตำรวจน้ำ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณน่านน้ำ จ.ภูเก็ต พบเรือใบหรูต้องสงสังจึงเข้าตรวจสอบ พบนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน 6 คน พักผ่อนตามอัธยาศัยอยู่บนเรือ
และมีนายมาร์คุสเป็นกัปตันเรือ

เจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบใบอนุญาตใช้เรือและใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว แต่นายมาร์คุสไม่สามารถนำมาแสดงได้ จึงแจ้งข้อหา "ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต,ไม่นำใบอนุญาตใช้เรือมากับเรือ" ก่อนนำตัวนายมาร์คุส และอายัดเรือส่ง พงส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวให้การว่า จองโปรแกรมนำเที่ยวผ่านเว็บไซต์ และชำระเงินค่าบริการทั้งหมดล่วงหน้าผ่านบริษัทแห่งหนึ่ง โดยเป็นแพ็กเกจล่องเรือท่องเที่ยวในทะเลอันดามันต่อเนื่อง 11 วัน ทั้งนี้จากการสืบสวนขยายผลยังพบว่าในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ยังมีธุรกิจมืดลักษณะนี้อีกหลายราย ใช้รูปแบบเปิดบริษัทให้เช่าเรือ หรือใช้บุคคลอื่นถือหุ้นแทนในลักษณะ “นอมินี” เพื่อบังหน้า ก่อนลักลอบจำหน่ายแพ็กเกจนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านเว็บไซต์ การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวของไทยที่ประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อจับกุมต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...