3 โบรกคาดแนวโน้มหุ้นบ่าย แนะกลยุทธ์การลงทุน
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่าสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน เสี่ยงยืดเยื้อ หลังโมจตาบา คาเมเนอีประกาศปิดช่องแคบ Hormuz ไม่มีกำหนด และเรียกร้องประเทศเพื่อนบ้าน ปิดฐานทัพสหรัฐฯ มิฉะนั้นจะถูกโจมตีขณะที่มีการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอิรักเรือสินค้าหลายลำในอ่าวเปอร์เซีย ความตึงเครียดนี้อาจหนุนราคาน้ำมันสูงขึ้นต่อที่ 110-120 ดอลลาร์/บาเรลล์ซึ่งจะเพิ่มเงินเฟ้อไทย >3% จากต้นทุนการขนส่ง-เดินทาง-สินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มสูงทั่วโลก ทั้งนี้ผลกระทบจะขึ้นกับปริมาณน้ำมันสำรอง(ทางการระบุใช้ได้อีกราว 90 วัน) และการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน
-ไทยเตรียมลดอายุเปิดบัญชี TISA เหลือ 18 ปี (จากเดิม 20 ปี) เพื่อดึงคนรุ่นใหม่เริ่มออม–ลงทุนเร็วขึ้น โดยให้เปิดบัญชีได้เองไม่ต้องมีผู้ปกครอง โดยจะมีการประชุมอนุกรรมการตลาดทุนวันที่ 17-18 มี.ค. เตรียมเสนอคลังฯ เม.ย. และออกกฎเกณฑ์ได้ภายใน พ.ค. โดย TISA ยังให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับการออมระยะยาว ซึ่งเป็นมาตรการที่อยู่ระหว่างพิจารณา หากเดินหน้า คาดช่วยหนุนกลุ่มปันผลสูง-ESG เด่นได้แก่หุ้น SIRI, SC, BA, LH, PTT, PTTEP, ICHI, STA, CPALL, CPN และ CPF กลุ่มธนาคาร-หลักทรัพย์ได้แก่หุ้น KBANK, KTB, TTB, BBL, SCB, ASP และ KGI
-กระทรวงการคลัง-พาณิชย์ เตรียมชี้แจงสหรัฐฯ เรื่องการไต่สวนการค้า โดยไทยต้องส่งเอกสารโต้แย้งต่อ USTR ภายใน 15 เม.ย. และเข้าร่วมไต่สวน 5 พ.ค. ขณะรัฐบาลเตรียมข้อมูลชี้แจงว่า ดุลการค้าส่วนใหญ่เกิดจากบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ ที่ลงทุนในไทยแล้วส่งกลับสหรัฐฯ
-แนวโน้มตลาดหุ้นฃ่วงบ่าย SET Index ขึ้นต่อช่วง 1,408-1,422 จุด
บล.เอเอสแอล ระบุว่าดัชนีช่วงเช้าปิดปรับตัวลงเช่นเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค ยังคงรับปัจจัยลบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านประกาศเดินหน้าปิดช่องแคบฮอรืมุซ ซึ่งเป้นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัยของโลก พร้อมเตือนว่าฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคอาจตกเป็นเป้าหมายโจมตี ส่งผลให้ระดับราคาน้ำมันยังคงปรับตัวขึ้น รวมถึงเป็นแรงขายลดความเสี่ยงช่วงวันหยุด
ด้านปัจจัยในประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้ามองกรณีเลวร้ายที่สุด หากสงครามยืดเยื้อ 6 เดือน เป้นลบต่อจีดีพี 2.3% เสียหาย 4 แสนล้านบาท ขณะที่กระทรวงพลังงานจะเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย
ขณะที่ปัจจัยต้องติดตามได้แก่ดัชนีราคา PCE/Core PCE ม.ค. และจีดีพี ไตรมาส 4/68 ของสหรัฐ
กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีเปิดย่อแล้วปรับตัวลง ระหว่างวันให้เน้นยืนที่แนวรับ 1,410/1,400 จุด ไม่ควรต่ำกว่า ส่วนแนวต้านที่ 1,420/1,430 จุด ตามลำดับ
บล.โกลเบล็ก ระบุว่า ดัชนีพักฐานตามตลาดในภูมิภาคหลังราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง โดยมีหุ้นกลุ่มธนาคาร และกลุ่ม ปิโตรเลียมที่แข็งกว่าตลาด มองกรอบดัชนีภาคบ่าย 1,400-1,425 จุด
ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้าดัชนีปรับตัวลง มีแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังผู้นำคนใหม่อิหร่านเผยว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ พร้อมทั้งขู่โจมตีฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยแรงขายหลักมาจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ไอซีที พลังงาน และขนส่ง ส่งผลให้ดัชนีพักเที่ยงปิดตลาดที่ 1,413.46 จุด ลบ 16.34 จุด หรือ 1.14% มูลค่าการซื้อขาย 35,720.94 ล้านบาท