โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข่าวดี! 19 เมืองใหญ่ทั่วโลก ลดมลพิษทางอากาศได้กว่า 20% ในรอบกว่าทศวรรษ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 04.00 น.
แม้มลพิษทางอากาศจะยังคงเป็นหนึ่งในวิกฤตสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขที่รุนแรงที่สุดของโลก แต่รายงานวิเคราะห์ล่าสุดเผยให้เห็นสัญญาณเชิงบวก เมื่อเมืองใหญ่หลายแห่งอย่างลอนดอน ซานฟรานซิสโก และปักกิ่ง สามารถลดระดับมลพิษได้อย่างมีนัยสำคัญภายในระยะเวลาเพียงทศวรรษเดียว การดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ตั้งแต่การส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า การขยายเส้นทางจักรยาน ไปจนถึงการจำกัดรถที่ปล่อยมลพิษสูง กำลังช่วยให้คุณภาพอากาศของเมืองสำคัญทั่วโลกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมสะท้อนว่า หากมีมาตรการที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง เมืองต่าง ๆ ก็สามารถลดมลพิษที่เป็นภัยต่อสุขภาพของประชาชนได้จริง

สำหรับรายชื่อ 19 เมืองใหญ่ของโลกที่สามารถลดมลพิษทางอากาศได้มากกว่า 20% ตั้งแต่ปี 2010 พร้อมชื่อภาษาไทย

  • ลอนดอน (London) – สหราชอาณาจักร
  • อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) – เนเธอร์แลนด์
  • รอตเตอร์ดัม (Rotterdam) – เนเธอร์แลนด์
  • วอร์ซอ (Warsaw) – โปแลนด์
  • บรัสเซลส์ (Brussels) – เบลเยียม
  • ปารีส (Paris) – ฝรั่งเศส
  • มิลาน (Milan) – อิตาลี
  • โซเฟีย (Sofia) – บัลแกเรีย
  • ไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) – เยอรมนี
  • ปักกิ่ง (Beijing) – จีน
  • ฮ่องกง (Hong Kong) – เขตบริหารพิเศษของจีน
  • เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) – จีน
  • กว่างโจว (Guangzhou) – จีน
  • เซินเจิ้น (Shenzhen) – จีน
  • หางโจว (Hangzhou) – จีน
  • ซานฟรานซิสโก (San Francisco) – สหรัฐอเมริกา
  • กรุงเทพมหานคร (Bangkok) – ไทย
  • โบโกตา (Bogotá) – โคลอมเบีย
  • รีโอเดจาเนโร (Rio de Janeiro) – บราซิล

ผลวิเคราะห์ใหม่ชี้ว่า จะเห็นว่าเมืองใหญ่ทั่วโลกอย่างลอนดอน ซานฟรานซิสโก และปักกิ่ง สามารถลดมลพิษทางอากาศได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา หลังเร่งใช้นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า การสร้างเลนจักรยาน และจำกัดรถปล่อยมลพิษ

การวิเคราะห์ล่าสุดพบว่า เมืองสำคัญของโลกอย่างลอนดอน ซานฟรานซิสโก และปักกิ่ง เป็นหนึ่งใน 19 เมืองที่สามารถลดมลพิษทางอากาศได้อย่าง “น่าทึ่ง” โดยสามารถลดระดับมลพิษหลักที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้มากกว่า 20% ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา รายงานดังกล่าวระบุว่า มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมหลายประการ เช่น การขยายเส้นทางจักรยาน การเพิ่มการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และการจำกัดการใช้รถยนต์ที่ปล่อยมลพิษสูง มีบทบาทสำคัญต่อการปรับปรุงคุณภาพอากาศในเมืองต่าง ๆ

ผลการวิเคราะห์พบว่า กรุงปักกิ่งของจีน และกรุงวอร์ซอของโปแลนด์ เป็นเมืองที่สามารถลดระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้มากที่สุด โดยลดลงมากกว่า 45% ขณะที่เมืองอัมสเตอร์ดัมและรอตเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ สามารถลดระดับก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ได้มากกว่า 40% ส่วนเมืองซานฟรานซิสโก ถือเป็นเมืองเดียวในสหรัฐอเมริกาที่สามารถลดมลพิษทั้งสองประเภทได้มากกว่า 20% จากการวิเคราะห์ข้อมูลของเกือบ 100 เมืองทั่วโลก รายงานยังระบุว่า เมืองในจีนและฮ่องกงรวมกันมีถึง 9 เมืองที่ติดอันดับเมืองที่ลดมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่เมืองในยุโรปเป็นอีกกลุ่มหลักที่มีผลการปรับปรุงคุณภาพอากาศอย่างชัดเจน

“เซซิเลีย วากา โจนส์” ผู้อำนวยการบริหารขององค์กร Breathe Cities ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่จัดทำรายงาน กล่าวว่า ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า เมืองต่าง ๆ สามารถทำในสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ นั่นคือการลดมลพิษทางอากาศที่เป็นพิษลงได้ถึง 20-45% ภายในระยะเวลาเพียงเล็กน้อยกว่า 10 ปี เธอกล่าวว่า ความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งของโลก แต่เกิดขึ้นในหลายเมือง ตั้งแต่วอร์ซอไปจนถึงกรุงเทพฯ ซึ่งสะท้อนว่าเมืองต่าง ๆ มีเครื่องมือและนโยบายที่สามารถใช้แก้ปัญหามลพิษทางอากาศได้ในปัจจุบัน

มลพิษทางอากาศส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งปล่อยก๊าซพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ทำให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะต่าง ๆ ตั้งแต่สมองไปจนถึงระบบสืบพันธุ์ ขณะที่ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ยังสามารถทำให้ทางเดินหายใจระคายเคือง และทำปฏิกิริยากับน้ำในอากาศจนกลายเป็นฝนกรด รายงานซึ่งวิเคราะห์คุณภาพอากาศของเมืองในเครือข่าย C40 และ Breathe Cities ระบุว่า เมืองต่าง ๆ สามารถลดมลพิษได้อย่างมีนัยสำคัญภายในเวลาเพียง 15 ปี หากมีการดำเนินนโยบายอย่างจริงจัง ตัวอย่างมาตรการสำคัญที่ช่วยลดมลพิษ ได้แก่ การเปลี่ยนจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็วในจีน การขยายเครือข่ายเลนจักรยานในเมืองหนาแน่นของยุโรป การจำกัดรถยนต์ปล่อยมลพิษในกรุงลอนดอน และการลดการใช้ถ่านหินและเตาเผาไม้ในครัวเรือนของกรุงวอร์ซอ

“แกรี ฟูลเลอร์” นักวิทยาศาสตร์ด้านมลพิษทางอากาศจากอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน กล่าวว่า ปัญหามลพิษทางอากาศมักถูกมองว่าเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยากและไม่เป็นที่นิยมทางการเมือง แต่รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า หากมีนโยบายที่เข้มแข็ง ก็สามารถปรับปรุงคุณภาพอากาศที่ผู้คนหายใจได้จริง ทั้งนี้ รายงานก่อนหน้านี้ยังพบว่า เกือบทุกประเทศในโลกยังคงมีคุณภาพอากาศที่แย่กว่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ โดยมีเพียง 7 ประเทศเท่านั้นที่มีระดับฝุ่น PM2.5 อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย แม้จะไม่มีระดับฝุ่น PM2.5 ที่ถือว่าปลอดภัยอย่างแท้จริง แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า หากประเทศต่าง ๆ สามารถปฏิบัติตามแนวทางขององค์การอนามัยโลกได้ ก็อาจช่วยช่วยชีวิตผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี

นักวิจัยยังระบุว่า การสูดอากาศที่มีมลพิษส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่ทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิดต่ำ โรคหอบหืดในเด็ก ไปจนถึงโรคมะเร็งและโรคหัวใจในวัยผู้ใหญ่ รวมถึงยังมีหลักฐานใหม่ที่ชี้ว่า มลพิษทางอากาศอาจเชื่อมโยงกับภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...