บุ๋ม ปนัดดา ตอบปมคลิปเสียงครางประเด็นร้อน ลั่น เป็นเรื่องในครอบครัวควรคุยกันเอง
ล่าสุด “บุ๋ม ปนัดดา” ออกมาเปิดใจกับสื่อถึงประเด็นดราม่าร้อนของเรื่องคลิปเสียงคราง มองควรคุยกันในครอบครัว พร้อมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเหตุความไม่สงบที่อาจส่งผลกระทบประเทศไทยในตอนนี้
ถามถึงเรื่องนี้ได้ไหมคะ เรื่องคลิปคราง?
“สำหรับคลิปคราง หรืออะไรก็ตามนะคะ ต้องขออนุญาตว่าบุ๋มไม่ได้ดูเต็ม บุ๋มไม่มีข้อมูลตรงนี้ ไม่สามารถให้ความเห็นได้ ไม่ได้มีเวลาไปใส่ใจดูขนาดนั้น เพียงแต่ว่าถ้าเป็นเรื่องหึงหวงบุ๋มว่าจริงๆ แล้วควรคุยกันในครอบครัวให้รู้เรื่อง สำหรับตัวบุ๋มนะ ถ้าอยู่ในสถานการณ์นั้น อย่างเช่นสมมติว่าบุ๋มพาสามีไปสนามยิงปืน ซึ่งผู้หญิงมากอดผัวฉันเยอะมากเลยค่ะ ลูบไปลูบมา เราก็โอเค (หัวเราะ) เราคิดว่าผู้ชายน่าจะดูแลตัวเองได้แหละ”
“แล้วถ้าเกิดมันเป็นสิ่งที่เขาทำมาโดยตลอดอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนเจอกับเรา มันก็ต้องมานั่งเคลียร์กันที่บ้านกันเองมากกว่าว่าอะไรที่เรารับได้ถึงจุดไหน อะไรที่เรารับไม่ได้ เราต้องคุยกับคนของเราก่อนค่ะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณไม่ปกป้องตัวเอง ทำไมคุณถึงเป็นอย่างงี้ แต่ถ้ามันเป็นจุดที่คุยกันแล้วเขายังทำมากกว่าสิ่งที่นั่น อันนั้นค่อยด่ากัน แต่มันควรจะคุยกันในครอบครัวมากกว่า”
กังวลเรื่องน้ำมันแพงจากผลกระทบสงครามไหม?
“เรื่องสงครามนี่จริงๆ แล้วบุ๋มอยากจะบอกว่าทางภาครัฐควรจะออกมาให้ความรู้ แล้วเตือนประชาชนว่าผลกระทบจะมี 1 2 3 ยังไง เช่น คือให้ตื่นรู้แต่ไม่ใช่ตื่นตูม เพราะยังไงก็มีผลกระทบไม่ทางตรงก็ทางอ้อม อย่างเช่นในเรื่องของราคาน้ำมัน ราคาข้าวของที่ต้องขึ้น ราคาค่าขนส่งต่างๆ รัฐบาลจะต้องมีการบอกหน่อยค่ะ ว่าถ้ามันยืดเยื้อไปถึงจุดนี้เราต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง”
“แต่ถ้ามันยืดเยื้อยาวกว่านั้น เพราะยังไงฐานแท่นขุดเจาะน้ำมันไม่สามารถสร้างกลับคืนมาได้ภายใน 1-2 วัน คุณต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง และอาชีพไหนอย่างเช่น ไรเดอร์ แท็กซี่ หรือธุรกิจการบริการขนส่งต่างๆ จะต้องทำอย่างไรในการเอาตัวรอดตรงนี้ หรือมีมาตรการให้ทางภาคเอกชนควรรัดเข็มขัดยังไงบ้าง ไม่ใช่ใช้คำว่าขอความร่วมมือ”
แล้วสถานการณ์ชายแดนเป็นยังไงบ้าง?
“ด่าน ณ ตอนนี้ยังไงก็ยังไม่เปิดนะคะ ส่วนสถานการณ์ชายแดนตอนนี้ต่างฝ่ายต่างเร่งซ่อมสร้าง ต่างฝ่ายต่างทำค่ะ แต่ถามว่าจะรบช่วงนี้ไหม บุ๋มมองว่าทางกัมพูชาไม่น่าจะเริ่มช่วงนี้ เพราะทรัมป์ไม่สนใจแน่นอน ทรัมป์ไม่ว่างค่ะ เขารู้จังหวะค่ะ บุ๋มว่าช่วงใกล้ๆ เลือกตั้งของเขานั่นแหละที่เขาจะอาจจะตึงตังขึ้นมาอีกทีหนึ่ง ซึ่งฝ่ายไทยเราก็เตรียมความพร้อมเยอะมาก ฝั่งเราไม่ได้เงียบนะคะ แต่บังเอิญฝั่งเรามีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลก็เลยยังไม่รู้ว่าใครจะดูแลกระทรวงกลาโหมเท่านั้นเองค่ะ”