โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โอ้กะจู๋’ เมื่อ ‘ความใหญ่’ ไม่ใช่คำตอบเดียว ถอดกลยุทธ์ปรับไซส์ จังหวะรุกที่มากกว่าแค่เรื่องอิ่ม

SMART SME

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 12.05 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 12.05 น.

โอ้กะจู๋’ แบรนด์อาหารเพื่อสุขภาพที่มักถูกจดจำว่าเป็นเมนูชามยักษ์กับวัตถุดิบ เครื่องเคียงที่มาในปริมาณมาก แม้จะเป็นเอกลักษณ์ที่ลูกค้าต้องยกมือถือขึ้นมาถ่ายก่อนรับประทาน แต่อีกด้านหนึ่งกลายเป็นดาบสองคมที่เมื่อมากไปทำให้เหลือ เป็นการจำกัดทางเลือกที่ปฏิเสธไม่ได้

อย่างไรก็ตาม แบรนด์ได้ขยับตัวครั้งสำคัญ โดยปรับไซส์เมนูให้มีขนาดเล็กลง อิ่มแบบพอดี และราคาสบายกระเป๋า การรื้อฟื้นสมการความคุ้มค่าในใจผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ความลงตัวกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละมื้อของแต่ละคน

มองได้ว่าสาเหตุหลักที่แบรนด์ตัดสินใจปรับกลยุทธ์เรื่องขนาดประกอบด้วย 3 มิติสำคัญ อย่างแรกคือ การลดกำแพงเรื่องราคา แน่นอนว่าการมีจานขนาดเล็กลงช่วยให้ Entry Price หรือราคาเริ่มต้นเข้าถึงง่ายขึ้น ดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ที่อาจจะเคยลังเลกับราคาต่อจานที่ค่อนข้างสูง

อย่างที่สองคือ Insight ของ Solo Diner และ Small Group พฤติกรรมการกินคนเดียวหรือมาเป็นคู่กำลังเพิ่มขึ้น การสั่งจานยักษ์เพียงอย่างเดียวทำให้ขาดความหลากหลาย ดังนั้น การปรับไซส์จึงช่วยให้ลูกค้าสั่งอาหารได้หลายอย่างมากขึ้นในงบประมาณเท่าเดิม เพิ่มโอกาสในการลิ้มลองเมนูใหม่ๆ

อย่างสุดท้ายคือ กระแส Zero Waste และ ESG ซึ่งสอดคล้องกับ DNA ของแบรนด์ การลด Food Waste จากอาหารที่กินไม่หมดลง เป็นการช่วยเสริมภาพลักษณ์เรื่องความยั่งยืนที่แบรนด์ยึดถือมาตลอด

นอกจากนี้ เมื่อดูผลประกอบการในปี 2568 ของบริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) จะพบกับประเด็นที่น่าสนใจ นั่นคือการเติบโตของรายได้นั้นยังคงทำผลงานได้ยอดเยี่ยมด้วยตัวเลข 2,726 ล้านบาท โตขึ้น 12.6% แต่ในทางกลับกัน ตัวเลขกำไรสุทธิกลับร่วงลงถึง 65% เหลือเพียง 70 ล้านบาท ซึ่งการปรับกลยุทธ์นำมาสู่การตอบสนองเรื่องของต้นทุน-วัตถุดิบให้มีความคุ้มค่ามากขึ้น ปรับพอร์ตสินค้าด้วยการเพิ่มทางเลือกด้านขนาด (Sizing) ไม่ใช่แค่การลดปริมาณธรรมดา แต่คือกระบวนการคิดที่ผ่านการวิเคราะห์ Data และพฤติกรรมผู้บริโภคมาอย่าง

การขยับตัวในครั้งนี้ คือบทเรียนสำคัญของนักการตลาดที่ว่า “จุดแข็งในอดีต อาจกลายเป็นข้อจำกัดในปัจจุบัน” หากเราไม่ยอมปรับตัวตามบริบทสังคม การปรับไซส์จึงไม่ใช่การถอยหลัง แต่เป็นการขยายฐานที่มั่น ให้ลึกและกว้างขึ้น เพื่อเข้าไปอยู่ในทุกช่วงเวลาการกินของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นมื้อรีบเร่ง มื้อคนเดียว หรือมื้อพิเศษ เพราะในโลกการตลาดยุคใหม่ ความเหมาะสม (Appropriateness) คือกุญแจสำคัญที่สร้างความยั่งยืนได้มากกว่าแค่ความยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียว

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...