โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AWS Thailand เผยทิศทางประจำปี 2026 มุ่งปรับฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทยสู่ยุค Agentic AI อย่างเต็มตัว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 03.26 น.

AWS Thailand เผยทิศทางประจำปี 2026 มุ่งนำไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค ด้วยยุทธศาสตร์การลงทุนกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค "Agentic AI" ผ่านนวัตกรรม Frontier Agents เพื่อยกระดับความสามารถทางการแข่งขันในอุตสาหกรรม FSI, ค้าปลีก และการผลิต พร้อมเผยความสำเร็จผ่านความร่วมมือกับองค์กรชั้นนำทั้งในไทยและระดับโลก อาทิ ธนาคารกรุงศรี, แสนสิริ, PTT Digital, Anthropic และ Sony

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ท่ามกลางการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) ได้เผยวิสัยทัศน์ทางธุรกิจและยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเทคโนโลยีประจำปี 2569 โดยมุ่งเน้นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์อัจฉริยะ และการเปลี่ยนผ่านจากระบบปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ไปสู่ระบบ Agentic AI ซึ่งจะกลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจไทยในอนาคตอันใกล้

นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส เปิดเผยว่าคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ได้คาดการณ์ว่า Digital GDP ของไทยในปี 2569 จะมีการขยายตัวที่ 4.2% โดยมีมูลค่ารวมทางเศรษฐกิจพุ่งสูงถึง 5.6 ล้านล้านบาท เพื่อรับมือกับโอกาสนี้ AWS Thailand ได้กำหนดทิศทางหลัก 4 ประการ ได้แก่ การเร่งการเติบโตของ AWS Thailand Region, การผลักดัน Agentic AI ให้เป็นแพลตฟอร์มหลัก, การสร้างความร่วมมือเชิงลึกในรายอุตสาหกรรม (Industry Verticalization) และการขยายขีดความสามารถด้าน AI ผ่านเครือข่ายพาร์ทเนอร์

นอกจากนี้ AWS ยังคงยืนหยัดในการลงทุนระยะยาวมูลค่ากว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.9 แสนล้านบาท) ภายในปี 2580 เพื่อสร้างงานและเพิ่มมูลค่า GDP ให้แก่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน

การมาของ Agentic AI สร้างยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ที่ "ทำงานได้จริง"

นายวัตสัน กล่าวต่อว่า หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จาก AI ที่ทำหน้าที่เพียง "ผู้ช่วย" (Assistants) มาเป็น "ตัวแทนอัจฉริยะ" (Agents) ที่มีความเป็นอิสระ (Autonomy) โดย AI Agents เหล่านี้มีความสามารถเหนือกว่าโมเดลพื้นฐานทั่วไปด้วยคุณสมบัติหลัก ได้แก่

  • การทำงานอัตโนมัติแบบครบวงจร: สามารถวางแผน วิเคราะห์ และดำเนินการในเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อนได้ด้วยตนเอง
  • การเรียนรู้เชิงบริบท: สามารถจดจำประสบการณ์และบริบทจากการปฏิสัมพันธ์เพื่อพัฒนาความแม่นยำ
  • การเชื่อมต่อข้ามระบบ: สามารถโต้ตอบกับ APIs ฐานข้อมูล และแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย

“ข้อมูลจาก IDC ระบุว่ากว่า 70% ขององค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เชื่อว่า Agentic AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญภายใน 18 เดือนข้างหน้า”

นายวัตสันกล่าวต่อว่า ในงาน AWS re:Invent 2025 ที่ผ่านมา AWS ได้เปิดตัวบริการกลุ่ม Frontier Agents ซึ่งพร้อมใช้งานในเวอร์ชัน Preview เพื่อสนับสนุนงานเฉพาะทางในองค์กร:

  • Kiro Autonomous Agent: ตัวแทนอัจฉริยะสำหรับนักพัฒนาที่สามารถจัดการ Code Repositories ได้พร้อมกันสูงสุด 15 แห่ง เพื่อตรวจแก้บั๊กและเพิ่มความครอบคลุมในการทดสอบโค้ด
  • AWS Security Agent: ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่จะตรวจสอบเอกสารการออกแบบและสแกนช่องโหว่ของโค้ดเชิงรุก
  • AWS DevOps Agent: ทีมปฏิบัติการดิจิทัลที่ช่วยสืบสวนหาสาเหตุของปัญหา (Root Cause Analysis) และลดระยะเวลาในการกู้คืนระบบ (MTTR)

นอกจากนี้ ด้านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) AWS ได้เปิดตัวตระกูล Amazon Nova 2 ซึ่งประกอบด้วยรุ่น Lite, Pro, Sonic และ Omni ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพการประมวลผลให้เร็วขึ้นและมีต้นทุนที่ถูกลง พร้อมนวัตกรรม Nova Forge ที่เปิดโอกาสให้องค์กรสร้าง "Frontier Model" ของตนเองผ่านกระบวนการ Open Training ด้วยข้อมูลเฉพาะที่เป็นความลับขององค์กร

เพื่อให้การประมวลผล AI และงานทั่วไปมีประสิทธิภาพสูงสุด AWS ได้เปิดตัวซิลิคอนรุ่นใหม่ล่าสุด:

  • AWS Graviton5: ชิปประมวลผลที่ทรงพลังที่สุดด้วย 192 คอร์ ให้ประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นเดิม 25% มุ่งเน้นความคุ้มค่าด้านราคาและประสิทธิภาพสำหรับงานทั่วไป
  • Trainium3 UltraServers: ระบบที่ออกแบบมาเพื่อการฝึกฝนโมเดล AI ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ ให้ความเร็วในการประมวลผลสูงขึ้น 4.4 เท่า แต่ใช้พลังงานน้อยลง 4 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

นอกจากเทคโนโลยีระดับโลกแล้ว AWS ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างคน โดยได้ ฝึกอบรมทักษะคลาวด์ให้แก่คนไทยไปแล้วกว่า 100,000 คนตั้งแต่ปี 2560 และมีการจัดตั้ง AWS AI Factories เพื่อนำโครงสร้างพื้นฐาน AI ประสิทธิภาพสูงไปติดตั้งในศูนย์ข้อมูลของลูกค้าโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ด้านการกำกับดูแลข้อมูลและความปลอดภัยสูงสุด

ก้าวต่อไปของ AWS Thailand ในปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงการนำเสนอคลาวด์ แต่เป็นการวางรากฐาน "สมองกลดิจิทัล" ที่จะขับเคลื่อนทุกอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นคง

นายวัตสันได้ยกตัวอย่าง กรณีศึกษาการใช้งานจริงที่เป็นการขับเคลื่อนเทคโนโลยีของ AWS ในปี 2569 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การนำเสนอเครื่องมือใหม่ แต่คือการพิสูจน์ผลลัพธ์ผ่านองค์กรระดับแนวหน้าในหลากหลายอุตสาหกรรม ดังตัวอย่างต่อไปนี้

1. ภาคการเงินและธนาคาร (FSI) – ธนาคารกรุงศรี (Krungsri)

ธนาคารกรุงศรีได้นำพลังของ AI มาปฏิวัติระบบปฏิบัติการเพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพ โดยมีการใช้งานที่สำคัญคือ:

  • การตรวจจับบัญชีม้า (Mule Account Detection): ใช้ AI ในการเฝ้าระวังและป้องกันธุรกรรมที่ผิดปกติ
    • การประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์: ระบบ AI ช่วยลดขั้นตอนการลงพื้นที่จริงได้มากกว่า 2,000 ครั้ง ช่วยให้กระบวนการอนุมัติสินเชื่อรวดเร็วยิ่งขึ้น
    • การบริหารจัดการเงินสด: ใช้ AI ควบคุมการกระจายเงินสดไปยังตู้ ATM ให้เหมาะสมกับความต้องการในแต่ละพื้นที่

2. ภาคอสังหาริมทรัพย์ – แสนสิริ (Sansiri)

แสนสิริได้นำระบบ AI-powered Optical Character Recognition (OCR) มาใช้ในกระบวนการจัดการเอกสารทางการเงิน ทั้งด้านประสิทธิภาพการประมวลผล สามารถจัดการใบแจ้งหนี้ (Invoices) ได้มากกว่า 50,000 ใบต่อเดือน โดย ระบบทำงานได้แม่นยำมากกว่า 90% ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการทำงานโดยมนุษย์และเพิ่มความรวดเร็วในเวิร์กโฟลว์ธุรกิจ

3. การปฏิรูประบบไอทีองค์กร – PTT Digital

บริษัท พีทีที ดิจิทัล (PTT Digital) ประสบความสำเร็จในการอัปเกรดระบบ .NET Framework เพื่อย้ายขึ้นสู่ระบบคลาวด์ทำให้การประหยัดต้นทุน สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ลงได้ถึง 76% รวมถึง ระบบมีประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 13 เท่า หลังจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง (Modernization)

4. การพัฒนา AI ระดับโลก – Anthropic (สหรัฐอเมริกา)

Anthropic ผู้พัฒนาโมเดล AI "Claude" ได้พิสูจน์ความทรงพลังของซิลิคอนที่ AWS ออกแบบเอง ทั้งในด้านความเร็วในการตอบสนองที่ โมเดล Claude ทำงานได้เร็วขึ้น 60% เมื่อทำงานบนชิป AWS Trainium เมื่อเทียบกับอินสแตนซ์อื่นๆ ที่เคยใช้งาน และด้านการเติบโตในอนาคต โดยมีแผนจะย้ายโมเดล Claude รุ่นใหม่ๆ มาทำงานบน Trainium2 เพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

5. นวัตกรรมด้านการผลิตและวิศวกรรม – Sony (ญี่ปุ่น)

Sony ได้นำระบบ AgentCore ของ Amazon Bedrock มาใช้ในการพัฒนา AI ระดับการผลิต (Production) สร้างความเชื่อมั่นในระบบ รองรับการเรียกใช้งาน (Inference Requests) ได้มากกว่า 150,000 ครั้งต่อวัน สะท้อนถึงความเสถียรและความพร้อมของแพลตฟอร์มในการรองรับธุรกิจขนาดใหญ่

“ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นองค์กรยักษ์ใหญ่ในไทยหรือบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ต่างมุ่งเน้นการใช้โครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือ AI ของ AWS เพื่อลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และสร้างนวัตกรรมที่เหนือกว่าคู่แข่งในยุคดิจิทัล 2569 นี้”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...