โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลสั่งยกระดับรับมือฝุ่น PM2.5 พุ่งวิกฤต! กทม.เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ "บางรัก"แตะระดับสีแดง

The Better

อัพเดต 15 ม.ค. เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. เวลา 02.25 น. • THE BETTER
รองโฆษกรัฐบาลเตือน 14-16 ม.ค. นี้ รับมือวิกฤตฝุ่นพิษสะสม ย้ำคุมเข้มแหล่งกำเนิด–งดเผา พิจารณาขยาย WFH ขณะที่ ค่าฝุ่น กทม.เช้านี้ เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ เริ่มกระทบสุขภาพ “บางรัก"แตะระดับสีแดง 

นางสาว ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ ได้แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวันที่ 14–16 มกราคม 2569 โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเกิดสภาวะอากาศปิดใกล้ผิวพื้น ประกอบกับอัตราการระบายอากาศที่ค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้ฝุ่นละอองสะสมและไม่สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มบรรเทาลงหลังวันที่ 16 มกราคมเป็นต้นไป

รองโฆษกฯ ระบุว่า รัฐบาลได้กำชับให้กรมควบคุมมลพิษร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สื่อสารและประสานหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยเฉพาะการงดการเผาในช่วงอากาศปิด พร้อมทั้งประสานกรุงเทพมหานครพิจารณายกระดับมาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) รวมถึงการขยายระยะเวลาการทำงานแบบ Work From Home เพื่อลดปริมาณการจราจรและการปล่อยมลพิษในเขตเมือง นอกจากนี้ ยังได้ประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ดำเนินการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อทำลายชั้นอุณหภูมิผกผัน (Inversion) เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละออง พร้อมทั้งทำหนังสือถึงเลขาธิการอาเซียน เพื่อขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในกรณีมลพิษข้ามพรมแดนควบคู่กันไป

นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า รายงานคุณภาพอากาศ ณ วันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 12.00 น. พบว่าปริมาณฝุ่น PM2.5 โดยภาพรวมของประเทศปรับตัวสูงขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ ได้แก่ เขตบางรัก ปทุมวัน และสาทร มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีแดง ขณะที่หลายพื้นที่อยู่ในระดับสีส้ม เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ทั้งนี้ ศกพ. ขอความร่วมมือประชาชนติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดการจราจร และหากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรสวมหน้ากากอนามัยหรืออุปกรณ์ป้องกันฝุ่น พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai

ด้าน ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 07:00 น.

ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 58.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐาน 37.5 มคก./ลบ.ม.)

12 อันดับ ของค่าฝุ่นPM2.5 เขตสูงสุดในกรุงเทพมหานคร

1 เขตบางรัก 87.2 มคก./ลบ.ม.
2 เขตสาทร 74.6 มคก./ลบ.ม.
3 เขตจตุจักร 74 มคก./ลบ.ม.
4 เขตปทุมวัน 72.6 มคก./ลบ.ม.
5 เขตประเวศ 71.7 มคก./ลบ.ม.
6 เขตลาดกระบัง 70 มคก./ลบ.ม.
7 เขตทวีวัฒนา 67.2 มคก./ลบ.ม.
8 เขตยานนาวา 65.8 มคก./ลบ.ม.
9 เขตบางนา 65.8 มคก./ลบ.ม.
10 เขตบางขุนเทียน 65 มคก./ลบ.ม.
11 เขตหลักสี่ 64.8 มคก./ลบ.ม.
12 เขตหนองแขม 62.2 มคก./ลบ.ม.

1.กรุงเทพเหนือ
53.2 - 74 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

2.กรุงเทพตะวันออก
46.3 - 71.7 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

3.กรุงเทพกลาง
40 - 61.6 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

4.กรุงเทพใต้
48.4 - 87.2 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

5.กรุงธนเหนือ
52.2 - 67.2 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

6.กรุงธนใต้
56 - 65 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง
ภาพรวม : คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ข้อแนะนำสุขภาพ:

คุณภาพอากาศระดับสีส้ม: เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ประชาชนทั่วไป : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา

ประชาชนกลุ่มเสี่ยง : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...