โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"เทพไท" ชง 2 กติกาเวทีดีเบตนายกฯ ต้องเป็นแคนดิเดตจริง เชิญครบ 5 พรรคก่อนเลือกตั้ง 2569

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 15 ม.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท คุยการเมือง ระบุว่า…

ข้อเสนอการจัดดีเบต

นับตั้งแต่นี้ไป จะมีองค์กรต่างๆ หรือสื่อสำนักต่างๆ จัดเวทีดีเบตหรือเวทีประชันวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งเป็นช่วงที่นับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การรณรงค์หาเสียง การดีเบต ก็จะเข้มข้นขึ้น

ผมในฐานะผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง อยากเสนอความเห็นหรือแสดงความเห็น ต่อการตั้งเวทีดีเบตหรือการประชันวิสัยทัศน์ ที่จัดโดยองค์กรต่างๆ หรือสื่อสำนักต่างๆ เพื่อให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน และให้ความเป็นธรรม ทั้งในส่วนของพรรคการเมือง และประชาชนที่จะรับฟังข้อมูลข่าวสาร หรือนโยบายของพรรคการเมืองจากการดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์กัน จึงอยากจะเสนอความเห็นใน2ประเด็น คือ

1.การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคการเมืองต่างๆส่วนใหญ่ จะเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จำนวน3คนเป็นส่วนใหญ่ มีบางพรรคอาจจะมี2คน หรืออาจจะมีคนเดียวเป็นส่วนน้อย ซึ่งต่างกับการเลือกตั้งครั้งก่อน ที่มีพรรคการเมืองเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี3คนเพียงพรรคเดียว นอกนั้นก็เสนอพรรคละ1คนเป็นส่วนใหญ่ การเลือกตั้งครั้งนี้ สถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยน บริบททางการเมืองเปลี่ยนไป พรรคการเมืองจึงเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ3คนเกือบทุกพรรค ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ยุคสมัยนี้ มีการแข่งขันการประชันวิสัยทัศน์ หรือดีเบตกันในหลายเวที ทำให้พรรคการเมืองต่างๆ สามารถที่จะส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมเวทีดิเบตได้ จะได้สลับกันหรือแบ่งหน้าที่กันไปขึ้นเวทีดีเบตในเวทีต่างๆ และอยากให้การจัดเวทีดีเบต ควรเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค ไม่ควรจะให้มีการส่งตัวแทน หรือผู้ที่ไม่ได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ และทำให้ประชาชนไม่สามารถได้รับรู้ถึงความสามารถ หรือวิสัยทัศน์ของคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ บางพรรคเสนอกรรมการบริหารพรรคมาแทน ซึ่งไม่ใช่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อาจทำให้ความรับผิดชอบต่อประชาชนแตกต่างกันไป จึงเห็นว่าถ้าจะมีการดีเบตกัน ก็ควรให้เป็นเวทีเบตเฉพาะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเท่านั้น พรรคการเมืองใดไม่พร้อมและไม่สามารถส่งแคนดิเดตมาได้ ก็ปล่อยเก้าอี้ว่างไป ถือว่าสละสิทธิ์ เป็นการเสียโอกาสของพรรคการเมืองนั้นๆเอง

2.ในการจัดเวทีดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์ของหน่วยงานหรือสื่อบางสำนัก ก็จะเลือกจัดเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่3พรรค คือพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทำให้พรรคการเมืองที่มีโอกาสได้ส.ส.ไม่น้อยกว่า 25 คน ไม่มีสิทธิ์ส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองนั้นๆขึ้นเวทีได้ จึงเห็นว่าถ้าจะดีเบตเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่ ก็ควรตั้งกติกาว่าจะเชิญแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองที่มีโอกาสได้ส.ส.ไม่น้อยกว่า 25 คน เพราะเป็นสิทธิ์ในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง โดยใช้รายชื่อส.ส. 25 คนเป็นอย่างน้อย ส่วนพรรคการเมืองเล็กๆ ถ้าจะจัดดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์ ก็อาจจะจัดอีกเวทีหนึ่ง แต่ถ้าเป็นเวทีที่ต้องการจะประชันวิสัยทัศน์คนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีจริงๆ ถ้าดูจากผลการสำรวจของโพลสำนักต่างๆ จะพบว่าพรรคการเมือง5พรรค ที่มีโอกาสได้ส.ส.เกิน 25 คน คือพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์

ดังนั้นการจัดเวทีดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์เวทีหลัก ถ้าจะเชิญก็ควรเชิญให้ครบ5พรรค จึงขอเสนอมายังหน่วยงาน องค์กร สื่อสำนักต่างๆ ถ้าหากจะมีการจัดดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์อีกในโอกาสต่อไป ก็ควรจะพิจารณาข้อเสนอ2ข้อนี้ เพื่อความเป็นธรรมของพรรคการเมือง และเป็นโอกาสของประชาชน ที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร นโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศ หลังจากการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...