“จีน” เร่งเบรกเก็งกำไรหุ้นเทค เพิ่มหลักประกันมาร์จิน 100% หวังกันฟองสบู่
"จีน" เร่งเบรกเก็งกำไรหุ้นเทค เพิ่มหลักประกันมาร์จิน 100% สะท้อนเส้นบางๆ ระหว่างสกัดความร้อนแรงและเก็งกำไรในหุ้นเทคที่พุ่งเฉพาะจุด กับการยังคงรักษาแรงส่งของตลาด
วันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 11.39 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า มาตรการคุมเข้มแบบไม่คาดคิดของจีนต่อการซื้อขายหุ้นด้วยเงินกู้มาร์จิน สะท้อนโจทย์ยากของหน่วยงานกำกับดูแลที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างการสกัดความร้อนแรงเกินพอดีของตลาด กับการยังคงสนับสนุนการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีนวัตกรรมของประเทศ
แม้ผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง CSI 300 ปีนี้ยังเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยราว 2% แต่การพุ่งขึ้นแบบฉับพลันในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีบางจุด ทำให้ตลาดน่ากังวล นักลงทุนส่วนใหญ่ยังเมินคำเตือนซ้ำ ๆ เรื่องการเก็งกำไรเสี่ยงสูง รวมถึงมาตรการสั่งหยุดซื้อขายหุ้นที่ร้อนแรงบางตัว และการระงับบัญชีที่มีพฤติกรรมซื้อขายผิดปกติ
ตลาดจึงจับตาว่าการที่หน่วยงานกำกับดูแลขยับเมื่อวันพุธ ด้วยการปรับเพิ่มอัตราหลักประกันมาร์จิน (margin collateral ratio) เป็น 100% จาก 80% จะช่วยสกัดฟองสบู่ได้ โดยไม่ทำให้แรงส่งของตลาดหยุดชะงัก หรือกระทบการระดมทุนมากเกินไป
ลอรา หวัง นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่ามาตรการดังกล่าวเป็นผลดีในการช่วยทำให้ตลาดเย็นลง โดยไม่น่าจะกระทบสภาพคล่องของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ แม้อาจเกิดความผันผวนในระยะสั้นในกลุ่มเทคโนโลยี แต่ควรเป็นเพียงชั่วคราวและอยู่ในระดับที่รับมือได้
รัฐบาลจีนพยายามสร้างตลาดหุ้นในลักษณะขาขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป (slow bull) ที่เติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องในระยะยาว ทว่าข่าวรายวันเกี่ยวกับความก้าวหน้าในหลายสาขา ตั้งแต่ชิป จรวดเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงเทคโนโลยีเชื่อมสมองกับคอมพิวเตอร์ (brain-computer interface) กลับยิ่งเร่งความคึกคักและความคาดหวังต่อบริษัทขนาดเล็กและไม่เป็นที่รู้จักมากนัก
ตัวอย่างหุ้นที่ร้อนแรง ได้แก่ Jiangxi GETO New Materials Corp. ที่ราคาหุ้น พุ่งขึ้นเป็น 3 เท่า ใน 6 วันทำการแรกของปี ขณะที่ Pharma Resources Shanghai Co. ปรับขึ้น 120% ใน 8 วันทำการแรก นอกจากนี้ กระแสการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ที่ต่อเนื่อง ยังเติมเชื้อให้ตลาดยิ่งคึกคัก โดยหลายบริษัทเชื่อมโยงกับนโยบายผลักดันพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีของจีน
หวง ฮุ่ยหมิง ผู้จัดการกองทุนจาก Nanjing Jing Heng Investment Management กล่าวว่า ความคึกคักในปีนี้ส่วนใหญ่อยู่ในหุ้นเพียงไม่กี่ตัวที่แทบไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ พร้อมมองว่าแรงมองบวกถูกเร่งเกินจริง แม้จะบอกได้ยากว่าความเชื่อมั่นต่อธีมใหม่และ IPO จะสิ้นสุดตรงไหน และตรงไหนคือการเก็งกำไรแบบไร้เหตุผล
ขณะที่ดัชนีภาพรวมยังไม่ร้อนแรงมาก ดัชนี Star 50 ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี ปรับขึ้นแล้วราว 10% ในเดือนมกราคม และกำลังซื้อขายที่ระดับ 58 เท่า ของกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า (forward P/E) ใกล้ระดับมูลค่าสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2564 และมากกว่าดัชนี Nasdaq 100 มากกว่า 2 เท่า
อย่างไรก็ดีผลกระทบของการคุมเข้มมาร์จินยังต้องติดตาม โดยแม้มูลค่าการซื้อขายรายวันของตลาดหุ้นพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่แทบทุกวันในสัปดาห์นี้ แต่เลเวอเรจที่เพิ่มขึ้นใหม่ เมื่อเทียบกับมูลค่าการซื้อขายรายวันยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำที่ราว 11% ซึ่งยังห่างจากจุดสูงสุด 19% ในช่วงฟองสบู่ปี 2558 ที่ขับเคลื่อนด้วยหนี้เป็นหลัก
อ้างอิง : www.bloomberg.com