โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

คลังโชว์ ‘กองทุนรวมวายุภักษ์ 1’ จ่ายปันผลพุ่ง 6.09% ชนะตลาดผันผวน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กองทุนรวมวายุภักษ์ 1 เริ่มระดมทุนหน่วยลงทุนประเภท ก. จำนวน 150,000 ล้านบาท ไปเมื่อช่วงปลายปี 2567 ครบรอบ 1 ปี สามารถทำผลประกอบการได้ดีกว่าที่คาดการณ์ โดยอัตราเงินปันผลสำหรับปี 2568 อยู่ที่ 6.09% ซึ่งถือว่าชนะทุกเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) และสูงกว่าประมาณการขั้นต่ำที่ตั้งไว้ที่ 3% ต่อปี ถึงกว่าเท่าตัว

“เงินปันผลที่ทำได้ ถือว่าเราชนะทุกเกณฑ์ รวมถึงชนะความท้าทายในภาวะที่ตลาดไม่ดี รวมถึงหน่วยลงทุนล่าสุดขยับขึ้นมาอยู่ที่ 10.70 บาท จากราคาพาร์ที่ 10 บาท สะท้อนการบริการงานอย่างมืออาชีพของกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 รวมทั้งการสะท้อนถึงผลประกอบการที่ดีในปีที่มีความท้าทายสูง ถือเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดี”

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากเปรียบเทียบกับภาพรวมตลาดหุ้นไทยในปีที่ผ่านมา ซึ่งดัชนี SET Index ติดลบไปกว่า 10% กองทุนวายุภักษ์ 1 กลับสามารถสร้างผลตอบแทนโดยรวมได้ประมาณ 6% กว่า นอกจากนี้ นักลงทุนยังได้รับประโยชน์จากส่วนต่างราคา (Capital Gain) โดยราคาหน่วยลงทุนล่าสุดขยับขึ้นมาอยู่ที่ 10.70 บาท จากราคาพาร์ที่ 10 บาท

สำหรับนักลงทุนที่ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. จะได้รับเงินปันผลงวดล่าสุดในวันที่ 22 มกราคมนี้ หลังจากที่ได้มีการขึ้นเครื่องหมาย XD ไปเมื่อวันที่ 5 มกราคม และปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ รวมการจ่ายปันผลทั้งหมดตั้งแต่ตั้งกองทุนมาแล้ว 3 ครั้ง คิดเป็นผลรวมประมาณ 6.8% โดยในปี 2568 เพียงปีเดียว กองทุนมียอดจ่ายเงินปันผลรวมสูงถึงประมาณ 9,000 ล้านบาท

ในด้านสภาพคล่อง ยืนยันว่า กองทุนมีความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยปัจจุบันมีสภาพคล่องหมุนเวียนอยู่ประมาณ 36,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการจ่ายเงินปันผลและการดำเนินงาน

สำหรับกองทุนวายุภักษ์ 1 เน้นนโยบายสนับสนุนตลาดทุนไทย โดยลงทุนในหุ้นไทยประมาณ 90% ส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูง การคัดเลือกหลักทรัพย์จะเน้นหุ้นที่มีความผันผวนต่ำและให้ความสำคัญกับเกณฑ์ ESG อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันปัญหาด้านธรรมาภิบาลที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

ทั้งนี้ คณะกรรมการกำกับและคณะกรรมการลงทุน (IC) มีการประชุมติดตามสถานะตลาดเป็นประจำทุกเดือน เพื่อปรับสัดส่วนการลงทุน (Reallocation) ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยมีการปรับน้ำหนัก (Underweight/Overweight) ในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิดและโปร่งใส

สำหรับทิศทางการลงทุนในปี 2569 มองว่าปัจจัยลบน่าจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา แม้ยังต้องติดตามปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical) แต่ความชัดเจนทางการเมืองในประเทศและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มนิ่ง จะช่วยให้ตลาดทุนไทยอยู่ในสภาวะที่ดีขึ้น ทั้งนี้ กองทุนยังมีกลไกป้องกันความเสี่ยงให้กับนักลงทุนหน่วยประเภท ก. อย่างรัดกุม โดยหากเกิดวิกฤตที่ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นตกลงอย่างรุนแรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...