โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ "พระราชวังโกเลสถาน" มรดกโลกแห่งอิหร่าน กับคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ประเมินค่าไม่ได้

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

เปิดประวัติและความสำคัญของพระราชวังโกเลสถาน (Golestan Palace) มรดกโลก UNESCO ในเตหะราน อิหร่าน ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งที่ทั่วโลกกังวล

พระราชวังโกเลสถาน (Golestan Palace) ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งปลูกสร้างที่สวยงามในใจกลางกรุงเตหะราน แต่นี่คือ "หัวใจ" ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของอิหร่านที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อโบราณสถานสำคัญ บทความนี้จะพาทุกคนไปย้อนรอยความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์คาจาร์ (Qajar) และเหตุผลที่ทั่วโลกต้องร่วมกันปกป้องสมบัติของมนุษยชาติชิ้นนี้

ประวัติพระราชวังโกเลสถาน มรดกโลกเหนือกาลเวลา

พระราชวังโกเลสถาน (Golestan Palace) หรือ "พระราชวังแห่งดอกไม้" ตั้งอยู่ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เริ่มต้นก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซาฟาวิด (Safavid) แต่ได้รับการขยายอำนาจและตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงที่สุดในสมัย ราชวงศ์คาจาร์ (Qajar) ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18-19 เพื่อใช้เป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการและศูนย์กลางการบริหารประเทศ

ภาพจาก iStock

สถานที่แห่งนี้ถือเป็นตัวแทนความรุ่งโรจน์ของศิลปะเปอร์เซียที่ผสมผสานกับอิทธิพลจากตะวันตกได้อย่างลงตัว จนได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปี 2013

อาณาจักรแห่งดอกไม้

พระราชวังโกเลสถานมีขนาดพื้นที่ครอบคลุมกว้างขวาง โดยในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของป้อมปราการประวัติศาสตร์ (Arg) แห่งเตหะราน ภายนอกโดดเด่นด้วยการตกแต่ง "กระเบื้องเคลือบสี" (Polychrome Tiles) อันเป็นเอกลักษณ์ของยุคคาจาร์ ลวดลายส่วนใหญ่นิยมใช้รูปดอกไม้ สัตว์ และภาพวิถีชีวิตชาวเปอร์เซีย ผสมผสานกับสวนสไตล์เปอร์เซีย (Persian Garden) ที่เน้นความร่มรื่นของน้ำและพรรณไม้ ส่งเสริมให้ตัวอาคารดูสง่างามดั่งสวรรค์บนดิน

ภาพจาก iStock

ศิลปะกระจกและการผสมผสานโลกตะวันตก

ภายในพระราชวังคือการแสดงออกถึงความมั่งคั่งขั้นสูงสุด ผนังและเพดานในหลายห้อง โดยเฉพาะ Hall of Mirrors ถูกประดับด้วยกระจกเงาชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ตัดแต่งเป็นรูปทรงเรขาคณิตสะท้อนแสงระยิบระยับ นอกจากนี้ยังมีการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ ภาพเขียน และโคมไฟระย้าจากยุโรป สะท้อนถึงยุคสมัยที่อิหร่านเริ่มเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตก (Westernization) เข้ามาผสมผสานกับรากเหง้าเดิม

"บัลลังก์นกยูง" ไฮไลต์ล้ำค่าที่โลกจารึก

ภาพจาก iStock

หนึ่งในสิ่งล้ำค่าที่สุดที่เคยประดิษฐาน ณ พระราชวังแห่งนี้คือ บัลลังก์นกยูง (Takht-e Tavous) ซึ่งประดับประดาด้วยอัญมณีเลอค่านับไม่ถ้วน รวมถึงมรกต ทับทิม และเพชรพลอยต่างๆ ตัวบัลลังก์ถูกออกแบบอย่างวิจิตรด้วยรูปทรงนกยูงรำแพนหาง สื่อถึงอำนาจบารมีอันสูงสุดของกษัตริย์แห่งเปอร์เซีย ที่ใช้ในพิธีราชาภิเษก และเป็นสัญลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกปรารถนาจะมาชมด้วยตาตนเองสักครั้ง

ผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

ในบริบทของความขัดแย้งระดับภูมิภาค การสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพระราชวังโกเลสถานไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับชาวอิหร่านเท่านั้น แต่ถือเป็นการสูญเสียหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโลก ตามอนุสัญญาปารีสว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ การทำลายโบราณสถานถือเป็นการละเมิดข้อตกลงสากลที่ทั่วโลกให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

ข้อมูลอ้างอิง: UNESCO World Heritage Centre, Britannica, Historical Archives

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดประวัติ "พระราชวังโกเลสถาน" มรดกโลกแห่งอิหร่าน กับคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ประเมินค่าไม่ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...