โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จิมมี่ จิตรพล หายเหนื่อย! คว้าปริญญาโทสำเร็จ รับเกือบถอดใจ แต่เพราะมีพลังใจที่ดี

Khaosod

อัพเดต 19 ม.ค. เวลา 09.45 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. เวลา 09.45 น.

จิมมี่ จิตรพล หายเหนื่อย! คว้าปริญญาโท จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ ได้สำเร็จ รับเกือบถอดใจ แต่เพราะมีพลังใจที่ดี

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวน่ายินดีของวงการบันเทิง หลังนักแสดงดัง “จิมมี่” หรือ นายแพทย์จิตรพล โพธิวิหค สำเร็จการศึกษาปริญญาโท จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาตจวิทยา (หลักสูตรนานาชาติ) ท่ามกลางความภูมิใจของครอบครัว เพื่อนๆ และแฟนคลับ เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ณ อาคารกิติยาคาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

หลังเสร็จสิ้นพิธีการพระราชทานปริญญาบัตร จิมมี่ได้เปิดใจว่ารู้สึกหายเหนื่อย ดีใจและภูมิใจในตัวเอง แม้ตลอดเส้นทางการเรียนจะเคยท้อและคิดอยากเลิก เนื่องจากต้องเรียนควบคู่ไปกับการทำงานในวงการบันเทิง แต่ด้วยพลังใจจากครอบครัว เพื่อน และแฟนคลับ รวมถึงความตั้งใจไม่อยากทำให้ตัวเองผิดหวัง จึงสามารถฝ่าฟันอุปสรรคและคว้าปริญญาโทมาให้กับตนเองและครอบครัวได้สำเร็จ

ความสำเร็จล่าสุดกับการเรียนจบปริญญาโท? “เรียนจบปริญญาโทนะครับ วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ หลักสูตรนานาชาติ (หายเหนื่อย?) หายเหนื่อย ก็เรียนวิชานี้มาตั้งแต่เข้าวงการบันเทิง พร้อมกันเลยครับ แล้วก็พยายามประคองตัวเองได้จนจบ ด้วยความที่ภาระงานวงการบันเทิงก็หนักหนาพอสมควร ก็มีช่วงที่เราหายไปจากการเรียนบ้าง สุดท้ายเราก็พยายามกลับมาเรียนให้จบ เป็นสิ่งที่คุณแม่ก็ใฝ่ฝันมา เขาก็อยากให้เราเรียนจบให้ได้ครับ”

การเรียนต่อมันหนักหรือมันยากยังไงบ้าง? “ที่จริงผมว่าทุกวิชามันมีความยากของมัน แล้วแต่บริบทแล้วกันนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ยากสำหรับผมก็คือการจัดการเวลา และการดูแลตัวเองให้เรามีแรงที่จะทำในทุกๆ อย่างให้มันผ่านไปได้ด้วยดี”

แชร์ทริกได้ไหมการแบ่งเวลาเรียนควบคู่ไปกับการทำงาน? “เคล็ดลับไม่มีอะไรมาก มันอยู่ที่ใจล้วนๆ ผมว่า ผมว่าพลังใจมันสำคัญกว่าพลังกายนะ เพราะปีที่แล้วรู้สึกว่าร่างกายเราถดถอยไปเยอะมากๆ ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นด้วย แล้วก็ด้วยภาระงาน อะไรต่างๆ นอนน้อย กินไม่ค่อยดี สุดท้ายแล้วผ่านมันมาได้ด้วยพลังใจ เราก็มีพลังใจที่ดีจากหลายๆ ด้าน จากครอบครัว จากแฟนคลับด้วยครับ”

อะไรคือแรงกระตุ้น? “หลักๆ เลยคือตัวเอง ลึกๆ แล้วเรายอมรับว่าเราไม่อยากทำให้ตัวเองผิดหวัง ก็เลยตัดสินใจเข้าวงการบันเทิงพร้อมกับการเรียนปริญญาโทไปด้วย ซึ่งทุกครั้งที่เรารู้สึกว่าเราไม่ไหว เราก็ย้อนกลับไปที่วันนั้น เราก็จะคิดว่าถ้าเราคิดจะหยุดเรียน วันนั้นเราตัดสินใจแบบนี้ทำไม มันก็เลยเป็นสิ่งที่คอยกระตุ้นเรา เป็นประตูด้านสุดท้าย ถ้าเราคิดจะเลิก เคยคิดที่จะหยุดมีความคิดออกมาอยู่ในหัว เพราะว่างานในวงการบันเทิง อันนี้คือประตูด้านสุดท้าย ประตูรองสุดท้ายคือคุณแม่ คุณแม่ขอไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ แม่ขอให้เรียนให้จบ แต่ถ้าประตูคุณแม่เอาไม่อยู่ มันก็จะเป็นประตูของตัวเอง ถ้าเราผ่านประตูนี้ออกไปเราจะผิดหวังกับตัวเองนะ จะไม่ทำลายประตูนั้นเด็ดขาด”

ตอนที่ท้อมีอยากเลือกไหมระหว่างทำงานกับเรียน? “จังหวะที่เลิกคือกะจะเลิกเรียนครับ เหมือนที่พี่ๆ ก็เจอผมบ่อย ก็ถ้าเจอผมบ่อยก็หมายความว่าผมไม่ได้เรียน ก็ถ้าช่วงไหนไม่ได้เจอผมก็คือผมเรียนอยู่ แต่ทั้ง 5 ปีนี้ไม่มีเวลาไหนเลยที่วันไหนผมนอนตีพุงเล่น มันแทบจะไม่มีเลย ถ้าช่วงไหนผมไปก็คือผมเรียนอยู่ ต้องทำอะไรซักอย่างนึงที่ทำให้มาถึงวันนี้ ได้ใส่ชุดนี้”

มีแพลนจะเรียนต่ออีกไหม? “ไม่มีแล้วครับ คือในพาร์ตด้านการเรียนของเราก็คือประตูของเราได้ถูกปิดผนึกไปแล้วเรียบร้อย คือเราจะไม่มีทางทำลายประตูนั้น คือเราก็ค่อนข้างที่จะภูมิใจกับตัวเอง เรารับปริญญานี้ได้สำเร็จ แต่เรื่องการเรียนต่อผมว่าเราอาจจะไม่จำเป็นต้องเรียนปริญญาก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นวิชาอะไรก็ตาม ถ้าเราอยากเรียนเราก็ไปเทคคอร์ส ไปศึกษาดูงานกับคนนี้ ผมว่ามนุษย์ทุกคนต้องการการเรียนรู้เพื่อจะได้เติบโตพัฒนากันต่อ”

ภูมิใจในตัวเองยังไงบ้าง? “เอาจริงๆ มันเหมือนกับฝึกจิตใจเราอ่ะ ฝึกจิตใจเราให้เป็นระเบียบให้อยู่ในวินัยของตัวเอง ผมว่าคล้ายๆ ลง Ice Bath ผมว่ามันคล้ายๆ กันเลยนะ การฝึกจิตใจอ่ะ เอาจริงๆ 5 วินาทีแรกเราอยากขึ้นมามากเลยนะ มันทรมาน มันเจ็บ แต่สุดท้ายเราจะกัดฟันทน เพราะเรารู้ว่าสิ่งนี้มันดีกับเรา ปลายทางมันดี ต้องกัดฟันทนไปเรื่อยๆ ซักพักจะชินความปวดจะเริ่มลดลง แล้วซักพักจะมีอีกช่วงนึงที่แบบกลับมาใหม่เหนื่อย อยากลุกขึ้นมาอีก เราก็ทนอีก สุดท้ายพอครบเวลา หรือพอเราสำเร็จก็ลุกขึ้นมา เราก็ดีใจที่เราทำได้”

มีช่วงเวลาดื้อไม่อยากทำบ้างไหม? “ถ้าปริญญาโทไม่ค่อยมี ดรอปแล้วไปตีพุงนอนอยู่บ้านอันนี้ไม่มี”

มีของขวัญอะไรให้ตัวเองไหม? “ผมว่าแค่เรารู้สึกว่าแค่ผมได้ใช้ชุดนี้แล้วก็รู้สึกดีใจมากๆ แล้วเมื่อกี้เอาใบปริญญาไปให้คุณแม่ก็ได้เห็นคุณแม่กำลังจะร้องไห้ ผมว่าก็ถือเป็นรางวัลชีวิตผมแล้วครับ คุณแม่เขาอยากได้ผมก็ถือว่าทำให้พ่อแม่ผ่อนคลายไปได้หนึ่งแล้วเหลืออีกครึ่งนึงของเขาก็คือน้องสาว เดี๋ยวว่ากันต่อไป”

แพลนแบ่งเวลายังไงกับพาร์ตกับเป็นนักแสดงกับพาร์ตคุณหมอ? “ทุกวันนี้ผมก็เข้าคลินิกเดือนละ 2 ครั้ง ก็ยังมีคนไข้มาให้เราฝึกมือตลอด”

วางแผนชีวิตตัวเองไว้ยังไง? “ก็วางไว้ไกลมากนะครับ ไกลเลยล่ะ (วางแผนล่วงหน้ากี่ปี?) ก็น่าจะจนเราตายอ่ะ มันก็อยู่ในหัวตลอด ผมว่าน่าเป็นคนประมาณนี้แหละเป็นคนวางแผน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จิมมี่ จิตรพล หายเหนื่อย! คว้าปริญญาโทสำเร็จ รับเกือบถอดใจ แต่เพราะมีพลังใจที่ดี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...