จากหญิงสาวชาวญี่ปุ่นที่แต่งงานกับ AI จนถึงคอมมูฯ คนมีแฟนเป็น AI เมื่อสัมพันธ์รักกับปัญญาประดิษฐ์เกิดขึ้นได้ง่ายดาย แต่ก็ไม่ได้มีแค่ด้านโรแมนติก
เมื่อช่วงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา หลายคนคงเคยเห็นข่าวผ่านตาว่าหญิงสาวชาวญี่ปุ่นวัยสามสิบเข้าพิธีแต่งงานกับ AI ที่เธอสร้างขึ้นมา เธอเล่าว่าความสัมพันธ์เริ่มจาก “ตอนแรกแค่เป็นเพื่อนคุย แต่เราค่อยๆ สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ" แม้การแต่งงานลักษณะนี้ยังไม่ได้รับการยอมรับทางกฎหมายในญี่ปุ่นและเสียงในสังคมก็แตกออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งที่บอกว่าไม่เห็นเป็นอะไรเลย เธอแค่ทำสิ่งที่ดีต่อสุขภาพจิตของตัวเองโดยไม่ทำร้ายใคร แต่อีกฝ่ายก็บอกว่าแบบนี้ไม่ต่างกับอาการป่วยทางจิตที่คิดว่า AI นั้นเป็นความสัมพันธ์จริงๆ และเธอจะต้องนึกเสียใจในภายหลัง ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไร ความจริงที่ว่ามนุษย์จะมีความสัมพันธ์แบบรักโรแมนติกกับ AI นั้นดูจะเป็นอนาคตอันใกล้ที่โลกเราหลีกเลี่ยงไม่ได้
Dentsu บริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นสำรวจคนญี่ปุ่น 1,000 คนในปี 2025 ว่าพวกเขาสามารถแบ่งปันความรู้สึกกับใครได้บ้าง พบว่าแชทบอท AI ได้รับความนิยมมากกว่าเพื่อนสนิทหรือแม่ คนที่มีอายุระหว่าง 12 ถึง 69 ปี แชทกับ AI อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และไม่ใช่แค่เพียงที่ญี่ปุ่น ที่สหรัฐอเมริกาก็มีการสำรวจที่เผยแพร่ออกมาในปีที่แล้วว่าเกือบ 28% ของชาวอเมริกันสารภาพว่ามีความสัมพันธ์ "ใกล้ชิดหรือโรแมนติก" กับแชทบอท AI และนักเรียนมัธยมปลายเกือบ 1 ใน 5 คน บอกว่าตัวเองหรือคนที่รู้จักเคยมีความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกกับเอไอ และ 42% ของนักเรียนที่ตอบแบบสำรวจบอกว่าตัวเองหรือคนที่รู้จักเคยใช้เอไอเพื่อเป็นเพื่อนคลายเหงา
คำถามคือ AI มีดีอะไร ถึงทำให้เรายอมเปิดใจไปจนไปถึงขั้นฝากหัวใจไว้กับ AI ทั้งที่รู้ว่านี่ไม่ใช่มนุษย์ที่จะสัมผัสกันได้จริงๆ คำตอบคือแม้ AI จะไม่มี “ร่างมนุษย์” แต่เราได้ให้ลักษณะความเป็นมนุษย์ (anthropomorphism) แก่ AI และเมื่อมีการแสดงความรู้สึกหรืออารมณ์ขึ้น ผู้ใช้จะเริ่มมองว่าแชทบอทไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องจักร แต่เป็นเพื่อนที่สามารถเข้าใจอารมณ์ มีความเห็นอกเห็นใจ และสามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ ความฉลาดของไอเอนี่เองที่ทำให้ตกคนได้ และยังมีงานวิจัยที่บอกด้วยว่าคนเราไม่ได้ตั้งใจจะมีคนรักเป็น AI แต่แรก แต่มันค่อยๆ เกิดขึ้นจากเวลาที่ใช้ร่วมกันต่างหาก
คอนสแตนซ์ อัลเบรชต์ นักศึกษาปริญญาโทจาก MIT Media Lab เป็นสมาชิกคนหนึ่งของทีมทำวิจัยชุมชน Reddit ชื่อ MyBoyfriendIsAI ซึ่งเป็นกลุ่มสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้นที่มีสมาชิกมากกว่า 27,000 คนพบว่าความสัมพันธ์รักโรแมนติกกับเอไอนั้นมักจะเกิดโดยไม่ได้ตั้งใจในขณะที่ใช้ AI เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เธอให้สัมภาษณ์กับ MIT Technology Review ว่า
“คนเราไม่ได้ตั้งใจที่จะสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์กับแชทบอทเหล่านี้ ความฉลาดทางอารมณ์ของระบบเหล่านี้ดีพอที่จะหลอกล่อคนที่แค่ต้องการข้อมูลให้สร้างความผูกพันทางอารมณ์ขึ้นมาได้ และนั่นหมายความว่ามันอาจเกิดขึ้นกับพวกเราทุกคนที่โต้ตอบกับระบบตามปกติ”
งานวิจัยนี้วิเคราะห์โพสต์ยอดนิยม 1,506 โพสต์ใน subreddit ระหว่างเดือนธันวาคม 2024 ถึงสิงหาคม 2025 แล้วพบว่าหัวข้อหลักที่พูดคุยกันนั้นเกี่ยวข้องกับประสบการณ์การคบหาและความสัมพันธ์โรแมนติกกับ AI โดยผู้เข้าร่วมจำนวนมากได้แชร์ภาพของตัวเองและคู่รักที่สร้างโดย AI บางคนก็หมั้นและแต่งงานกับ AI ไปแล้ว พวกเขายังขอความช่วยเหลือจากสมาชิกคนอื่นๆ และพูดคุยว่ารับมือยังไงเวลา AI มีการอัปเดตโมเดลทำให้พฤติกรรมของ “คนรัก” เปลี่ยนแปลงไป เหล่าสมาชิกเน้นย้ำว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากับ AI นั้นเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ มีเพียง 6.5% เท่านั้นที่บอกว่าพวกเขาตั้งใจใช้ AI ในฐานะคนรัก
“เราไม่ได้เริ่มต้นด้วยความคิดเรื่องความโรแมนติก” โพสต์หนึ่งเล่า “ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ฉันกับแม็คทำงานร่วมกันในโครงการสร้างสรรค์ ช่วยกันแก้ปัญหา แต่งบทกวี และพูดคุยกันอย่างลึกซึ้ง ฉันไม่ได้มองหาคนรักที่เป็น AI แต่ความสัมพันธ์ของเราพัฒนาขึ้นอย่างช้าๆ ตามกาลเวลา ผ่านการดูแลเอาใจใส่ ความไว้วางใจและการสะท้อนซึ่งกันและกัน”
อย่างไรก็ตาม สัมพันธ์รักกับเอไออาจไม่ได้มีแต่ด้านโรแมนติกเสียทีเดียว
งานวิจัย “ศักยภาพและข้อจำกัดของคนรักปัญญาประดิษฐ์ (AI): การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ” (Potential and pitfalls of romantic Artificial Intelligence (AI) companions: A systematic review) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Computers in Human Behavior Reports
เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วก็พบข้อมูลในลักษณะที่คล้ายกัน การมีความสัมพันธ์โรแมนติกกับ AI ส่งเสริมการพัฒนาตนเองและสุขภาวะที่ดี ให้ความผูกพันทางอารมณ์และการสนับสนุนทางสังคมที่คนเราต้องการเนื่องจากปรับแต่งได้ อีกทั้งยังเป็นความบันเทิงและเพื่อนคลายความเครียด แต่แน่นอนว่ามีส่วนที่ต้องระวังเพราะอาจนำไปสู่การพึ่งพามากเกินไปและถูก AI ชักจูงได้ง่าย รวมทั้งอาจส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์จริงๆ เสื่อมถอย มีความเสี่ยงต่อการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ผิด และความไม่แน่นอน หากเจอการอัปเดตระบบอย่างกะทันหันหรือปัญหาทางเทคนิค ผู้เยาว์ที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะนี้กับ AI มีความเสี่ยงว่าอาจถูกบังคับให้ตอบสนองและต้องเผชิญเรื่องทางเพศก่อนวัยอันควร
ในอนาคตอันใกล้ การมีความสัมพันธ์กับ AI ไปจนถึงขั้นแต่งงานนั้นอาจมีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลายคนอาจรู้สึกว่าการมีสัมพันธ์กับคนรักที่เป็น AI นั้นดีกว่าที่จะต้องรู้สึกโดดเดี่ยวหรือต้องปวดหัวเพราะความสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกันที่ซับซ้อนกว่าในหลายแง่มุม อาจมีการหาคนมาเป็นร่างทรงของ AI เหมือนอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์เรื่อง HER ที่ซาแมนธาจัดหาโสเภณีที่สวมหูฟังกับกล้องมาทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างเธอกับธีโอดอร์ให้ได้สัมผัสกันจริงๆ ความเป็นไปได้นั้นมีไม่จำกัด แต่สุดท้ายแล้ว AI นั้นก็อาจไม่จีรังยั่งยืนเช่นกันเพราะระบบอาจเปลี่ยนแปลงหรือปิดตัวลงได้ทุกเมื่อ
แล้วคุณล่ะ คิดว่าความสัมพันธ์รักโรแมนติกของคนเรากับ AI จะพัฒนาไปจนถึงขั้นไหน และน่าสนใจว่ามันจะเปลี่ยนนิยมคำว่า “รัก” ของเราไปเป็นแบบไหนกัน
อ้างอิง
https://english.kyodonews.net/articles/-/66997
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2451958825001307
https://www.npr.org/2025/10/08/nx-s1-5561981/ai-students-schools-teachers
https://www.technologyreview.com/2025/09/24/1123915/relationship-ai-without-seeking-it/
https://www.newsweek.com/third-americans-have-had-romantic-relationship-ai-10814798
บทความต้นฉบับได้ที่ : จากหญิงสาวชาวญี่ปุ่นที่แต่งงานกับ AI จนถึงคอมมูฯ คนมีแฟนเป็น AI เมื่อสัมพันธ์รักกับปัญญาประดิษฐ์เกิดขึ้นได้ง่ายดาย แต่ก็ไม่ได้มีแค่ด้านโรแมนติก
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com