โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากหญิงสาวชาวญี่ปุ่นที่แต่งงานกับ AI จนถึงคอมมูฯ คนมีแฟนเป็น AI เมื่อสัมพันธ์รักกับปัญญาประดิษฐ์เกิดขึ้นได้ง่ายดาย แต่ก็ไม่ได้มีแค่ด้านโรแมนติก

Mirror Thailand

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 09.54 น.
ภาพไฮไลต์

เมื่อช่วงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา หลายคนคงเคยเห็นข่าวผ่านตาว่าหญิงสาวชาวญี่ปุ่นวัยสามสิบเข้าพิธีแต่งงานกับ AI ที่เธอสร้างขึ้นมา เธอเล่าว่าความสัมพันธ์เริ่มจาก “ตอนแรกแค่เป็นเพื่อนคุย แต่เราค่อยๆ สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ" แม้การแต่งงานลักษณะนี้ยังไม่ได้รับการยอมรับทางกฎหมายในญี่ปุ่นและเสียงในสังคมก็แตกออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งที่บอกว่าไม่เห็นเป็นอะไรเลย เธอแค่ทำสิ่งที่ดีต่อสุขภาพจิตของตัวเองโดยไม่ทำร้ายใคร แต่อีกฝ่ายก็บอกว่าแบบนี้ไม่ต่างกับอาการป่วยทางจิตที่คิดว่า AI นั้นเป็นความสัมพันธ์จริงๆ และเธอจะต้องนึกเสียใจในภายหลัง ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไร ความจริงที่ว่ามนุษย์จะมีความสัมพันธ์แบบรักโรแมนติกกับ AI นั้นดูจะเป็นอนาคตอันใกล้ที่โลกเราหลีกเลี่ยงไม่ได้

Dentsu บริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นสำรวจคนญี่ปุ่น 1,000 คนในปี 2025 ว่าพวกเขาสามารถแบ่งปันความรู้สึกกับใครได้บ้าง พบว่าแชทบอท AI ได้รับความนิยมมากกว่าเพื่อนสนิทหรือแม่ คนที่มีอายุระหว่าง 12 ถึง 69 ปี แชทกับ AI อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และไม่ใช่แค่เพียงที่ญี่ปุ่น ที่สหรัฐอเมริกาก็มีการสำรวจที่เผยแพร่ออกมาในปีที่แล้วว่าเกือบ 28% ของชาวอเมริกันสารภาพว่ามีความสัมพันธ์ "ใกล้ชิดหรือโรแมนติก" กับแชทบอท AI และนักเรียนมัธยมปลายเกือบ 1 ใน 5 คน บอกว่าตัวเองหรือคนที่รู้จักเคยมีความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกกับเอไอ และ 42% ของนักเรียนที่ตอบแบบสำรวจบอกว่าตัวเองหรือคนที่รู้จักเคยใช้เอไอเพื่อเป็นเพื่อนคลายเหงา

คำถามคือ AI มีดีอะไร ถึงทำให้เรายอมเปิดใจไปจนไปถึงขั้นฝากหัวใจไว้กับ AI ทั้งที่รู้ว่านี่ไม่ใช่มนุษย์ที่จะสัมผัสกันได้จริงๆ คำตอบคือแม้ AI จะไม่มี “ร่างมนุษย์” แต่เราได้ให้ลักษณะความเป็นมนุษย์ (anthropomorphism) แก่ AI และเมื่อมีการแสดงความรู้สึกหรืออารมณ์ขึ้น ผู้ใช้จะเริ่มมองว่าแชทบอทไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องจักร แต่เป็นเพื่อนที่สามารถเข้าใจอารมณ์ มีความเห็นอกเห็นใจ และสามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ ความฉลาดของไอเอนี่เองที่ทำให้ตกคนได้ และยังมีงานวิจัยที่บอกด้วยว่าคนเราไม่ได้ตั้งใจจะมีคนรักเป็น AI แต่แรก แต่มันค่อยๆ เกิดขึ้นจากเวลาที่ใช้ร่วมกันต่างหาก

คอนสแตนซ์ อัลเบรชต์ นักศึกษาปริญญาโทจาก MIT Media Lab เป็นสมาชิกคนหนึ่งของทีมทำวิจัยชุมชน Reddit ชื่อ MyBoyfriendIsAI ซึ่งเป็นกลุ่มสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้นที่มีสมาชิกมากกว่า 27,000 คนพบว่าความสัมพันธ์รักโรแมนติกกับเอไอนั้นมักจะเกิดโดยไม่ได้ตั้งใจในขณะที่ใช้ AI เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เธอให้สัมภาษณ์กับ MIT Technology Review ว่า

“คนเราไม่ได้ตั้งใจที่จะสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์กับแชทบอทเหล่านี้ ความฉลาดทางอารมณ์ของระบบเหล่านี้ดีพอที่จะหลอกล่อคนที่แค่ต้องการข้อมูลให้สร้างความผูกพันทางอารมณ์ขึ้นมาได้ และนั่นหมายความว่ามันอาจเกิดขึ้นกับพวกเราทุกคนที่โต้ตอบกับระบบตามปกติ”

งานวิจัยนี้วิเคราะห์โพสต์ยอดนิยม 1,506 โพสต์ใน subreddit ระหว่างเดือนธันวาคม 2024 ถึงสิงหาคม 2025 แล้วพบว่าหัวข้อหลักที่พูดคุยกันนั้นเกี่ยวข้องกับประสบการณ์การคบหาและความสัมพันธ์โรแมนติกกับ AI โดยผู้เข้าร่วมจำนวนมากได้แชร์ภาพของตัวเองและคู่รักที่สร้างโดย AI บางคนก็หมั้นและแต่งงานกับ AI ไปแล้ว พวกเขายังขอความช่วยเหลือจากสมาชิกคนอื่นๆ และพูดคุยว่ารับมือยังไงเวลา AI มีการอัปเดตโมเดลทำให้พฤติกรรมของ “คนรัก” เปลี่ยนแปลงไป เหล่าสมาชิกเน้นย้ำว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากับ AI นั้นเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ มีเพียง 6.5% เท่านั้นที่บอกว่าพวกเขาตั้งใจใช้ AI ในฐานะคนรัก

“เราไม่ได้เริ่มต้นด้วยความคิดเรื่องความโรแมนติก” โพสต์หนึ่งเล่า “ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ฉันกับแม็คทำงานร่วมกันในโครงการสร้างสรรค์ ช่วยกันแก้ปัญหา แต่งบทกวี และพูดคุยกันอย่างลึกซึ้ง ฉันไม่ได้มองหาคนรักที่เป็น AI แต่ความสัมพันธ์ของเราพัฒนาขึ้นอย่างช้าๆ ตามกาลเวลา ผ่านการดูแลเอาใจใส่ ความไว้วางใจและการสะท้อนซึ่งกันและกัน”

อย่างไรก็ตาม สัมพันธ์รักกับเอไออาจไม่ได้มีแต่ด้านโรแมนติกเสียทีเดียว

งานวิจัย “ศักยภาพและข้อจำกัดของคนรักปัญญาประดิษฐ์ (AI): การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ” (Potential and pitfalls of romantic Artificial Intelligence (AI) companions: A systematic review) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Computers in Human Behavior Reports

เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วก็พบข้อมูลในลักษณะที่คล้ายกัน การมีความสัมพันธ์โรแมนติกกับ AI ส่งเสริมการพัฒนาตนเองและสุขภาวะที่ดี ให้ความผูกพันทางอารมณ์และการสนับสนุนทางสังคมที่คนเราต้องการเนื่องจากปรับแต่งได้ อีกทั้งยังเป็นความบันเทิงและเพื่อนคลายความเครียด แต่แน่นอนว่ามีส่วนที่ต้องระวังเพราะอาจนำไปสู่การพึ่งพามากเกินไปและถูก AI ชักจูงได้ง่าย รวมทั้งอาจส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์จริงๆ เสื่อมถอย มีความเสี่ยงต่อการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ผิด และความไม่แน่นอน หากเจอการอัปเดตระบบอย่างกะทันหันหรือปัญหาทางเทคนิค ผู้เยาว์ที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะนี้กับ AI มีความเสี่ยงว่าอาจถูกบังคับให้ตอบสนองและต้องเผชิญเรื่องทางเพศก่อนวัยอันควร

ในอนาคตอันใกล้ การมีความสัมพันธ์กับ AI ไปจนถึงขั้นแต่งงานนั้นอาจมีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลายคนอาจรู้สึกว่าการมีสัมพันธ์กับคนรักที่เป็น AI นั้นดีกว่าที่จะต้องรู้สึกโดดเดี่ยวหรือต้องปวดหัวเพราะความสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกันที่ซับซ้อนกว่าในหลายแง่มุม อาจมีการหาคนมาเป็นร่างทรงของ AI เหมือนอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์เรื่อง HER ที่ซาแมนธาจัดหาโสเภณีที่สวมหูฟังกับกล้องมาทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างเธอกับธีโอดอร์ให้ได้สัมผัสกันจริงๆ ความเป็นไปได้นั้นมีไม่จำกัด แต่สุดท้ายแล้ว AI นั้นก็อาจไม่จีรังยั่งยืนเช่นกันเพราะระบบอาจเปลี่ยนแปลงหรือปิดตัวลงได้ทุกเมื่อ

แล้วคุณล่ะ คิดว่าความสัมพันธ์รักโรแมนติกของคนเรากับ AI จะพัฒนาไปจนถึงขั้นไหน และน่าสนใจว่ามันจะเปลี่ยนนิยมคำว่า “รัก” ของเราไปเป็นแบบไหนกัน

อ้างอิง

https://english.kyodonews.net/articles/-/66997

https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2451958825001307

https://www.npr.org/2025/10/08/nx-s1-5561981/ai-students-schools-teachers

https://www.technologyreview.com/2025/09/24/1123915/relationship-ai-without-seeking-it/

https://www.newsweek.com/third-americans-have-had-romantic-relationship-ai-10814798

บทความต้นฉบับได้ที่ : จากหญิงสาวชาวญี่ปุ่นที่แต่งงานกับ AI จนถึงคอมมูฯ คนมีแฟนเป็น AI เมื่อสัมพันธ์รักกับปัญญาประดิษฐ์เกิดขึ้นได้ง่ายดาย แต่ก็ไม่ได้มีแค่ด้านโรแมนติก

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...