โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทำงาน 15 ชั่วโมง ถูกกักขัง จับขายตัว เหยื่อเกาหลีใต้เผยชีวิตในกัมพูชา หลังถูกหลอกเป็นสแกมเมอร์นาน 3 เดือน

The Momentum

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 18.49 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 11.49 น. • THE MOMENTUM

“เมื่อผมมาถึง พวกเขาบอกว่าการหลอกลวงมี 2 รูปแบบ คือหลอกให้รักและหลอกให้ลงทุน และที่นี่ทำทั้ง 2 อย่าง” หนึ่งในเหยื่อสแกมเมอร์ชาวเกาหลีใต้วัย 30 ปี เปิดเผยกับสำนักข่าว CNN ถึงเรื่องราวชีวิตประจำวันหลังถูกหลอกให้ไปทำงานในกัมพูชา

เด็กซ์ (Dex) นามสมมติของเหยื่อสแกมเมอร์ชาวเกาหลีใต้ให้สัมภาษณ์กับ CNN ต่อว่า เขาและชาวเกาหลีใต้อีกจำนวนหลายร้อยคนถูกหลอกลวงให้มาทำงานสแกมเมอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งดำเนินการโดยแก๊งอาชญากรชาวจีน ผ่านประกาศรับสมัครงานที่อ้างว่า เป็นงานที่ทำเงินได้จำนวนมหาศาล

ทันทีที่เดินทางถึงกัมพูชาในเดือนเมษายน 2024 เขากลับถูกยึดโทรศัพท์และหนังสือเดินทาง ส่วนสถานที่ทำงานและที่อยู่อาศัยก็ล้อมรอบไปด้วยรั้วสูง มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยเฝ้าสังเกตการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ชีวิตประจำวันของเด็กซ์เริ่มต้นตั้งแต่เวลา 07.30 น. ในทุกวันเขาจะนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อส่งข้อความตามที่หัวหน้าแก๊งชาวจีนกำหนด และะโทร.ไปหาเหยื่อชาวเกาหลีใต้จำนวนหลายร้อยคน โดยเขาต้องทำงานในลักษณะนี้วนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงานในช่วงเวลา 21.30 น.

เด็กซ์ระบุเพิ่มเติมว่า เขาถูกบังคับให้ปลอมเป็นผู้หญิง อีกทั้งยังมีการนำ AI เข้ามาช่วยปลอมแปลงเสียงให้คล้ายคลึงกับเสียงผู้หญิง เพื่อพูดคุยกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชายชาวเกาหลีใต้วัย 50 ปีขึ้นไป เพื่อหลอกให้เหยื่อตกหลุมรัก ก่อนจะชวนลงทุนผ่านแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นโดยเครือข่ายสแกมเมอร์

นอกจากนี้เครือข่ายสแกมเมอร์ยังนำ AI มาใช้ปลอมแปลงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน และไลฟ์บน YouTube พร้อมกับปลอมแปลงยอดผู้เข้าชมเพื่อหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อ ซึ่งเหยื่อของเด็กซ์เคยโอนเงินให้กับสแกมเมอร์มากถึง 6,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 214,500 บาท) ภายใน 1 ครั้ง ขณะที่ในช่วงปีที่ผ่านมา เครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชาสามารถหลอกลวงเงินจากชาวเกาหลีใต้ได้ราว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 310 ล้านบาท)

ทั้งนี้มีรายงานว่า ในปีที่ผ่านมา ชาวเกาหลีใต้มากกว่า 330 คนหายตัวในกัมพูชา แม้ว่าส่วนใหญ่จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเกาหลีใต้แล้ว แต่อีก 79 คน ยังคงสูญหายอยู่ ณ ขณะนี้

“เหยื่อชาวเกาหลีใต้คือกลุ่มที่มีประสิทธิภาพ เพราะพวกเขาทำงานได้อย่างดีและเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว” หนึ่งในมิชชันนารีชาวเกาหลีใต้ ซึ่งอาศัยอยู่ในกัมพูชานานถึง 14 ปี และเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทำหน้าที่ส่งชาวเกาหลีใต้กลับประเทศกล่าวกับ CNN

พัค กีแท (Park Ki-tae) ทนายความชาวเกาหลีใต้และที่ปรึกษาด้านหนี้สิน ให้ข้อมูลกับ CNN เพิ่มเติมว่า ชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ที่ถูกหลอกลวงไปทำงานในกัมพูชา คือกลุ่มหนุ่มสาวที่มีปัญหาด้านการเงิน ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาเศรษฐกิจภายในของประเทศเกาหลีใต้เช่นกัน

แม้ว่าเหยื่อสแกมเมอร์หลายรายออกมาเปิดเผยหลังจากหลบหนีออกมาได้ว่า เครือข่ายสแกมเมอร์มีการใช้ความรุนแรงอยู่เสมอ แต่อย่างไรก็ตาม เด็กซ์กล่าวว่า สถานที่ที่เขาอยู่แทบไม่มีการใช้ความรุนแรง และเขาไม่เคยถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ซึ่งหัวหน้าแก๊งบอกกับเขาและชาวเกาหลีใต้อีกหลายคนว่า หากไม่สามารถหลอกลวงได้ตามเป้าที่กำหนดไว้ พวกเขาจะถูกขายไปยังสถานที่อื่นที่มีการใช้ความรุนแรงและทำร้ายร่างกาย โดยเด็กซ์ยืนยันว่า มีชาวเกาหลีใต้ถูกขายไปจริง

พัค ชานแด (Park Chan‑dae) สมาชิกผู้แทนราษฎรเกาหลีใต้ ผู้เคยให้การช่วยเหลือชาวเกาหลีใต้จำนวน 16 คน เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ยืนยันว่า เหยื่อบางคนถูกใช้ความรุนแรง

“พวกเขาถูกตี ถูกล่วงละเมิดทางเพศ แม้กระทั่งถูกจับตรวจสุขภาพ เพราะในสถานที่เหล่านั้นมีการค้าอวัยวะมนุษย์ด้วย” พัค ชานแดให้ข้อมูลกับ CNN

หลังจากทำงานในกัมพูชาได้เพียง 3 เดือน เด็กซ์ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ในตอนที่เขาได้รับอนุญาตให้ออกมาข้างนอก เขาใช้โอกาสนั้นหนีออกมาและรีบเดินทางไปยังสถานทูตเกาหลีใต้ในกรุงพนมเปญ เพื่อดำเนินการขอกลับประเทศ

แม้ว่าเด็กซ์จะเดินทางกลับถึงเกาหลีใต้ได้อย่างปลอดภัย แต่เขายังคงได้รับข้อความข่มขู่จากหัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ผ่าน Telegram อยู่เสมอ

นอกจากนี้ เด็กซ์ยังติดต่อกับหนึ่งในเหยื่อผู้สูญเสียเงินให้กับเครือข่ายสแกมเมอร์ที่เขาเคยทำงานมากถึง 1.38 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4.3 ล้านบาท) เพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผ่านการเปิดเผยรูปภาพ และข้อมูลแชตบางส่วน

จากหลักฐานประกอบของเหยื่อและคำให้การของเด็กซ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีผู้เสียหายจากเครือข่ายสแกมเมอร์มากกว่าร้อยราย และมีมูลค่าความเสียหายรวมกันถึง 8.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 252 ล้านบาท)

ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมหัวหน้าแก๊งครือข่ายสแกมเมอร์นั้นได้ โดยพบว่าเป็นชาวเกาหลีใต้สกุลคัง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาจับกุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025

คังและภรรยา รวมไปถึงชาวเกาหลีใต้ที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลอกลวงในกัมพูชาอีก 70 กว่าคน ถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่เกาหลีใต้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 มกราคม 2026) ซึ่งทางการเกาหลีใต้ระบุว่า การส่งตัวกลับประเทศครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์

รัฐบาลเกาหลีใต้แถลงการณ์ว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องในการหลอกลวงชาวเกาหลีใต้มากกว่า 860 คน รวมมูลค่าความเสียหายมากกว่า 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1,025 ล้านบาท)

ปัจจุบันเด็กซ์กลับมาประกอบอาชีพในโรงงานผลิตเบาะรถยนต์ และพ่อแม่ของเขายังคงเชื่อว่าเด็กซ์เดินทางไปกัมพูชาเป็นระยะเวลา 3 เดือนเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น ซึ่งเขาก็ตั้งใจจะให้พ่อแม่เชื่อแบบนั้นต่อไป

ที่มา:

- https://edition.cnn.com/2026/01/26/asia/south-korean-victims-southeast-asia-scam-network-intl-hnk-dst

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...