โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

รุ่งโรจน์ ไทยนิยม แรงจูงใจ สดใหม่เสมอ

STADIUM

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • STADIUM TH

กว่า 20 ปีบนเส้นทางนักกีฬาเทเบิลเทนนิสคนพิการทีมชาติไทย ชื่อของ รุ่งโรจน์ ไทยนิยม ไม่เคยเลือนหายไปจากเวทีอาเซียนพาราเกมส์ จากเด็กวัยรุ่นตัวเล็ก ๆ ที่ออกไปเห็นโลกกว้างครั้งแรกในปี 2003 ที่ประเทศเวียดนาม จนถึงวันนี้ที่เขากำลังจะลงแข่งขันในอาเซียนพาราเกมส์ครั้งที่ 12 ของตัวเอง แรงจูงใจของเขายังคง “สดใหม่” ไม่ต่างจากวันแรกที่จับไม้ปิงปอง

จุดเริ่มต้นจากเด็กน้อยสู่มาตรฐานแชมป์

อาเซียนพาราเกมส์ครั้งแรกของรุ่งโรจน์เกิดขึ้นตอนอายุเพียงราว 15 ปี บรรยากาศต่างแดน เสียงรถ เสียงเมือง ทุกอย่างชวนตื่นตาตื่นใจ แต่สิ่งที่น่าจดจำที่สุดคือการคว้าเหรียญทองกลับมาให้ประเทศไทย นั่นไม่ใช่แค่ความสำเร็จส่วนตัว หากยังเป็นจุดประกายให้วงการเทเบิลเทนนิสคนพิการทีมชาติไทยเริ่มเป็นที่จับตามอง

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ รุ่งโรจน์ลงแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์มาแล้ว 11 สมัย และรักษามาตรฐานระดับสูงได้อย่างน่าทึ่ง เหรียญทองประเภทชายเดี่ยวไม่เคยหลุดมือแม้แต่ครั้งเดียว รวมถึงผลงานในประเภททีมและชายคู่ที่กวาดเหรียญมาอย่างต่อเนื่อง รวมแล้วมากกว่า 30 เหรียญ นี่คือสิ่งที่เขาภูมิใจที่สุด—ไม่ใช่แค่การชนะ แต่คือการ “รักษามาตรฐานของตัวเอง” มาอย่างยาวนาน

กลับมาแข่งในบ้าน ความหมายที่มากกว่าเกม

อาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้จัดขึ้นที่ประเทศไทย และสำหรับรุ่งโรจน์ นครราชสีมาไม่ใช่สถานที่แปลกใหม่ เพราะเขาเคยแข่งขันในฐานะเจ้าภาพมาแล้วเมื่อปี 2008 การกลับมาแข่งบนผืนแผ่นดินไทยอีกครั้งทำให้เขายิ่งมั่นใจว่า แม้จะอยู่ในวงการมานาน แต่ศักยภาพในการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศยังคงอยู่

เขามองว่าประเทศไทยมีความพร้อมด้านมาตรฐานการแข่งขัน สิ่งอำนวยความสะดวก และความเข้าใจนักกีฬาคนพิการในระดับสูงอยู่แล้ว และครั้งนี้จะไม่ใช่แค่รักษามาตรฐานเดิม แต่ยกระดับไปสู่ระดับโลก

คู่แข่งที่แท้จริง คือ “ตัวเอง”

เมื่อถูกถามถึงคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด รุ่งโรจน์ตอบชัดเจนว่าไม่ใช่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่คือ “ตัวเราเอง” นักกีฬาคนพิการต้องสู้กับข้อจำกัดของร่างกายก่อนเสมอ และสิ่งที่อันตรายที่สุดคือคำว่า “ทำไม่ได้” ที่ปฏิเสธตัวเองตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

ตลอดเส้นทางอาชีพ เขายึดหลักง่าย ๆ ว่า ลองทำก่อน แม้จะทำไม่ได้เหมือนคนปกติ 100% แต่การลงมือทำคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนา หลักคิดนี้เองที่เขาพยายามส่งต่อให้กับนักกีฬารุ่นใหม่

จากแชมป์สู่ผู้ให้

หลังประสบความสำเร็จในระดับพาราลิมปิก ชีวิตของรุ่งโรจน์เปลี่ยนไปในแง่การยอมรับจากสังคม แต่ตัวตนของเขายังคงเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนชัดเจนที่สุดคือบทบาทของ “ผู้แบ่งปัน” ประสบการณ์กว่า 25 ปีในสนามถูกส่งต่อให้รุ่นน้อง เพื่อลดระยะเวลาการเรียนรู้และเปิดทางสู่ความสำเร็จได้เร็วขึ้น

เขาเชื่อว่าความสำเร็จของนักกีฬาคนพิการไม่ใช่แค่เรื่องเหรียญรางวัล แต่คือการทำให้สังคมเห็นว่าคนพิการไม่ใช่ภาระ และสามารถเป็นพลังสำคัญของประเทศได้

แรงจูงใจที่ไม่เคยเก่า

ทุกวันนี้ รุ่งโรจน์ยังคงฝึกซ้อมด้วยวินัย ใช้เทคนิคและแทคติกมากกว่าพละกำลัง เหมือนกับการใช้ชีวิตที่ต้องวางแผน มีครอบครัวและคนรอบข้างคอยสนับสนุนเป็น “หลังบ้าน” ที่มั่นคง

หากจะมีมรดกใดที่เขาอยากฝากไว้ในวงการกีฬาไทย ไม่ใช่ภาพฮีโร่ แต่คือการเป็น “เป้าหมาย” ให้คนรุ่นหลังเห็นว่า ความสำเร็จเกิดจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และการลงมือทำให้สอดคล้องกับเป้าหมายนั้นจริง ๆ

และสุดท้าย เมื่อเขาพูดถึง “มือซ้าย” ที่อยู่กับเขามาตลอดชีวิต มือที่คอนโทรลลูกปิงปองและเส้นทางชีวิต รุ่งโรจน์ยิ้มและบอกว่า หากไม่มีเทเบิลเทนนิส ก็คงไม่มีเขาในวันนี้

กว่า 20 ปีผ่านไป แรงจูงใจของรุ่งโรจน์ ไทยนิยม ไม่ได้ลดลงตามกาลเวลา ตรงกันข้าม มันยังสดใหม่—เหมือนลูกปิงปองที่ถูกเสิร์ฟขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมจะถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นถัดไปบนเส้นทางกีฬาไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...