โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รีวิว OPPO Reno15 5G สมาร์ตโฟนเพื่อนซี้ ตัวจริงสายเทรนดี้ จบครบในเครื่องเดียว!

Insight Daily

อัพเดต 17 มกราคม 2569 เวลา 1.04 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Insight Daily

OPPO Reno15 Series 5G เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยเรียบร้อยแล้ว โดยทาง OPPO ได้นำเข้ามาจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่น คือ OPPO Reno15 Pro Max 5G, OPPO Reno15 Pro 5G, OPPO Reno15 5G และ OPPO Reno15 F 5G ซึ่งครั้งนี้ "OPPO Reno15 5G" สมาร์ตโฟนที่เป็นรุ่นมาตรฐานของ OPPO Reno15 Series จะเป็นรุ่นที่เรานำมารีวิวให้ชาว Insight Daily ทุกท่านได้รู้จักกันครับ

OPPO Reno Series เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะสมาร์ตโฟนที่ผสมผสานทั้งสไตล์และนวัตกรรมเข้ากันอย่างลงตัวเสมอมา ซึ่งเป็นการนิยามประสบการณ์สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ผ่านดีไซน์ที่นําเทรนด์ ระบบการถ่ายภาพที่ล้ำสมัย และเทคโนโลยี AI สุดล้ำ พร้อมด้วยรูปลักษณ์ที่บางเฉียบและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ

OPPO Reno15 5G จึงเป็นสมาร์ตโฟนที่มากับจุดขายในด้านการเป็นเครื่องมือถ่ายภาพที่เก่ง พึ่งพาได้ และรู้ใจผู้ใช้งาน สามารถตอบสนองความคิดสร้างสรรค์ในการทำคอนเทนต์ผ่านภาพและวิดีโอได้ครบจบในเครื่องเดียว พร้อมขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานเป็นอันดับต้น ๆ ในกลุ่ม และระบบซอฟต์แวร์ที่ลื่นไหล เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แบบไร้รอยต่อ รวมไปถึง OPPO AI ที่ชาญฉลาด สามารถเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

เลือกอ่านตามหัวข้อ

1. Specification / รายละเอียดสเปก
2. Design / งานออกแบบ
3. Camera / กล้องถ่ายรูป
4. Software / ซอฟต์แวร์
5. Performance / ประสิทธิภาพ
6. Wrap-up / บทสรุป
7. Price & Availability / ราคาและการวางจำหน่าย

Specification

รายละเอียดสเปกของ OPPO Reno15 5G

  • จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด 2760 × 1256 พิกเซล (FHD+)
    — Refresh Rate : 120Hz
    — Touch Sampling Rate : 240Hz
    — ขอบเขตสี : 100% DCI-P3
    — ความลึกสี : 1.07 พันล้านสี (10-bit)
    — ความหนาแน่นของพิกเซล : 460 PPI
    — ความสว่าง : ความสว่างปกติ: 600nits (Typical) | HBM: 1200nits (Typical)
    — กระจกกันรอยหน้าจอ : Corning® Gorilla® Glass 7i
  • ชิปประมวลผล Snapdragon 7 Gen 4
    — Octa-core Processor ความเร็ว 2.8GHz
    — 4nm.
  • GPU Adreno™ 722 @1150MHz
  • RAM 12GB (LPDDR5x)
  • ROM 256GB / 512GB (UFS 3.1)
  • ColorOS 16 Base on Android 16
  • กล้องถ่ายรูป Triple Camera
    กล้องหลัก Wide Angle ความละเอียด 50MP (f/1.8)
    — FOV 79°
    — 5P lens
    — AF supported
    — Supports 2-axis OIS
    — VDO 4K / 60fps record
    กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide) ความละเอียด 8MP (f/2.2)
    — FOV 116°
    — 5P lens
    — AF supported
    กล้อง Telephoto ความละเอียด 50MP (f/2.8)
    — FOV 30°
    — 4P lens
    — AF supported
    — Supports 2-axis OIS
  • กล้องหน้า ความละเอียด 50MP (f/2.0)
    — FOV 100°
    — 5P lens
    — AF supported
  • รองรับเครือข่าย
    — GSM : 850 / 900 / 1800 / 1900MHz
    — WCDMA : Band 1 / 2 / 4 / 5 / 8
    — LTE FDD : Band 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 7 / 8 / 18 / 19 / 20 / 26 / 28 / 66 / 71
    — LTE TDD : Band 38 / 40 / 41 / 42 / 43 / 48
    — 5G NR : n1 / n2 / n3 / n5 / n7 / n8 / n20 / n26 / n28 / n38 / n40 / n41 / n48 / n66 / n71 / n77 / n78 / n80 / n83
  • รองรับ Wi-Fi
    — Wi-Fi 6 (802.11ax) supported
    — Wi-Fi 5 (802.11ac) supported
    — 802.11a/b/g/n supported
    — Wi-Fi Display supported
    — WLAN Tethering supported
    — Wi-Fi 5GHz 160MHz supported
    — 2 × 2 MIMO supported
  • การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.4 และ NFC
  • มาตรฐานการทนน้ำและฝุ่น IP66 / IP68 / IP69
  • แบตเตอรี่ ความจุ 6500mAh
    — 80W SUPERVOOC Flash Charge
  • สีตัวเครื่อง Aurora White, Aurora Blue และ Twilight Blue

— อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง OPPO Reno15 5G x 1
  • ที่ชาร์จ x 1
  • สาย USB x 1
  • อุปกรณ์ถอดซิม x 1
  • เคสป้องกัน x 1
  • คู่มือเริ่มต้น x 1
  • คู่มือความปลอดภัย x 1

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

Design

ดีไซน์เทรนดี้ ฝาหลังแสงออโรร่าพลิ้วไหว

OPPO Reno15 5G ยังคงสานต่อกับการออกแบบฝาหลังด้วยลวดลายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ OPPO Reno Series โดยครั้งนี้มากับฝาหลังกระจกแกะสลักทั้งชิ้นพร้อมดีไซน์ลายฝาหลัง "Dancing Aurora Design" หรือแสงออโรร่าพลิ้วไหว ที่สวยงาม โดดเด่น ละมุนสายตา โดยได้รับแรงบันดาลใจอย่างลึกซึ้งจากแสงออโรร่า หรือแสงเหนือ-แสงใต้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์บนฟากฟ้าที่พลิ้วไหวอยู่ระหว่างชีวิตชีวาที่สดใสและความงามอันเงียบสงบ

ซึ่งถ้าหากยังจำกันได้นี้ไม่ใช่ครั้งแรกกับการออกแบบดีไซน์ฝาหลังด้วยลวดลายที่มีเอกลักษณ์แบบนี้ เพราะถ้าย้อนไปตอน OPPO Reno14 5G ก็มากับฝาหลังดีไซน์หางปลากัด และถ้าย้อนกลับไกลอีกหน่อยสมัย OPPO Reno13 5G ก็มากับดีไซน์ปีกผีเสื้อ นับว่าเป็นสมาร์ตโฟนซีรีส์ที่มีการออกแบบเฉพาะตัวสูงมาก ๆ

นอกจากดีไซน์ลวดลายฝาหลังที่มีเอกลักษณ์แล้ว OPPO Reno15 5G ยังได้ปรับโฉมโมดูลกล้องใหม่ด้วยดีไซน์ที่เรียกว่า "ดีไซน์วงแหวนดวงดาว" ซึ่งเข้ากันได้อย่างลงตัวกับพื้นผิวแบบผิวสัมผัสแสงออโรร่าพลิ้วไหว เมื่อตัวเครื่องได้รับแสงมันจะสะท้อนสภาพแวดล้อมออกมาเป็นรัศมีประกายระยิบระยับ ที่ชวนให้นึกถึงแถบดวงดาวบนท้องฟ้ามองเพลินตามาก ๆ บนขนาดตัวเครื่องที่กระชับออกแบบมาให้สามารถถือจับได้สะดวก ในขณะที่กรอบของตัวเครื่องเป็นขอบเหลี่ยมเลือกใช้วัสดุอะลูมิเนียมเกรดอากาศยาน และมากับตัวเครื่องบางเฉียบ 7.89 มิลลิเมตร

ด้านหน้ามากับจอแสดงผลขนาด 6.59 นิ้ว รีเฟรชเรท 120Hz พร้อมเทคโนโลยีตรวจจับแสงอัจฉริยะ รวมถึงรองรับการใช้งานหน้าจอแบบมือเปียกและหน้าจอเปียก Splash touch และตอนใส่ถุงมือ Glove touch พร้อมขอบจอที่บางเฉียบให้พื้นที่หน้าจอมากถึง 93% ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมได้เต็มตามากยิ่งขึ้น

และมากับมาตรฐานทนน้ำและฝุ่น IP69 มาตรฐานระดับสูงของอุตสาหกรรมมือถือในเวลานี้ โดยครั้งนี้ OPPO Reno15 5G มาพร้อมดีไซน์แสงออโรร่าพลิ้วไหวบนฝาหลังตัวเครื่องด้วยกันทั้งหมด 3 สี คือ สีขาว Aurora White, สีฟ้า Aurora Blue และสีนํ้าเงิน Twilight Blue

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

Camera

กล้องถ่ายรูปที่อัปเกรดขึ้น และถ่ายมุมกว้างได้มากขึ้น

กล้องของ OPPO Reno15 5G ได้รับการอัปเกรดขึ้นพอสมควรเมื่อเทียบกับ OPPO Reno14 5G โดยเฉพาะเรื่องของการถ่ายภาพย้อนแสง HDR ที่ส่วนตัวรู้สึกว่า จัดการแสงและค่าของแสงบนภาพถ่ายหลังกล้องได้ดีขึ้นมาก ๆ ครับ รวมทั้งยังเพิ่มระยะการถ่ายทั้งกล้องหน้า ที่รองรับการถ่าย Ultra Wide แล้ว และกล้องหลังที่มากับระยะถ่ายพอร์ตเทรต 3.5x รวมถึงซอฟต์แวร์หลังกล้องเก่ง ๆ ที่ช่วยเพิ่มความหลากหลาย ง่าย และความสนุกในการถ่ายภาพได้ดีมาก ๆ เช่น AI Portrait Glow ที่ช่วยปรับผิวภาพพอร์ตเทรตให้สวยสว่างสดใสเป็นธรรมชาติ หรือจะเป็นฟีเจอร์ Popout ฟีเจอร์ครีเอตภาพถ่ายสไตล์ Gen Z เป็นต้น

OPPO Reno15 5G มากับกล้องถ่ายรูปหลักแบบ Triple Camera ที่ทำงานร่วมกันในการรังสรรค์ภาพถ่ายให้ออกมาตรงใจคนถ่าย โดยกล้องทั้ง 3 ตัวประกอบด้วย กล้องหลักเลนส์มุมกว้าง (Wide Angle) ความละเอียด 50MP (F1.8) รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K, กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide Angle) ความละเอียด 8MP (F2.2) และปิดท้ายด้วยกล้อง Telephoto ความละเอียด 50MP (F2.8) มีไฟแฟลชในตัว ในขณะที่กล้องหน้ามากับกล้องความละเอียด 50MP (F2.0) ให้มุมมองภาพ (FOV) กว้างถึง 100 องศาเลยทีเดียว สามารถถ่าย Selfie ด้วยมุมมองภาพที่กว้างกว่ามือถือปกติทั่วไป เก็บเพื่อน ๆ หรือบุคคลในภาพได้ครบเฟรม

อินเทอร์เฟซกล้องของ OPPO Reno15 5G

— รายละเอียดสเปกกล้องของ OPPO Reno15 5G

/ กล้องหลัง

  • กล้องหลัก Wide Angle ความละเอียด 50MP; f/1.8; FOV 79°; 5P lens; AF supported; Supports 2-axis OIS
  • กล้อง Ultra-wide Angle ความละเอียด 8MP; f/2.2; FOV 116°; 5P lens; AF supported
  • กล้อง Telephoto ความละเอียด 50MP; f/2.8; FOV 30°; 4P lens; AF supported; Supports 2-axis OIS
  • โหมดถ่ายภาพ : ถ่ายภาพ, วิดีโอ, พอร์ตเทรต, กลางคืน, PRO, พาโนรามา, SLO-MO, วิดีโอกล้องคู่, ไทม์แลปส์, สติกเกอร์, HI-RES, Google Lens, ถ่ายภาพใต้น้ำ, Text Scanner, DOC SCANNER, ภาพยนตร์

/ กล้องหน้า

  • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 50MP; f/2.0; FOV 100°; 5P lens; AF supported
  • โหมดถ่ายภาพ : ถ่ายภาพ, วิดีโอ, พอร์ตเทรต, กลางคืน, พาโนรามา, วิดีโอกล้องคู่, ไทม์แลปส์, สติกเกอร์, รีทัช, เติมแสงหน้าจอ, HI-RES

— จุดเด่นกล้องถ่ายรูป

กล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP มาพร้อมระยะใหม่ 0.6x กว้างที่สุดในอุตสาหกรรม ให้มุมมองกว้างถึง 100 องศา ถ่ายเดี่ยวก็กว้างกว่า หรือจะถ่ายกลุ่มก็เก็บภาพทุกคนให้อยู่ในเฟรมเดียวกันได้แบบครบ ๆ งานนี้ไม่มีทิ้งใครไว้ข้างหลังแน่นอน

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ระยะ 1x - 0.6x

ให้ภาพถ่ายโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วย กล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x ที่จะช่วยดึงฉากหลังให้เข้ามาใกล้กับแบบมากยิ่งขึ้น ช่วยให้ภาพดูมีมิติ และเป็นธรรมชาติ โดยสามารถกดถ่ายได้เลยในโหมดภาพถ่ายปกติ ไม่จำเป็นต้องเข้าไปในโหมดบุคคล ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานสถานการณ์จริงได้ดีเลย

ตัวอย่างภาพกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x

นอกจากนี้ OPPO Reno15 5G ยังมาพร้อม AI Portrait Glow ฟีเจอร์ที่จะใช้ความเก่งของ AI เข้ามาวิเคราะห์และปรับปรุงแสงบนภาพถ่าย ปรับผิวให้สว่างใส สวยออร่าเป็นธรรมชาติ ซึ่งเราสามารถเลือกปรับเพิ่มหรือลดความมสว่างของแสงตามต้องการได้ด้วย

ตัวอย่างภาพปรับแต่งด้วย AI Portrait Glow

AI Flash Photography 2.0 แฟลชคู่และแฟลชหน้าจอ เชื่อว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ชาว Gen Z ไลก์อย่างแน่นอนครับ AI Flash Photography 2.0 เป็นการสานต่อมาจาก OPPO Reno14 5G ซึ่งจะช่วยให้ถ่ายภาพพอร์ตเทรตได้ดีแม้ในสภาพแสงน้อย โดยระบบนี้จะทํางานร่วมกับแฟลชคู่ด้านหลัง กระบวนการทำงานจะเริ่มจากการยิงแฟลชนําอย่างรวดเร็ว แล้วตามด้วยแฟลชหลักในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งการยิงแสงในลักษณะนี้จะช่วยสร้างบรรยากาศที่สว่าง นุ่มนวล และมีมิติ ทำให้ภาพถ่ายที่ออกมาคมชัด และมีความเทรนดี้สุด ๆ ไปเลยครับ

ตัวอย่างภาพถ่าย AI Flash Photography

นอกจากนี้ OPPO Reno15 5G ยังมากับอะไรใหม่ ๆ อย่าง โหมดแฟลชหน้าจอ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ใช้ความสว่างจากหน้าจอเป็นตัวเติมแสงลงบนใบหน้าในการถ่ายเซลฟี่ โดยเราสามารถเลือกปรับเปลี่ยนเอฟเฟกต์แสงสีได้หลากหลาย นอกจากช่วยเพิ่มความสว่างแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องสีเพี้ยนจากสภาพแสงรอบข้างไปในตัวด้วย ซึ่งเราจะเลือกปรับให้แสงแมทช์กันหรือจะเอาตามที่ชอบก็ได้ ส่วนในตัวอย่างจะเป็นการปรับแสงสีให้เห็นกันแบบชัด ๆ บางรูปสีเลยอาจจะดูไม่ค่อยเข้ากัน อย่างที่บอกครับว่าใช้งานจริงไปเลือกปรับเอาได้ตามต้องการเลย

ตัวอย่างภาพถ่ายโหมดแฟลชหน้าจอ

เพิ่มความสนุกด้วยฟีเจอร์ Popout มิติใหม่ของการตัดต่อที่ไม่ต้องออกไปเข้าแอปอื่นให้เสียยเวลา เพราะสามารถทำได้บนเครื่องเลย โดยรองรับทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เปลี่ยนภาพธรรมดาให้ดูเทรนดี้ สวยชิคแบบวัยรุ่น Gen Z

ตัวอย่างภาพปรับแต่งด้วยฟีเจอร์ Popout

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

Software

Smart & Smooth ทำงานต่อเนื่อง ลื่นไหล คล่องตัวด้วย ColorOS 16

/ ColorOS 16 ซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดของออปโป้

OPPO Reno15 5G ทำงานบนระบบปฏิบัติการ "ColorOS 16" ซอฟต์แวร์ OS ที่ดีที่สุดของ OPPO ในเวลานี้ โดยใช้พื้นฐานของ Android 16 ซึ่งทางออปโป้เคลมว่า ColorOS 16 ถูกออกแบบมาให้ใช้งานระยะยาว ดังนั้นผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ลื่นไหล เสถียร ต่อเนื่องยาวนานอย่างน้อย 6 ปี หรือมากกว่านั้น

ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ได้พัฒนาและปรับปรุงใหม่ยกชุดไล่ตั้งแต่อินเทอร์เฟซ (UI) ที่รอบนี้ใช้ Luminous Rendering Engine มาเป็นเอนจิ้นในการเรนเดอร์อนิเมชั่นต่าง ๆ ซึ่งเป็นการใช้สถาปัตยกรรมใหม่แบบ Unified Seamless Architecture ทำให้การเรนเดอร์อนิเมชั่นต่าง ๆ เป็นอิสระ ลื่นไหล และตอบสนองได้ทันที ส่งผลให้การแตะสลับหรือเปิดปิดหน้าต่างแอปฯ ทำได้เนียนตาและเนียนนิ้วมากขึ้นจากรุ่นก่อน

และยังปรับปรุงเอนจิ้น Trinity Engine ใหม่ ซึ่ง Trinity Engine จะทำหน้าที่ผสานการทำงานของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เพื่อสร้างกระบวนการประมวลผลเฉพาะสำหรับอนิเมชัน พร้อมกับจัดสรรประสิทธิภาพอย่างแม่นยำ ทำให้ได้ผลลัพธ์ด้านประสบการณ์ภาพที่ลื่นไหล ตอบสนองรวดเร็ว ไปพร้อมกับการประหยัดพลังงานที่ดี แม้ตัวเครื่องจะอยู่ในสถานการณ์ที่มีการประมวลผลหนักก็ตาม

และแน่นอนว่า ยังคงมากับความสามารถในการเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์ม "O+ Connect" ที่เป็นเหมือนประตูในการรับส่งไฟล์ภาพและวิดีโอข้ามไปมาระหว่าง OPPO Reno15 5G และ iPhone ได้ รวมถึงสมาร์ตโฟน Android แบรนด์อื่น ๆ ด้วย

/ AI Mind Space

หนึ่งในคุณสมบัติ AI ตัวใหม่ ที่ทาง OPPO ได้พัฒนาขึ้นมาร่วมกับ Google ในการใช้ AI Integrate ของ Gemini มาทำงานร่วมกับ ColorOS 16 โดยความสามารถของ AI Mind Space คือ การเป็นพื้นที่เก็บรวบรวมข้อมูลที่เจ้าของเครื่องสนใจผ่านการจับภาพหน้าจอ

โดยภาพหน้าจอที่มีข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้น จะถูกนำมารวมไว้ในพื้นที่ AI Mind Space เพื่อให้เราสามารถใช้งานทันทีหรือเรียกใช้ AI ย้อนหลัง ในการค้นหาข้อมูล หาไอเดีย หรือดึงข้อมูลจากภาพดังกล่าวออกมาใช้งาน ด้วยการถามเพื่อให้ AI วิเคราะห์สิ่งเราที่สนใจหรือสงสัย ซึ่งเหมาะสำหรับใครที่เวลาเจออะไรแล้วชอบแคปภาพเก็บไว้ดูย้อนหลังมาก ๆ ครับ

/ เพิ่มประสิทธิภาพการทํางานด้วยด้วย AI Super ToolBox

เป็นกลุ่มแพลตฟอร์ม AI ของ OPPO ที่มีเป้าหมายคือ ช่วยอำนวยความสะดวก และเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการทำงานด้านเนื้อหาบนตัวเครื่อง ซึ่งประกอบด้วย

  • AI Writer ช่วยปรับหรือครีเอตข้อความด้วย AI
  • AI Speak ใช้ AI ช่วยอ่านเนื้อหาให้ฟัง
  • AI Summary สรุปข้อมูลพร้อมปรับแต่งเนื้อหาตามต้องการด้วย AI
  • AI Recording ใช้ AI ช่วยถอดเสียงบันทึกให้เป็นข้อความได้อย่างแม่นยํา พร้อมสรุปใจความสําคัญ
  • AI Translate ใช้ AI เครื่องมือแปลภาษา ที่ครอบคลุมการทํางานหลากหลายรูปแบบ
  • AI Call Summary ใช้ AI ช่วยบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์โดยอัตโนมัติ พร้อมสรุปเนื้อหาสําคัญให้ชัดเจน
  • AI Call Translator ใช้ AI แปลภาษาบทสนทนาขณะโทรแบบเรียลไทม์ทั้งสองฝ่าย
  • AI VoiceScribe ใช้ AI แสดงคําบรรยายสดและสรุปใจความสําคัญ อย่างการ วิดีโอคอล การประชุม ออนไลน์ รวมถึงการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ บนสมาร์ตโฟน

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

Performance

ประสิทธิภาพลื่นไหล เล่นเกมได้เต็มอรรถรสไม่มีสะดุด

/ Qualcomm Snapdragon® 7 Gen 4 Mobile Platform

OPPO Reno15 5G มากับชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 7 Gen 4 ซึ่งเป็นชิประดับกลางของ Qualcomm ตัวชิปผลิตด้วยเทคโนโลยีการผลิต TSMC ระดับ 4 นาโนเมตร ใช้สถาปัตยกรรมซีพียู Qualcomm Kryo ที่ให้ประสิทธิภาพดีขึ้นจากรุ่นก่อน 27% และใช้จีพียู Qualcomm Adreno 722 เป็นชิปประมวลผลกราฟิกให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น 30% และประหยัดพลังงานมากขึ้น 42% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน นอกจากนี้ตัวชิปยังมากับ NPU ในตัวด้วย ช่วยให้เราสามารถใช้งาน AI ได้ถึงแม้จะไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (แต่คำตอบจะจำกัดกว่าการใช้ On Cloud)

ชิป Qualcomm Snapdragon 7 Gen 4 จะประมวลผลร่วมกับ RAM LPDDR5x และ ROM UFS 3.1 ซึ่งเป็นหน่วยความจำมาตรฐานระดับสูงให้ความเร็วในการอ่าน-เขียนที่ไว ดังนั้นผลลัพธ์ในการตอบสนองต่อการทำงาน รวมถึงการเล่นเกมทำได้เร็วและลื่นไหลแน่นอน นอกจากนี้ทาง OPPO ยังได้นำสองเทคโนโลยีอย่าง AI HyperBoost 2.0 และ AI LinkBoost 3.0 เข้ามายกระดับการเล่นเกมบน OPPO Reno15 5G ให้เต็มขั้นด้วย ทำให้เราสามารถเล่นเกมด้วย FPS ที่นิ่งและสูงสุดต่อเนื่อง พร้อมกับสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เสถียรและแรงผ่านเทคโนโลยีสองตัวของ OPPO

/ AI HyperBoost 2.0

เป็นเอนจินการจัดสรรทรัพยากรสําหรับการเล่นเกม ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ OPPO ช่วยการันตีความลื่นไหลและเสถียรของเฟรมเรตในระดับ 120fps สําหรับเกมยอดนิยมอย่าง Mobile Legends:Bang Bang, Free Fire และ PUBG โดยเอนจินตัวนี้จะทํางานผ่านสองฟีเจอร์หลักคือ

  • AI Adaptive Temperature Control : ระบบ AI Adaptive Temperature Control จะเข้ามาช่วยปรับกลยุทธ์การระบายความร้อนให้เหมาะสมกับเกมและการตั้งค่าในแต่ละรูปแบบอย่างชาญฉลาด เพื่อช่วยยืดเวลาและชะลอการสะสมความร้อนของตัวเครื่อง ทํา ให้ผู้ใช้งานยังคงสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหลได้ต่อเนื่องแม้ ในขณะที่เครื่องเริ่มร้อนขึ้น
  • AI Adaptive Frame Booster : ในส่วนของระบบ AI Adaptive Frame Booster จะใช้พลังการประมวลผลของ GPU ในการสร้างเฟรมภาพแทรกกลาง ซึ่งช่วยเพิ่มเฟรมเรตของเกมให้สูงขึ้นเป็นเท่าตัวได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพกราฟิกดูนุ่มนวลสบายตามากยิ่งขึ้นในขณะที่ใช้พลังงานน้อยลง

/ AI LinkBoost 3.0

OPPO Reno15 Series 5G มากับการเชื่อมต่อที่เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี AI LinkBoost 3.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาในสภาพแวดล้อมที่ใช้งานได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีการใช้ Wi-Fi อย่างหนาแน่นหรือจุดที่สัญญาณมือถืออ่อน โดยระบบจะคอยตรวจสอบความเสถียรของเครือข่ายอยู่ตลอดเวลา เพื่อวิเคราะห์และสลับไปใช้สัญญาณที่ เร็วที่สุดให้โดยอัตโนมัติ และเมื่อต้องการอัปโหลดหรือแชร์ไฟล์ลงบนโซเชียลมีเดีย AI LinkBoost 3.0 ยังช่วยให้ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นกว่าสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นอื่น ๆ ถึง 73%

/ บันทึกภาพการเล่นเกมได้ง่ายและรู้ใจสายขิง!

อีกจุดที่ผมชอบเป็นพิเศษในด้านเกมมิ่ง คือการที่ OPPO ใส่ความสามารถในการเลือกบันทึกภาพหน้าจอแบบ "Motion Photo" มาให้ด้วย โดย Motion Photo จะเป็นภาพนิ่งที่เคลื่อนไหวได้มีความยาว 3 วินาที เหมือนตอนที่เราถ่ายรูปและเปิด Live Photo นั่นเอง โดยสมาร์ตโฟนจะบันทึกภาพทั้งก่อนและหลังการกดชัตเตอร์ เป็นเวลา 1.5 วินาที เปลี่ยนจากภาพนิ่งธรรมดาให้กลายเป็นโมเมนต์ที่ดูมีชีวิตชีวาทันที และพร้อมแชร์ลงโซเชียลมีเดียอวดช็อตเด็ดตอนเล่นเกม

/ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6500mAh และชาร์จไว 80W SUPERVOOC

OPPO Reno15 5G เห็นขนาดตัวเครื่องที่กระชับและบางแบบนี้ แต่พลังงานของน้องเขาไม่ธรรมดานะครับ เพราะมากับแบตเตอรี่ขนาดความจุ 6500mAh สามารถใช้งานได้ตลอดวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่กันยาว ๆ ตั้งแต่เช้าถึงค่ำได้สบาย ๆ

และถึงแม้จะมากับแบตเตอรี่ความจุที่มากจนแถบไม่ต้องชาร์จในระหว่างวันแล้ว แต่ด้านการชาร์จทาง OPPO ก็ติดตั้งเทคโนโลยีชาร์จไว 80W SUPERVOOC ทั้งแบบมีสายที่แถมอแดปเตอร์มาให้ในกล่องพร้อมใช้ รวมถึงการชาร์จผ่านหัวชาร์จ UFCS ก็รองรับที่ 80W เช่นกัน และยังรองรับการชาร์จไวผ่านอุปกรณ์มาตรฐาน PD (Power Delivery) จากผู้ผลิต Third Party ที่ความเร็วสูงสุด 55W ด้วย

คะแนนทดสอบประสิทธิภาพด้วย Benchmark

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

Wrap-up

บทสรุปของ OPPO Reno15 5G สมาร์ตโฟนเพื่อนซี้ เทรนดี้ทุกช็อต

OPPO Reno15 5G เป็นสมาร์ตโฟนที่เหมือนเป็นรุ่นสมบูรณ์และลงตัวจากตอน OPPO Reno14 5G ที่ตอนนั้นก็ลงตัวมาก ๆ แล้ว แต่ครั้งนี้มีการหยิบจุดปรับปรุงต่าง ๆ ของ OPPO Reno14 5G ไปแก้ไข ปรับปรุง และเสริมความสามารถใหม่ ๆ เข้ามา จนกลายเป็น OPPO Reno รุ่นมาตรฐานที่ "Perfect" นั่นเอง

ทั้งการออกแบบตัวเครื่องที่เอกลักษณ์เฉพาะตัว ประสิทธิภาพการทำงานและการเล่นเกมที่เอาจริงก็ตอบโจทย์และครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้วล่ะครับ ในขณะที่กล้องถ่ายรูปจัดว่าเป็นกล้องคุณภาพดีมาก ๆ อีกตัวของ OPPO Reno Series 5G ให้คุณภาพไฟล์ภาพที่ดีมาก ๆ สามารถพึ่งพาและหวังผลงานตอนไปเที่ยวเพื่อเก็บโมเมนต์ต่าง ๆ ได้ มีระยะการถ่ายที่หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะใครที่ชอบถ่ายภาพเซลฟี่รอบนี้มี "Ultra Wide" มาให้ถ่ายแล้วด้วยน่าจะถูกใจมากขึ้น รวมถึงพลังงานแบตเตอรี่ที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปใน 1 วัน แน่นอน

ดังนั้นในภาพรวมก็ต้องบอกว่า OPPO Reno 15 5G ยังคงเป็นสมาร์ตโฟนระดับ Mid-range ที่มีความโดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัวในด้านของดีไซน์ตัวเครื่องที่ไม่เหมือนใคร ความลงตัวบนราคาที่เข้าถึงได้ มีการอัปเกรดกล้องให้ลงตัวและรู้ใจเจ้าของมากขึ้น สามารถใช้งาน Daily Use ได้สบายมาก ๆ และยังมีเทคโนโลยีรวมถึง OPPO AI มาให้ใช้งานเกือบเทียบเท่า OPPO Find X Series เลย ซึ่งส่วนตัวผมมองว่ายังไม่มีคู่แข่งไหนที่ให้ฟีเจอร์ AI ที่ปรับแก้ไขภาพหลังถ่ายได้ฉลาดและเก่งเหมือน OPPO ถ้าทั้งหมดที่ผมเล่ามาตรงกับความต้องการของคุณ ก็นั่นแหละ! ไปสู่ขอมาเป็นมือถือคู่กายคู่ใจได้เลย! รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

Price & Availability

ราคา การวางจำหน่าย และโปรโมชัน

OPPO Reno15 5G สมาร์ตโฟนเพื่อนซี้ ที่สายคอนเทนต์ตัวจริงห้ามพลาด! พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ โดยมากับตัวเครื่อง 3 สุดสีเทรนดี้ สีขาว Aurora White, สีฟ้า Aurora Blue และสีน้ำเงิน Twilight Blue ในตัวเลือก 2 รุ่นความจุ

  • OPPO Reno15 5G รุ่น 12GB + 256GB ราคา 16,999 บาท
  • OPPO Reno15 5G รุ่น 12GB + 512GB ราคา 18,999 บาท

สามารถจับจองเป็นเจ้าของ OPPO Reno15 5G ได้ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา ช่องทางออนไลน์ Shopee, Lazada, Tiktok Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ในขณะที่รุ่นพี่อย่าง OPPO Reno15 Pro Max 5G, OPPO Reno15 Pro 5G และรุ่นน้อง OPPO Reno15 F 5G ก็พร้อมวางจำหน่ายแล้วเช่นเดียวกัน โดย OPPO Reno15 Pro Max 5G รุ่น 12GB + 512GB ราคา 24,999 บาท, OPPO Reno15 Pro 5G รุ่น 12GB + 256GB ราคา 20,999 บาท, OPPO Reno15 F 5G รุ่น 8GB + 256GB ราคา 11,999 บาท และรุ่น 12GB + 256GB ราคา 12,999 บาท

โปรโมชันพิเศษ! เมื่อซื้อ OPPO Reno15 Series 5G ตั้งแต่วันนี้ - 28 กุมภาพันธ์ 2569 รับสมนาคุณพิเศษมูลค่าสูงสุด 18,198 บาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • E-VIP Card ประกันจอแตกจํานวน 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 2 ปี มูลค่า 15,000 บาท (นับจากวันที่ซื้อเครื่อง ผลบังคับใช้ 2 ปี)
  • Refresh Service ฟรีบริการติดฟิล์มกันรอยที่ศูนย์บริการ OPPO ภายในระยะเวลา 2 ปี มูลค่าสูงสุด 1,199 บาท (นับจากวันที่ซื้อเครื่อง ผลบังคับใช้ 2 ปี)
  • สำหรับรุ่น OPPO Reno15 Pro Max 5G และ OPPO Reno15 Pro 5G จะได้รับ OPPO Enco Air4 มูลค่า 1,999 บาท
    สำหรับรุ่น OPPO Reno15 5G จะได้รับ OPPO Enco Buds3 Pro มูลค่า 999 บาท
    สำหรับรุ่น OPPO Reno15 F จะได้รับ OPPO Enco Buds3 มูลค่า 799 บาท

หมายเหตุ
*ลูกค้าต้องกดรับสิทธิ์ E-VIP Card ประกันจอแตกจํานวน 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 2 ปี ผ่าน MY OPPO เท่านั้น
**ของสมนาคุณมีจํานวนจํากัด เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ
***เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กําหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก เปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ

/ บทความรีวิวล่าสุด

Xiaomi 15T Pro สมาร์ตโฟนตัวคุ้มแห่งปี กล้อง Leica สเปกเรือธง ในราคาระดับกลาง

8 จุดเด่น ASUS ProArt P16 (H7606WX) ครีเอเตอร์ซีรีส์ ตอบโจทย์ทุกงานครีเอทีฟ

รีวิว vivo X300 สมาร์ตโฟนเรือธงขนาดคอมแพกต์ที่ครบเครื่อง ซูมไกลด้วยกล้อง ZEISS APO Telephoto

รีวิว realme C85 5G สมาร์ตโฟนสายอึด สเปกจัดเต็ม! แบตเตอรี่ 7000mAh กันน้ำกันฝุ่น IP69 Pro จอสว่างสุดในระดับราคา!

รีวิว OPPO Find X9 Pro สมาร์ตโฟนที่มากับกล้องที่ดีที่สุดจาก OPPO

—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...