BBGI เคจีไอชี้กำไร Q4/68 ดีกว่าคาด ปี 69 โตต่อ เคาะเป้า 3.40 บ.
#ทันหุ้น – บล.เคจีไอ ส่องหุ้น บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI กำไรสุทธิใน Q4/68 อยู่ที่ 100 ล้านบาท (+48% YoY, +7% QoQ) ดีกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 36% เพราะส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมดีกว่าคาดที่ 7 ล้านบาท (ฝ่ายวิจัยคาดไว้ว่าจะมีส่วนแบ่งผลขาดทุน 8 ล้านบาท)
กำไรใน Q4/68 เพิ่มขึ้น 48% YoY และ 7% QoQ โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY เป็นเพราะอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 5.6% จาก 3.8% ใน Q4/67 เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลดีขึ้นหลังจากที่ติดลบใน Q4/67 ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ เป็นเพราะมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 7 ล้านบาท ดีขึ้นจากที่มีส่วนแบ่งผลขาดทุน 15 ล้านบาทใน Q3/68
ปัจจัยสำคัญที่น่าสนใจ
i) ผลขาดทุนสุทธิของธุรกิจเอทานอลลดลง QoQ ใน Q4/68 เพราะอัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลของ BBGI เพิ่มขึ้นจากการที่ราคาขายเอทานอลในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 8% QoQ เป็น 19.8 บาท/ลิตร จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งตามฤดูกาลจากการท่องเที่ยวตามฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณยอดขายเอทานอลของบริษัทลดลง 21% QoQ เป็น 65 ล้านลิตร ตามแผนการผลิตของผู้บริหาร
ii) กำไรจากธุรกิจไบโอดีเซลลดง QoQ เพราะอัตรากำไรขั้นต้นของไบโอดีเซลของ BBGI หดตัว QoQ เนื่องจากการแข่งขันเข้มข้นมากขึ้นภายใต้นโยบายน้ำมันดีเซล B5 ของประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณยอดขายไบโอดีเซลของบริษัทเพิ่มขึ้น 5% QoQ เป็น 84 ล้านลิตร เพราะได้แรงหนุนจากการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วง high season ของการท่องเที่ยว
ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำซื้อ BBGI โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 3.40 บาท อิงจาก PE ที่ 15.0x คาดว่าราคาหุ้นจะได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่ดีขึ้นใน Q4/68 ในขณะเดียวกันยังคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2569F จะเพิ่มขึ้นเป็น 283 ล้านบาท (+31% YoY) เนื่องจากคาดอัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลที่เพิ่มขึ้นตามผลผลิตอ้อยในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ (ซึ่งน่าจะบ่งชี้ถึงต้นทุนวัตถุดิบกากน้ำตาลที่ลดลง)
นอกจากนี้ ยังคาดว่าโครงการ SAF กำลังการผลิต 1,000,000 ลิตร/วัน ซึ่ง BBGI และ Bangchak Corporation (BCP.BK/BCP TB)* ถือหุ้น 20% และ 80% ตามลำดับ จะเริ่มเปิดดำเนินการในช่วงกลางปี 2569F
Risks ความผันผวนของอัตรากำไรเอทานอลและไบโอดีเซล รวมถึงปริมาณยอดขายของทั้งสองผลิตภัณฑ์ และความเสี่ยงทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้รับเหมาหลักของโครงการ SAF