อนาคตที่เลือกเอง
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต
ถือว่าน่าแปลกใจประมาณหนึ่งกับผลการเลือกตั้งใหญ่วันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา
โดยพรรคอันดับ 1- 3 นั้นไม่มีพลิกโผ เพียงแต่จำนวน สส.พรรคภูมิใจไทยไปไกลมาก
เช่นเดียวกับพรรคประชาชน ที่ได้น้อยกว่าการประเมินของกูรูการเมืองทั้งหลาย โดยเฉพาะ สส.แบบเขต
เพื่อไทยเองถือว่าวืดเป้าไปพอสมควร
ส่วนพรรคขนาดกลางอื่น ๆ พอกล้อมแกล้ม
จึงเป็นอันว่าประเทศไทยได้รัฐบาลแทบจะชุดเดิมกับรัฐบาลรักษาการในขณะนี้
เช่นเดียวกับโฉมหน้ารัฐมนตรี คงคุ้นเคยกันดีกับรัฐบาล “หนู 1”
โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจหลัก ๆ ทั้ง คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง รวมถึง คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ที่เป็นโควตาคนนอก
น่าจะยังดำรงตำแหน่งเดิม และอาจพ่วงเก้าอี้รองนายกฯ ตามที่พรรคภูมิใจไทยใช้เป็นคนชูโรงหาเสียง
ส่วนกระทรวงอื่น ๆ คงแบ่ง ๆ กันไปตามโควตาของพรรคแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาล
หน้าตารัฐมนตรีนอกจากทั้ง 3 ท่านที่กล่าวมาแล้ว ที่เหลืออาจต้องยอมรับกันว่าการเมืองไทย ระบบโควตายังเป็นส่วนสำคัญในการเลือกเจ้ากระทรวง
ส่วนข้อเรียกร้องให้จัดหามืออาชีพ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจเข้ามาเสริมทัพเพิ่มขึ้นนั้น น่าจะปิดประตูไปเลย เพราะลำพังเก้าอี้ที่มีอยู่แทบไม่พอแบ่งกันแล้ว
ด้วยเก้าอี้ที่มีจำกัด พรรคภูมิใจไทยคงยอมให้เฉพาะ 3 ท่านนี้เท่านั้น เพราะถือว่าผลงานเข้าตาและมีสัญญาประชาคมระหว่างหาเสียง
อีกหนึ่งปัจจัยบวกกับการเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่พ้นความสัมพันธ์กับกลุ่มก้อนต่าง ๆ
ขั้วอำนาจที่ทั้งเอ่ยได้และพยายามอย่าเอ่ยถึง ความใกล้ชิดกับกลุ่ม สว.
นี่ยังไม่รวมความ “เอ็นดู” ของอีกหลายฝ่าย ที่ช่วยปกป้องนายกฯอนุทิน และเครือข่าย ชนิดยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม
จึงทำให้รัฐบาลชุดนี้มีเสถียรภาพสุด ๆ
ในภาคธุรกิจหรือเอกชน ชื่นชอบกับรัฐบาลลักษณะนี้ เพราะมีความแน่นอนและยืนระยะได้นานพอ โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายบ่อย ๆ
เห็นได้จากหลังผลการเลือกตั้งออกมา ตลาดหุ้นไทยทะยานพุ่งทะลุเพดานทันที
แต่อีกมุมก็น่ากังวลหากมั่นใจในอำนาจมากเกินไป อาจมองไม่เห็นหัวประชาชน หรือไม่สนใจเสียงทัดทานจากหลาย ๆ ฝ่าย รวมถึงการตรวจสอบในกรณีเกิดข้อครหา
เพราะหลาย ๆ กรณีที่ผ่านมา ข้อร้องเรียนต่าง ๆ มักจะออกมาเป็นคุณต่อพรรคภูมิใจไทย และนายกฯอนุทิน
ในทางกลับกัน ฝ่ายตรงข้ามโดนสอยเป็นมะม่วง ก็ว่าได้
อย่างไรก็ตาม แกนนำพรรคฝ่ายค้านที่แน่นอนว่าคือ พรรคประชาชน เป็นนักเจาะข้อมูลอยู่แล้ว พิสูจน์จากการแฉสำนักงานประกันสังคม
และหากบวกกับพรรคอื่น ๆ ที่อาจไม่ได้ร่วมรัฐบาล เช่น ประชาธิปัตย์ หรือเพื่อไทย พรรคใดพรรคหนึ่งเข้าไปด้วย ถือว่าเป็นฝ่ายตรวจสอบที่น่าสนใจทีเดียว
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่มีเสียงครหาเรื่องความโปร่งใส และการทำหน้าที่ของ กกต. รวมถึงเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยในการนับคะแนน การประท้วงก็ประท้วงกันไป แต่ผลจะออกมาแบบไหน พอจะเห็นภาพราง ๆ อยู่ ว่าไม่สะเทือนพรรคภูมิใจไทยแน่
ประเทศไทยจักได้รัฐบาลชุดเดิม ผู้นำคนเดิม ส่วนการทำหน้าที่จะดีมากน้อยและโปร่งใสขนาดไหน ต้องตามดูกันไปและต้องยอมรับกับผลในอนาคต
เนื่องจากนี่เป็นการตัดสินใจของคนไทยเสียงส่วนมาก
ส่วนอีกเรื่องใหญ่คือการแก้รัฐธรรมนูญ แม้ประชามติส่วนใหญ่เห็นชอบให้แก้ไข แต่ยังมีอีกหลายด่านต้องฝ่าฟัน
แถมผู้มีอำนาจบริหารตอนนี้แสดงชัดเจนว่าไม่อยากแก้ ก็ต้องดูว่าจะไปได้ถึงไหน แต่ขอให้ทำใจไว้ล่วงหน้าว่าไม่ง่าย แถมมีสิทธิโดนเตะตัดขาตลอดทางแน่
เอาเถิดในเมื่อเสียงส่วนใหญ่เลือกให้เป็นแบบนี้ก็ต้องว่ากันไป อย่างมากสุดอีก 4 ปี คนไทยค่อยออกมาแสดงพลังกันอีกครั้ง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนาคตที่เลือกเอง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net