โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” เดินหน้าปราบอาชญากรรมข้ามชาติ สั่งประหารชีวิตเพิ่ม 4 มาเฟียแก๊งสแกมเมียนมา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 12.14 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 05.14 น.

“จีน” สั่งประหารชีวิตสมาชิกมาเฟียตระกูลไป๋เพิ่ม 4 ราย จากแก๊งสแกมในเมียนมา หลังศาลตัดสินมีส่วนพัวพันการฉ้อโกงออนไลน์และการเสียชีวิตของชาวจีนจำนวนมาก

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.03 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า จีนประหารชีวิตสมาชิกแก๊งอาชญากรรมตระกูลไป๋ (Bai family) จำนวน 4 คน หนึ่งในตระกูลมาเฟียชื่อฉาวที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมออนไลน์ข้ามชาติในเมียนมา ตามรายงานของสื่อทางการจีน

ศาลในมณฑลกวางตุ้ง ระบุว่า สมาชิกและผู้เกี่ยวข้องกับตระกูลไป๋รวม 21 คน ถูกตัดสินว่ามีความผิดในหลายข้อหา ตั้งแต่ฉ้อโกง ฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย ไปจนถึงอาชญากรรมร้ายแรงอื่น ๆ โดยในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 5 คนถูกพิพากษาประหารชีวิตเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือ “ไป๋ ซัวเฉิง” ผู้นำตระกูล ซึ่งเสียชีวิตจากอาการป่วยหลังถูกตัดสินคดี

การประหารชีวิตครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากจีนเพิ่งดำเนินการประหารชีวิตสมาชิกแก๊งมาเฟียตระกูล “หมิง” (Ming family) อีก 11 คน เมื่อสัปดาห์ก่อน ถือเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายสแกมออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สร้างความเสียหายให้กับเหยื่อชาวจีนจำนวนมาก

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตระกูลไป๋ ตระกูลหมิง และกลุ่มอาชญากรรมตระกูลอื่น ๆ ครองอิทธิพลในเมืองเล่าก์ก่าย (Laukkaing) เมืองชายแดนของเมียนมา ซึ่งเป็นศูนย์รวมคาสิโน เขตสถานบันเทิง และฐานปฏิบัติการสแกมออนไลน์ขนาดใหญ่ โดยในบรรดากลุ่มมาเฟียทั้งหมด ตระกูลไป๋ถูกยกให้เป็นอันดับหนึ่งตามคำให้การของบุตรชายของไป๋ ซัวเฉิง หลังถูกควบคุมตัว

ทางการจีนระบุว่า ตระกูลไป๋ควบคุมกองกำลังติดอาวุธของตนเอง และตั้งคอมเพล็กซ์อย่างน้อย 41 แห่ง เพื่อใช้เป็นฐานดำเนินกิจกรรมสแกมออนไลน์และคาสิโน ภายในพื้นที่เหล่านี้มีการใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องปกติ ตั้งแต่การทำร้ายร่างกายไปจนถึงการทรมาน

ศาลระบุว่ากิจกรรมอาชญากรรมของตระกูลไป๋ส่งผลให้ชาวจีนเสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย

อิทธิพลของตระกูลไป๋เริ่มขยายตัวในช่วงต้นทศวรรษ 2000 หลังจากขุนศึกผู้มีอำนาจเดิมในเมืองเล่าก์ก่ายถูกโค่นอำนาจจากปฏิบัติการทางทหารที่นำโดย มิน อ่อง หล่าย ผู้นำกองทัพเมียนมาในปัจจุบัน ซึ่งในเวลานั้นกำลังมองหาพันธมิตรที่ให้ความร่วมมือ และไป๋ ซัวเฉิง ซึ่งดำรงตำแหน่งรองของขุนศึกเดิม ได้ก้าวขึ้นมาแทน

อย่างไรก็ตาม อาณาจักรของกลุ่มมาเฟียเหล่านี้พังทลายในปี 2566 หลังรัฐบาลจีนแสดงความไม่พอใจต่อความเพิกเฉยของกองทัพเมียนมาในการจัดการแก๊งสแกมเมอร์ และให้การสนับสนุนโดยปริยายต่อการรุกคืบของกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธในพื้นที่ ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามกลางเมืองเมียนมา

การปฏิบัติการดังกล่าวนำไปสู่การจับกุมแก๊งสแกมจำนวนมาก และสมาชิกถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีในจีน โดยต่อมาคดีเหล่านี้ถูกนำเสนอผ่านสารคดีของรัฐ เพื่อย้ำภาพความมุ่งมั่นของรัฐบาลจีนในการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์

นักวิเคราะห์มองว่าการประหารชีวิตครั้งล่าสุด เป็นสัญญาณเตือนเชิงข่มขวัญจากรัฐบาลปักกิ่งต่อกลุ่มอาชญากรรมและผู้ที่คิดจะเข้าสู่วงการสแกมออนไลน์

องค์การสหประชาชาติประเมินว่ามีผู้คนหลายแสนคนถูกค้ามนุษย์เพื่อบังคับให้ทำงานสแกมออนไลน์ในเมียนมาและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในจำนวนนี้มีชาวจีนอยู่เป็นจำนวนมาก และเหยื่อที่ถูกหลอกลวงจนสูญเงินหลายพันล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวจีนเช่นกัน

อ้างอิง : www.bbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...