โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“อาเซียน” ดุลการค้าเกินดุลสหรัฐพุ่งแรง ไทย-มาเลเซีย-เวียดนามนำขบวน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 11.33 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 04.33 น.

"อาเซียน" ทำดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐเพิ่มขึ้นแรงในปี 2568 จากการเร่งส่งออกของไทย มาเลเซีย และเวียดนาม แม้เผชิญมาตรการภาษีของสหรัฐ

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.58 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า เศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก เผชิญปรากฏการณ์ ดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2568 แม้รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ จะพยายามลดความไม่สมดุลทางการค้าผ่านมาตรการภาษีนำเข้าใหม่ก็ตาม

ข้อมูลทางการระบุว่า มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกสำคัญของภูมิภาค สามารถเพิ่มดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐในรูปเงินดอลลาร์ได้ถึง 45%, 44% และ 28% ตามลำดับ ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าการค้ารวมของทั้งสามประเทศขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ

กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย ระบุว่า การส่งออกไปยังสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง โดยมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น 17.2% จากความต้องการที่สูงในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า เครื่องจักร อุปกรณ์และชิ้นส่วน อาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์โลหะ

ข้อมูลจาก CEIC Data ระบุว่าดุลการค้าเกินดุลของมาเลเซียกับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 2.32 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2568 จาก 1.59 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน

ด้านเวียดนามยังคงเป็นประเทศในอาเซียนที่มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐสูงที่สุด โดยทำสถิติใหม่ที่ 1.338 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ ไทยมีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐเพิ่มเป็น 5.13 หมื่นล้านดอลลาร์ จาก 3.56 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนหลักจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการภาษีที่เขาเรียกว่า “ภาษีตอบโต้” (reciprocal tariffs) กับประเทศคู่ค้า เพื่อพยายามลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐ โดยหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เคยถูกเก็บภาษีในอัตราสูงกว่า 40% ก่อนจะมีการลดอัตราลงผ่านการเจรจาทวิภาคี และเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนสิงหาคม

นักวิเคราะห์ชี้ว่าประเทศในภูมิภาคมีการเร่งส่งออกล่วงหน้า (front-loading) ก่อนที่ภาษีจะมีผลเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันรัฐบาลหลายประเทศยังคงเดินหน้าเจรจากับสหรัฐเพื่อลดผลกระทบด้านการค้า

กรณีของมาเลเซีย สหรัฐได้ปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่จาก 25% เหลือ 19% ในเดือนตุลาคม และมีสินค้า 1,711 รายการ โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อากาศยาน และเวชภัณฑ์ ที่ได้รับสิทธิภาษีเป็นศูนย์ แลกกับคำมั่นจากมาเลเซียว่าจะไม่จำกัดการส่งออกแร่หายากและแร่เชิงยุทธศาสตร์ไปยังสหรัฐ

นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก DBS Bank ชี้ว่าอาเซียนจะพยายามรักษาอัตราภาษีที่เอื้อประโยชน์ เพื่อลดผลกระทบเชิงลบ โดยเฉพาะมาเลเซียที่กำลังเจรจาเพื่อคงข้อยกเว้นภาษีสำหรับการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์

อย่างไรก็ตามในอีกด้านหนึ่ง ดุลการค้าขาดดุลของประเทศเหล่านี้กับจีนกลับเพิ่มขึ้นอย่างมาก สะท้อนการนำเข้าสินค้าจากจีนที่สูงขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีสหรัฐ

ในปี 2568 มาเลเซียมีดุลการค้าขาดดุลกับจีนเพิ่มขึ้น 62% เป็น 3.84 หมื่นล้านดอลลาร์ ไทยเพิ่มขึ้น 50% เป็น 6.78 หมื่นล้านดอลลาร์ และเวียดนามเพิ่มขึ้น 40% เป็น 1.15 แสนล้านดอลลาร์

นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทจีนอาจใช้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนามหรือมาเลเซีย เป็นทางผ่านในการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่สูงขึ้น โดยข้อมูลชี้ว่าสัดส่วนการส่งออกที่ผลิตภายในประเทศของมาเลเซียลดลงเหลือ 77% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบอย่างน้อย 7 ปี สะท้อนบทบาทของการส่งออกซ้ำ (re-export) ที่เพิ่มขึ้น

แม้การส่งออกจะขยายตัวแรงในปีที่ผ่านมา แต่ความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีของสหรัฐยังลากยาวเข้าสู่ปี 2569 โดยทรัมป์ล่าสุดประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากเกาหลีใต้ และเคยขู่เพิ่มภาษีต่อบางประเทศยุโรป ก่อนจะถอยหลังหลังบรรลุกรอบความเข้าใจร่วมกัน

นักวิเคราะห์และรัฐบาลในภูมิภาคเตือนว่า การส่งออกของอาเซียนอาจชะลอลงในปีนี้ เมื่อผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ เริ่มสะท้อนตลอดทั้งปี โดยกระทรวงพาณิชย์ของไทยประเมินว่า แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวจากแรงกดดันด้านภาษีและภูมิรัฐศาสตร์

นักวิชาการจาก ISEAS-Yusof Ishak Institute มองว่า แนวโน้มดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐที่พุ่งแรงในปีที่ผ่านมา มีโอกาสลดลงในปีนี้ เมื่อข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับหลายประเทศเริ่มมีผลเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจทำให้ประเทศอาเซียนต้องนำเข้าสินค้าจากสหรัฐมากขึ้น และกลายเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจภูมิภาคในปี 2569

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...