เมืองไทยประกันชีวิต เผยกลยุทธ์ปี 69 “Go Healthier with MTL” ยกระดับดูแลสุขภาพกาย-ใจ-การเงิน
เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้ากลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” ยกระดับการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทางการขาย นวัตกรรม พาร์ทเนอร์ และ Health Ecosystem ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่าง ตรงจุดตอกย้ำการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจทั้งเรื่องชีวิตและสุขภาพ พร้อมอยู่เคียงข้างในทุกช่วงชีวิต
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้ บิรษัทได้ยกระดับการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจทั้งเรื่องชีวิตและสุขภาพขึ้นไปอีกขั้น ด้วยกลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” สุขภาพดีขึ้นไปกว่าเดิม…กับเมืองไทยประกันชีวิต โดยมุ่งดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทางการขาย นวัตกรรม พาร์ทเนอร์ และ Health Ecosystem ที่มีความหลากหลาย
ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิตได้อย่างตรงจุด ควบคู่ไปกับนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกก้าว ภายใต้การกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาล
นายสาราะกล่าว่า บริษัทให้บริการตั้งแต่การวางแผนดูแลเชิงป้องกัน เพื่อสุขภาพดีในระยะยาว (Wellness and Prevention) ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ เช่น เมืองไทยไตรกีฬา เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน เป็นต้น
การดูแลเมื่อเจ็บป่วย ผ่านความคุ้มครองที่เลือกได้ตามใจ บริการต่าง ๆ และพาร์ทเนอร์ที่ครอบคลุมอย่างครบวงจร (Diagnosis and Treatment) ไม่ว่าจะเป็น MTL Health Buddy แคร์คัฟเวอร์ สหคลินิก เครือข่ายโรงพยาบาล MTL Smile Hospital Network MTL Global Doctors และ MTL Global Connect เป็นต้น
รวมถึงการดูแลต่อเนื่องหลังการรักษาหรือพักฟื้น และการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ผ่านพาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ (Post-Treatment) อย่าง Health at Home นายาเรสซิเดนซ์ บาย ลิฟเวล และพาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพอีกมากมาย
สำหรับความร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลคู่สัญญาทั่วประเทศภายใต้โครงการ MTL Hospital Smile Network ครอบคลุมทั้งภาครัฐ เอกชน และโรงเรียนแพทย์กว่า 145 แห่ง เพื่อยกระดับการดูแลผู้เอาประกันอย่างสะดวกและอุ่นใจ ตั้งแต่การลดความกังวลด้านค่าใช้จ่ายส่วนเกิน การประสานงานประเมินค่าใช้จ่ายก่อนการรักษาอย่างรวดเร็ว ไปจนถึงสิทธิประโยชน์และแพ็กเกจผ่าตัดพิเศษ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร
ด้านของการดูแลสุขภาพทางการเงิน บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สามารถเข้ามาช่วยให้การวางแผนชีวิตเป็นเรื่องง่ายขึ้น เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับช่วงชีวิตได้ตรงจุด ทั้งผลิตภัณฑ์ทางเลือกในการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่สะดุด ด้วยแบบประกันภัย“เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่” หรือตัวช่วยให้คุณเบาใจ ในวันที่คุณจากไป ด้วยการวางแผนสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้คนที่คุณรัก ผ่านโครงการ “ShieldLife”
รวมถึงประกันรูปแบบใหม่ที่รวมประกันชีวิตและสุขภาพที่สามารถดูแลได้ทั้งตัวเองและคนข้างหลังในกรมธรรม์เดียว “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น” พร้อมด้วยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง ประกันชีวิตควบการลงทุน ประกันอุบัติเหตุ ที่มีอย่างหลากหลาย เข้าถึงได้จริง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าคนสำคัญ
ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/5” แบบประกันชีวิตที่ “คนซื้อได้ใช้จริง” โดดเด่นด้วยคุ้มครองครอบคลุมทั้งชีวิตและสุขภาพ ครบจบในกรมธรรม์เดียว เปลี่ยนทุนประกันเป็นค่ารักษาพยาบาลได้เมื่ออายุครบ 65 ปี* ช่วยให้อุ่นใจด้วยวงเงินสุขภาพพร้อมใช้ในวัยเกษียณ จ่ายตามจริงทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก จ่ายเบี้ยคงที่ 5 ปี ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ
พร้อมได้ทำการขยายอายุรับประกันตามความต้องการของลูกค้า จากเดิมรับได้ถึงอายุ 45 ขยายเพิ่มเป็นอายุ 55 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี กรณีเสียชีวิตทุนประกันที่เหลือสามารถส่งต่อให้คนข้างหลังได้ และเบี้ยประกันสามารถลดหย่อนภาษีได้
นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ปรับโฉมใหม่ของเมืองไทยสไมล์คลับ และ Fit Rewards ที่จะมาร่วมเติมเต็มให้สุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น ด้วยกิจกรรมและสิทธิพิเศษเหนือระดับ ซึ่งถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม พร้อมเชื่อมต่อทุกการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันให้กลายมาเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในโลกยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
“เรามองว่า ปี 2569 ยังคงเป็นปีแห่งความท้าทาย โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว และยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย เมืองไทยประกันชีวิต เราพร้อมยืนเคียงข้างและดูแลลูกค้าคนสำคัญในทุกช่วงของชีวิตไม่ว่าโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแบบไหน โดยมุ่งหวังว่าเราจะทำให้ทุกคนมีความสุขและรอยยิ้ม เราจะไม่หยุดยั้งการพัฒนา คิดค้นนวัตกรรม รวมถึงบริการ ที่สามารถเข้าถึงและใช้บริการได้จริง เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุกคนได้มีสุขภาพดีในทุกด้าน” นายสาระ กล่าว
ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (New Business Premium) เติบโตขึ้นกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยแบบประกัน Investment-Linked เติบโต 249% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และแบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง (รายเดี่ยว) เติบโต 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านคะแนน NPS (Net Promoter Score) สูงขึ้นจาก 75 คะแนน เป็น 78 คะแนน
รวมทั้ง มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio) ณ สิ้นปี 2568 มากกว่า 350% ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดที่ 140% ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และความแข็งแกร่งทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ (Stable Outlook) และ Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA(tha) (Stable Outlook)
ขณะที่นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เมืองไทยประกันชีวิตเดินหน้านโยบายการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ จากการประเมินล่าสุดโดย MorningStar Sustainalytics สถาบันวิจัยและจัดอันดับความยั่งยืนระดับโลก
ด้าน ESG บริษัทฯสามารถทำคะแนน ESG Risk Rating ได้ที่ 19.9 คะแนน จัดอยู่ในกลุ่ม 'ความเสี่ยงต่ำ' (Low Risk Profile) โดยหัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้มาจากความสามารถในการควบคุม 'ความเสี่ยงด้าน ESG’ ได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ยังเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของไทยที่เข้าร่วมลงนาม UN-supported Principles for Responsible Investment (PRI) พร้อมด้วยการขึ้นทะเบียน คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
รวมถึงการเข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC – Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3